วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้รายงานว่า ประเทศไทยเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในการเลือกตั้งทั่วไปที่เป็นการแข่งขันระหว่าง 3 ขั้วการเมือง ระหว่าง ฝ่ายอนุรักษนิยม ฝ่ายก้าวหน้า และฝ่ายประชานิยม โดยไม่มีพรรคใดถูกคาดหมายว่าจะได้เสียงข้างมากอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ความเสี่ยงไม่มั่นคงทางการเมืองยืดเยื้อต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนดกลางเดือนธันวาคม ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นจังหวะที่ผู้นำสายอนุรักษนิยมฉวยโอกาสจากกระแสชาตินิยมที่พุ่งสูง ในขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาไม่ถึง 100 วัน ต่อจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งจากวิกฤตการณ์กัมพูชา
พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกจำคุกเพียงไม่กี่วันหลังจากบุตรสาวของเขาถูกขับออกจากตำแหน่ง แม้คะแนนนิยมจะตกลง แต่จากผลโพลต่างๆ ชี้ว่า พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ถึงขั้นหมดโอกาส
พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่ชูการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีคะแนนนำในผลสำรวจความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหาเสียง
ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องที่ว่า ประเทศไทยจะสามารถหลุดพ้นจากภาวะชะงักงันได้หรือไม่ ไทยจะหลุดออกจากความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ยืดเยื้อมานานได้หรือไม่ ข้อสรุปเบื้องต้นของผม ซึ่งต้องยอมรับอย่างน่าเสียดายคือ ประเทศยังไม่สามารถหลุดพ้นจากสภาพดังกล่าวได้
แม้ว่าพรรคประชาชนจะต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย แต่ก็อาจไม่มีเสียงสนับสนุนมากพอที่จะครองเสียงข้างมากในสภาได้ด้วยตนเอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะซ้ำรอยชะตากรรมของพรรคในอดีต
การช่วงชิงอำนาจอันยืดเยื้อระหว่างกลุ่มชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยมกับขบวนการประชาธิปไตยที่ได้รับความนิยม ได้สร้างช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยาวนาน ซึ่งเต็มไปด้วยการประท้วงบนท้องถนน ความรุนแรง และการรัฐประหาร
จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้ชนะ โดยได้รับที่นั่งระหว่าง 140 ถึง 150 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร นำหน้าพรรคประชาชนซึ่งคาดว่าจะได้ 125-135 ที่นั่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี