‘สหรัฐ-อิสราเอล’ชิงเปิดฉาก ถล่ม‘อิหร่าน’ อ้างกำจัดภัยคุกคามประเทศ ‘ทรัมป์’ของขึ้นสั่งลุยยับ

‘สหรัฐ-อิสราเอล’ชิงเปิดฉาก ถล่ม‘อิหร่าน’ อ้างกำจัดภัยคุกคามประเทศ ‘ทรัมป์’ของขึ้นสั่งลุยยับ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สหรัฐ-อิสราเอล’ชิงเปิดฉาก
ถล่ม‘อิหร่าน’
อ้างกำจัดภัยคุกคามประเทศ
‘ทรัมป์’ของขึ้นสั่งลุยยับ
มะกันกระอักถูกสวนกลับ
โดนขีปนาวุธถล่มฐานทัพ

ตะวันออกกลางระอุ! อิสราเอล-สหรัฐ เปิดฉากโจมตี อิหร่าน บึ้มสนั่นใจกลางกรุงเตหะราน “ทรัมป์”ยืนยันเอง สหรัฐฯ ร่วมเปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน เพื่อปกป้องชาวอเมริกันจาก ภัยคุกคามใกล้ตัว “เนทันยาฮู” นายกฯ อิสราเอล ประกาศกร้าว อิหร่านต้องไร้นิวเคลียร์ ด้านอิหร่านตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล กต.เตือนคนไทยอพยพด่วน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลได้ประกาศเปิดฉากโจมตีก่อนเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่การเผชิญหน้าทางทหารรอบใหม่ ทำให้ความหวังในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านผ่านวิถีทางการทูตกับกลุ่มประเทศตะวันตกริบหรี่ลง


ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะรานเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงว่า อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษและถาวรทั่วประเทศ

มีรายงานว่าไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วอิสราเอลเมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อแจ้งเตือนภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่อาจเกิดขึ้น

สำนักข่าวท้องถิ่นของอิหร่าน รายงานว่า มีเสียงระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งในย่านใจกลางกรุงเตหะราน และมีรายงานว่าขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเป้าไปยังพื้นที่รีพับลิกของเมืองหลวง ภาพถ่ายชุดแรกเผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือบริเวณจัตุรัสจอมโฮรีและจัตุรัสฮัสซัน อาบัด ขณะที่ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมถึงเหตุระเบิดใหม่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของกรุงเตหะราน

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยการเจรจามีกำหนดดำเนินต่อในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่โจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ยอมรับข้อตกลง ระบุว่าเขาไม่พอใจ กับความคืบหน้าของการหารือ พร้อมทั้งสั่งเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การบุกอิรักเมื่อปี 2003 ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อิสราเอล เคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน และสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เคยเตือนถึงภัยคุกคามจากขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน และคัดค้านข้อตกลงที่มุ่งจำกัดเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ โดยไม่ครอบคลุมโครงการขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

อิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องให้จำกัดโครงการขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีด้วยกำลัง โดยสถานการณ์ล่าสุดอิหร่านยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้างทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุในคลิปความยาวประมาณ 8 นาที ที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือ การปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน ด้วยการขจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นจากระบอบการปกครองอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่โหดร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า สหรัฐฯได้ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้

“กิจกรรมที่คุกคามของอิหร่านเป็นภัยโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกากองกำลังทหาร ฐานทัพในต่างประเทศ และพันธมิตรของเราทั่วโลก” ทรัมป์ กล่าว

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวพาดพิงถึงความตึงเครียดที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยระบุว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ระบอบอิหร่านตะโกนคำว่า “ความตายจงมีแด่อเมริกา” และดำเนินการรณรงค์นองเลือดและสังหารหมู่อย่างไม่สิ้นสุด โดยพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ ทหารของสหรัฐฯ และผู้บริสุทธิ์ในหลายประเทศ

มีรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่สโมสรส่วนตัวของเขาในเมืองปาล์มบีชรัฐฟลอริดา ท่ามกลางการปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่โจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แถลงว่า อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่อิสราเอลจากระบอบก่อการร้ายในอิหร่าน ตนขอขอบคุณมิตรผู้ยิ่งใหญ่ของเราประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับภาวะผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ และว่าตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ระบอบอยาตอลเลาะห์ได้ตะโกนว่า “อิสราเอลจงพินาศ อเมริกาจงพินาศ” พวกเขาทำให้เลือดของเราหลั่งไหล สังหารชาวอเมริกันจำนวนมาก ตลอดจนสังหารหมู่ประชาชนของตนเอง ระบอบก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมนี้จะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ที่จะสามารถคุกคามมวลมนุษยชาติต่อไปได้

การแถลงดังกล่าว นายเนทันยาฮู ยังได้ปลุกชาวอิหร่านให้หันหลังให้กับผู้ปกครองที่กดขี่ประชาชน โดยกล่าวว่า การโจมตีอิหร่านร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะสร้างเงื่อนไข ให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญได้กำหนดชะตากรรมของตนเอง และถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนของประชาชนในอิหร่านจะต้องปลดแอกตนเองจากการปกครองอันกดขี่และนำอิหร่านที่เสรีและรักสันติภาพกลับมา

อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวอัล-จาซีรา รายงานว่า ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าสหรัฐฯ จะรอดพ้นจากเรื่องนี้ไปได้โดยไม่เสียหายอะไร เหมือนกับกรณีการโจมตีในเดือนมิถุนายน เพราะอาจมีการตอบโต้เกิดขึ้น และทันทีที่ทหารหรือบุคลากรทางการทหารของสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเขาเป็นคนที่กล่าวว่าเขาได้รับเลือกตั้งมาเพื่อหยุดยั้งสิ่งที่เขา เรียกว่า “สงครามต่างประเทศที่โง่เขลา”หลายคนในขบวนการ MAGA ของเขาเองก็มองว่า การทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งอยู่ห่างออกไปครึ่งโลก เป็นสงครามต่างประเทศที่โง่เขลาเช่นกัน

อิบราฮิม อาซิซี หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ใน X ว่า “พวกเราเตือนคุณแล้ว!” และว่า “ตอนนี้คุณได้เริ่มต้นเดินในเส้นทางที่จุดจบอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ”

ต่อมา สำนักข่าว Nour News ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า การยิงขีปนาวุธได้เริ่มขึ้นแล้ว ส่วนสำนักข่าว Mehr News Agency รายงานว่า ขีปนาวุธเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังทั่วทั้งปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นคำที่อิหร่านใช้เรียกอิสราเอล ขณะที่สำนักข่าว Press TV ซึ่งเป็นสำนักข่าวภาษาอังกฤษของทางการอิหร่าน รายงานว่า มีขีปนาวุธจำนวน 30 ถึง 75 ลูก ถูกยิงออกจากอิหร่านในขณะนี้

สำนักข่าว IRNA ของรัฐอิหร่านอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดประธานาธิบดี มาซุส เปเซสเกียน ยืนยันว่า ประธานาธิบดี ยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงดี

โฆษกองค์การการบินพลเรือน มาจิด อัคฮาวาน เปิดเผยว่า อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าทั่วประเทศแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มีคำสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ และให้เปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนทางไกลแทน

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในบาห์เรน กรุงอาบูดาบี และกาตาร์ ซึ่งทั้งหมดเป็นประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ โดยมีการยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย5 แห่ง ได้แก่ ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิดในกาตาร์, ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต, ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฐานทัพกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน และในประเทศจอร์แดน เนื่องจากบาห์เรนเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ถาวรของกองเรือที่ 5 ในกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการโจมตีครั้งนี้

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวทัสนิมที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC รายงานว่า อิหร่านกำลังเตรียมการแก้แค้น และจะตอบโต้ระบอบไซออนิสต์อย่างรุนแรงโดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า กรุงเตหะรานมีทางเลือกในการตอบโต้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หรือโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือนในอิสราเอล รวมถึงความเป็นไปได้ในการเล็งเป้าไปที่เรือรบสหรัฐฯ และนอกเหนือจากนั้น อิหร่านยังมีกองเรือขนาดเล็ก โดรน และเรือดำน้ำ ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อเรือของสหรัฐฯในพื้นที่น่านน้ำและบริเวณโดยรอบอ่าวปอร์เซียด้วย

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ออกประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) ระบุว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว นั้น

กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากการสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ยังให้บริการอยู่ (หากยังเปิดให้บริการ) หรืออาจพิจารณาเดินทางไปพักอาศัยยังสถานที่หลบภัย(shelter) ป้องกันการโจมตีโดยขีปนาวุธได้ให้บริการอยู่โดยเร็ว

นอกจากนี้ ขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นยิ่งยวดพิจารณาการตัดสินใจเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างรอบคอบเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ กรณีที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top