สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33

สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.51 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักข่าวหลายสำนักได้เกาะติดเลือกตั้งในไทยที่มีขึ้นในวันนี้ โดยมีการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ในหลายสำนัก โดยทางบีบีซี นิวส์ได้รายงานว่า ชาวไทยหลายล้านคน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งสำคัญ หลังจากที่การเมืองไทยประสบภาวะผันผวนทางการเมืองมาหลายปี และเป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนดที่ประกาศโดยนายกรัฐมนตรีคนที่ 32


ประเทศไทยมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนภายในช่วงเวลา 3 ปี ขณะที่ประเด็นหลักของการเลือกตั้งคือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเพราะขาดการปฏิรูป หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บีบีซี ยังรายงานด้วยว่า ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะได้ออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยว่า เห็นชอบหรือไม่

ด้าน อัลจาซีรา สำนักข่าวอาหรับ รายงานอ้างข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า มีผู้ออกไปสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วมากกว่า 2.2 ล้านคน การช่วงชิงคะแนนเสียงของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคนมีขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าและกระแสความรู้สึกชาตินิยมเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รอยเตอร์ของอังกฤษระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ 3 ฝ่ายระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยม ฝ่ายก้าวหน้า และฝ่ายประชานิยม

ส่วนรอยเตอร์ส รายงานว่า การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในวันอาทิตย์ โดยเป็นการแข่งขันกันสามฝ่ายระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยม กลุ่มก้าวหน้า และกลุ่มประชานิยม โดยไม่มีพรรคใดคาดว่าจะได้รับเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด ซึ่งยิ่งทำให้ความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางการเมืองทวีความรุนแรงขึ้น 

สเตรทส์ ไทม์ส สื่อมวลชนภาคภาษาอังกฤษของสิงคโปร์  รายงานว่ามีพรรคการเมืองราวๆ 60 พรรค เข้าร่วมชิงชัยในศึกเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้ แย่งชิงเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฏรทั้งหมด 500 ที่นั่ง โดยประชาชนเกือบ 53 ล้านคน จาก 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ มีสิทธิ์ลงคะแนนย่อนบัตรตั้งแต่เวลา 8.00น. จนถึง 17.00น. ในนั้น 2.3 ล้านคน เป็นผู้มีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ออกเสียงเป็นครั้งแรก 

ทางสำนักข่าว AP ได้ออกมารายงานข่าวการเลือกตั้งของประเทศไทย โดยบอกว่า ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมี 3 พรรคการเมืองหลักแข่งขันกันเพื่อชิงอำนาจ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศไทยได้ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นก่อนกำหนด ในวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นการแข่งขันสามทางระหว่างแนวคิดทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน ได้แก่ การเมืองแบบก้าวหน้า การเมืองแบบประชานิยม และการเมืองแบบอุปถัมภ์แบบดั้งเดิม

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง 53 ล้านคน เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกระแสชาตินิยมที่เพิ่มสูงขึ้นแม้จะมีพรรคการเมืองมากกว่า 50 พรรคลงแข่งขัน แต่มีเพียง 3 พรรคเท่านั้น คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ที่มีองค์กรและฐานเสียงสนับสนุนทั่วประเทศมากพอที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top