วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
พระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เริ่มเคลื่อนออกจากพระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์แล้ว มีพสกนิกรต่างรอตามท้องถนนเพื่อถวายอาลัย ถือเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการของพระราชพิธีพระบรมศพ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ ขณะที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ของสหราชอาณาจักรทรงได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการให้ทรงดำรงตำแหน่งองค์พระประมุขของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

เมื่อเวลา 10.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 16.00 น.วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย หีบศพที่ทำจากไม้โอ๊คที่บรรจุพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่ประดิษฐานอยู่ที่พระตำหนักบัลมอรัล ถูกเคลื่อนออกจากพระตำหนักเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองเอดินเบอระ เมืองเอกของสกอตแลนด์ ผู้ที่โดยเสด็จในขบวนเดินทางครั้งนี้คือเจ้าหญิงแอนน์ พระธิดา ขบวนพระบรมศพจะการเดินทางอย่างช้าๆ เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ก่อนจะถึงเมืองเอดินเบอระในเวลาประมาณ 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น

จากนั้น พระบรมศพจะถูกนำไปประดิษฐานที่ห้องในพระราชวังวังโฮลีรูดเฮาส์ ก่อนที่ในอังคารที่ 13 กันยายน พระบรมศพจะเคลื่อนกลับสู่กรุงลอนดอนด้วยเครื่องบินจากสนามบินเอดินบะระก่อนจะมุ่งสู่พระราชวังบักกิงแฮม ก่อนจะมีการอัญเชิญหีบพระบรมศพไปประดิษฐานยังเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มอาคารรัฐสภา ภายในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ มีขบวนพระบรมศพ ทั้งทหารกองเกียรติยศและบรรดาพระราชวงศ์ร่วมขบวนมาด้วย ส่วนประชาชนสามารถเฝ้ารอชมขบวนพระบรมศพนี้ได้ที่สองข้างทางใจกลางกรุงลอนดอน และนับตั้งแต่พฤหัสบดีที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป เป็นเวลา 4 วัน จะมีพิธีประดิษฐานพระบรมศพ ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีพระราชพิธีฝังพระบรมศพ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่ สหราชอาณาจักร จะจัดพระราชพิธีพระบรมศพของพระประมุขแห่งรัฐขึ้นที่นี่

โดยในวันจันทร์ที่ 19 กันยายนก็จะมีพระราชพิธีพระบรมศพ หีบพระบรมศพของพระองค์จะอัญเชิญไปยังที่เก็บพระศพของพระราชวงศ์ใต้พื้นโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ ภายในปราสาทวินด์เซอร์ ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายไปไว้ยังอนุสรณ์สถานพระเจ้าจอร์จที่ 6 ในโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จต่อไป
ขณะที่คาดว่า จะมีสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำประเทศ และตัวแทนระดับสูงจากต่างประเทศหลายร้อยคนที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะจากญี่ปุ่น, ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และประชาชนอีกนับล้านคนที่จะเดินทางเข้ามาในกรุงลอนดอนในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอังกฤษ เตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยพระราชพิธีพระบรมศพ ถือเป็นภารกิจรักษาความปลอดภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ เพราะนอกจากจะเป็นพระราชพิธีพระบรมศพแล้ว ยังเป็นรัฐพิธีศพครั้งแรกในอังกฤษ นับตั้งแต่เซอร์ วินสตัน เซอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียชีวิต เมื่อปี 1965

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการให้ทรงดำรงตำแหน่งองค์พระประมุขของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในพิธีที่จัดขึ้นในวานนี้ (11 ก.ย.) ที่กรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลียและที่กรุงเวลลิงตัน ของนิวซีแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ กล่าวปราศรัยต่อประชาชนว่า การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทำให้นิวซีแลนด์เข้าสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เธอกล่าวด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยต่อนิวซีแลนด์เป็นอย่างดีอย่างสม่ำเสมอและประชาชนก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี

ส่วนนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย กล่าวว่า วันไว้ทุกข์แด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในออสเตรเลีย จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กันยายนและจะเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการด้วย และว่าเขาจะเดินทางไปยังกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพในวันที่ 19 กันยายน
ทั้งนี้ กษัตริย์อังกฤษทรงเป็นองค์พระประมุของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศเครือจักรภพอื่นๆ อีก 14 แห่ง แต่พระราชภารกิจจะเป็นเรื่องของพิธีการเท่านั้น
*ประมวลภาพด้านล่าง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี