ตาย2.5พันศพ สังเวยประท้วงอิหร่าน ทรัมป์ฮึ่มจัดการเด็ดขาด

ตาย2.5พันศพ สังเวยประท้วงอิหร่าน ทรัมป์ฮึ่มจัดการเด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตาย2.5พันศพ
สังเวยประท้วงอิหร่าน
ทรัมป์ฮึ่มจัดการเด็ดขาด

“อิหร่าน”ประท้วงเดือดยืดเยื้อมานาน 2 สัปดาห์ ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2,571 ศพ ด้านศาลอิหร่านเตรียมพิจารณาคดีและตัดสินโทษหนักแก่ผู้ที่ถูกจับกุมจากการประท้วงค่าครองชีพทั่วประเทศ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯออกมาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงรัฐบาลต่อไป ยึดหน่วยงานต่างๆ พร้อมประกาศว่าความช่วยเหลือกำลังเดินทางไป ขณะนานาชาติร่วมประณามอิหร่านปราบผู้ประท้วงรุนแรง และเตือนให้พลเรือนของตัวเองเดินทางออกจากอิหร่านทันที

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุประท้วงในอิหร่าน เนื่องจากประชาชนไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลอิหร่านที่ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ ค่าเงินร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการชุมนุมระลอกนี้ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และยืดเยื้อต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์ ล่าสุด มีรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ประท้วงทะลุไปมากกว่า 2,000 คนแล้ว


ทั้งนี้ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่ภาพความเสียหายจากการประท้วงในหลายเมืองใหญ่รวมถึงกรุงเตหะราน มีภาพอาคารที่ถูกไฟไหม้ ยานพาหนะถูกเผาวอด และธนาคารหลายแห่งเสียหาย มีรถยนต์ถูกเผาไปแล้วอย่างน้อย 50 คัน รวมถึงรถยนต์ของประชาชนด้วย

ขณะที่สำนักข่าวสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ รายงานว่า การปราบปรามผู้ประท้วงอย่างนองเลือดโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2,571 ศพ แบ่งเป็นผู้ประท้วง 2,403 ศพ และเจ้าหน้าที่รัฐอีก 147 ศพ รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็ก 12 ศพ และผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประท้วงเสียชีวิตด้วย 9 ศพ ยอดรวมผู้เสียชีวิตดังกล่าว มากกว่าเป็นเท่าตัวของยอดผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการประท้วงต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในอิหร่านในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และเตือนให้นึกถึงความหายนะ ที่เคยเกิดขึ้นในอิหร่านในช่วงการปฏิวัติอิสลามปี 1979

ขณะที่ตำรวจอิหร่านเผยว่า จับกุมผู้ประท้วงได้ 279 คน โดยกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อจลาจลที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านต่างกล่าวหาว่าสหรัฐฯและอิสราเอลเป็นผู้ยุยงให้เกิดความไร้เสถียรภาพในประเทศ และเรียกกลุ่มผู้ประท้วงว่าเป็นกลุ่มทำลายทรัพย์สินสาธารณะด้วย

สำนักข่าวเอพี รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ประธานศาลสูงสุดของอิหร่านส่งสัญญาณให้ศาลอิหร่าน ทำการพิจารณาคดีและตัดสินโทษประหารชีวิตแก่ผู้ที่ถูกจับกุมจากการประท้วงปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพทั่วอิหร่านโดยเร็วที่สุด สอดคล้องกับที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวออกมาเตือนว่า การแขวนคอผู้ถูกจับกุมจากการประท้วงอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ประธานศาลสูงสุดของอิหร่านให้เหตุผลว่า หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปราว 2-3 เดือน ผลกระทบในการป้องปรามจะลดลง

ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเตือนผ่านบทสัมภาษณ์และโพสต์ผ่านแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหากอิหร่านเริ่มดำเนินการประหารชีวิตผู้ประท้วง พร้อมประกาศยกเลิกการเจรจาทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านจนกว่าการสังหารจะยุติลง

ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social บอกกลุ่มผู้รักชาติชาวอิหร่านให้ ดำเนินการประท้วงต่อไป เข้ายึดครองหน่วยงานต่างๆ และย้ำว่าความช่วยเหลือกำลังไปถึง โดยที่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าความช่วยเหลือนั้นคืออะไร อีกทั้งขอให้ชาวอิหร่านเก็บรายชื่อผู้ที่ทำร้ายพวกเขาเอาไว้ เพราะคนเหล่านั้นต้องชดใช้อย่างสาสม

ขณะที่นายอามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติตอบโต้ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของทรัมป์ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังยุยงให้เกิดความรุนแรง คุกคามอธิปไตยและความมั่นคง รวมถึงพยายามสร้างความไร้เสถียรภาพให้รัฐบาล เขายังได้เขียนจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคารโดยระบุว่า สหรัฐฯและอิสราเอลต้องรับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเยาวชน

ส่วนท่าทีหลายชาติออกมาประณามการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของรัฐบาลอิหร่าน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษประณามผู้นำอิหร่าน ที่สังหารผู้ประท้วงอย่างโหดร้าย ซึ่งอังกฤษได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบแล้ว ยืนยันอังกฤษจะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านด้วย

เช่นเดียวกับ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสเผยว่า เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบแล้วเช่นกัน เนื่องจากการปราบปรามการประท้วงที่ไร้มนุษยธรรมของทางการอิหร่าน

กายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงระบุว่า สหภาพยุโรปหารือเพื่อกำหนดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม เป็นการตอบโต้การปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง

ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทางการอิหร่านยุติความรุนแรงและการปราบปรามผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติทันที โดยอ้างถึงรายงานที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและถูกจับกุมหลายพัน พร้อมทั้งระบุด้วยว่าการตราหน้าผู้ประท้วงว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเพื่อใช้เป็นข้ออ้างใช้ความรุนแรง เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำจุดยืนของจีนเกี่ยวกับภาษีนำเข้าคือ ไม่มีผู้ชนะในสงครามภาษี พร้อมระบุจีนจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนเองเต็มที่ ท่าทีนี้มีขึ้นหลังผู้นำสหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 25% สำหรับประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของอิหร่าน

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขอให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากอิหร่านทันที รวมถึงการใช้เส้นทางทางบกผ่านตุรกีหรืออาร์เมเนีย โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากการประท้วงยังยืดเยื้อและมีทีท่ารุนแรงขึ้น รวมถึงอินเตอร์เนตถูกปิดกั้นและเที่ยวบินเข้าออกอิหร่านมีอยู่จำกัด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวอิหร่านบอกเล่าสถานการณ์ล่าสุดในกรุงเตหะราน ว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงยังคงวางกำลังอยู่เต็มใจกลางเมืองหลวง ตำรวจปราบจลาจลติดอาวุธปืนและเครื่องยิงแก๊สน้ำตา ยืนอยู่ตามสี่แยกใหญ่ต่าง ๆ และมีตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายกันตามสถานที่สาธารณะ ส่วนสภาพในกรุงเตหะราน อาคารหน่วยงานราชการและธนาคารหลายแห่งเสียหายจากไฟไหม้ สภาพตู้เอทีเอ็มถูกทุบทำลายเสียหายไปทั่ว ถนนร้างผู้คน แต่ร้านค้าเริ่มเปิดแล้วตั้งแต่วันอังคารที่13 ม.ค. แต่ภาพรวมผู้คนน้อยมาก หลายคนกังวลว่า อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป สหรัฐฯ จะโจมตีหรือไม่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top