วัคซีนโควิด-19เหลือใช้ใน'สหรัฐฯ' ใกล้หมดอายุหลายล้านโดส จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก

วัคซีนโควิด-19เหลือใช้ใน'สหรัฐฯ' ใกล้หมดอายุหลายล้านโดส จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 07.45 น.

11 มิถุนายน 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงาน โรงพยาบาลและสำนักสาธารณสุขทั่วสหรัฐฯ ต่างเร่งตัดสินใจว่าจะใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson&Johnson) หลายล้านโดสที่กำลังจะหมดอายุในเดือนนี้อย่างไร ขณะประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากเผชิญปัญหาขาดแคลนวัคซีน

รายงานจากเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) และเดอะนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) ระบุว่าวัคซีนของจอห์นสันฯ หลายล้านโดสกำลังจะหมดอายุในเดือนมิถุนายนนี้ และอีกหลายพันโดสอาจต้องเสียเปล่า เนื่องจากชาวอเมริกันเริ่มเข้ารับวัคซีนน้อยลง


เมื่อวันจันทร์ (7 มิ.ย.) ไมก์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ เผยว่าวัคซีนของจอห์นสันฯ ในโอไฮโอราว 200,000 โดส กำลังจะหมดอายุในวันที่ 23 มิ.ย. โดยไม่มีโอกาสจัดส่งวัคซีนเหล่านี้ไปยังรัฐอื่นหรือประเทศอื่นเนื่องจากติดข้อผูกพันทางกฎหมาย ด้านสำนักสาธารณสุขท้องถิ่นเร่งประสานงานกับผู้ให้บริการวัคซีนเพื่อหากลวิธีใช้วัคซีนก่อนหมดอายุ

หลายรัฐท้องถิ่นของสหรัฐฯ พิจารณาการจัดส่งวัคซีนเหลือใช้ไปยังรัฐอื่นหรือต่างประเทศ แต่เผชิญอุปสรรคทางกฎหมายและโลจิสติกส์เช่นเดียวกับรัฐโอไฮโอ

เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลชี้ว่าวัคซีนที่เหลือส่วนหนึ่งเป็นผลจากการตัดสินใจของสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน ที่ระงับใช้วัคซีนของจอห์นสันฯ ชั่วคราว เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะลิ่มเลือดหายาก โดยการระงับดังกล่าวทำให้รัฐและผู้ให้บริการต้องยกเลิกนัดหมายฉีดวัคซีนจนเกิดอุปทานส่วนเกิน กอปรกับความลังเลจะเข้ารับวัคซีนของจอนห์นสันฯ เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่

ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) พบว่ารัฐต่างๆ ได้ฉีดวัคซีนของจอห์นสันฯ ให้ประชาชนเพียงร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับวัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งอยู่ที่ราวร้อยละ 84 และวัคซีนของโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 83

วัคซีนของจอห์นสันฯ เป็นวัคซีนแบบฉีดโดสเดียวที่ผ่านการอนุมัติให้ใช้งานกรณีฉุกเฉินในสหรัฐฯ โดยสามารถกักเก็บในตู้เย็นปกตินานถึง 3 เดือน จึงง่ายต่อการขนส่ง จัดเก็บ และฉีดเมื่อเทียบกับวัคซีนตัวอื่นๆ

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าวัคซีนของจอห์นสันฯ จำนวนมากกำลังจะถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ในสหรัฐฯ ขณะประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ กำลังต้องการวัคซีนอย่างมาก

อัตราการฉีดวัคซีนในระดับสูงกำลังช่วยให้กลุ่มประเทศร่ำรวยสามารถฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่อย่างค่อยเป็นค่อยไป สวนทางกับอัตราการฉีดวัคซีนของกลุ่มประเทศยากจนหลายแห่งที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ไร้เสถียรภาพและเพิ่มความเสี่ยงแพร่เชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ใหม่ เป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ประชาคมระหว่างประเทศจึงออกมาเรียกร้องคณะบริหารภายใต้การนำของโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แบ่งปันวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอยู่ในคลังไปยังประเทศอื่นๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top