วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ. 2569) สั่งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าขนานใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าการประกาศใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินเพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรนั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเกินขอบเขตอำนาจบริหาร ส่งผลให้รัฐบาลพรรครีพับลิกันประสบความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่กลับเข้าดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง
คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 นำโดยหัวหน้าผู้พิพากษา จอห์น โรเบิร์ตส์ สายอนุรักษ์นิยม ระบุในคำตัดสินว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มอบอำนาจในการควบคุมการจัดเก็บภาษีและอัตราภาษีศุลกากรให้แก่ "รัฐสภา" เพียงผู้เดียว พร้อมชี้ชัดว่าพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ปี 1977 ที่ทรัมป์นำมาอ้างนั้น ให้อำนาจประธานาธิบดีเพียงแค่การ "ควบคุมการนำเข้า" ในภาวะวิกฤต แต่ไม่ได้รวมถึงอำนาจในการตั้งอัตราภาษีใหม่ตามใจชอบ

แฟ้มภาพ
"ภารกิจของศาลในวันนี้คือการตัดสินว่าอำนาจที่มอบให้ประธานาธิบดีครอบคลุมถึงการเรียกเก็บภาษีศุลกากรหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ ไม่" โรเบิร์ตส์ ระบุในคำวินิจฉัย โดยย้ำว่าประธานาธิบดีต้องได้รับความเห็นชอบที่ชัดเจนจากรัฐสภาเสียก่อนจึงจะใช้อำนาจพิเศษดังกล่าวได้ ซึ่งในกรณีนี้ทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้
คำตัดสินนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้พิพากษาหัวอนุรักษ์นิยมที่ทรัมป์เป็นคนแต่งตั้งเองอย่าง นีล กอร์ซัค และเอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์ รวมถึงผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยมอีก 3 ท่าน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของศาลในการตรวจสอบการใช้อำนาจเกินขอบเขตของฝ่ายบริหาร
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวด้วยท่าทีโกรธเคืองทันทีหลังทราบผลตัดสิน โดยประณามคำวินิจฉัยนี้ว่าเป็นเรื่อง "เลวร้ายและบกพร่องโดยสิ้นเชิง" พร้อมทั้งแสดงความผิดหวังต่อผู้พิพากษาบางคนที่เขาเคยมองว่าเป็นฝ่ายเดียวกันแต่กลับไม่มีความกล้าหาญพอจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าอุบัติเหตุทางกฎหมายครั้งนี้จะไม่หยุดยั้งนโยบาย "America First" ของเขา โดยประกาศกร้าวว่ารัฐบาลมี "ทางเลือกอื่น" และเตรียมจะประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ภายใต้อำนาจทางกฎหมายฉบับอื่นที่ต่างไปจากคดีนี้ ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติเพื่อตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่เอาเปรียบสหรัฐฯ
.jpg)
ทรัมป์ กล่าวทิ้งท้าย ว่า "ประเทศเหล่านั้นกำลังเต้นรำบนท้องถนนเพราะดีใจกับคำตัดสินนี้ แต่ผมรับรองได้เลยว่าพวกเขาจะเต้นรำได้ไม่นานหรอก"
ขณะที่ตลาดเงินวอล์สตรีทเผชิญกับสภาวะผันผวนอย่างหนักตลอดช่วงบ่ายวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงสับสนระหว่างข่าวดีเรื่องการลดภาระภาษีที่อาจช่วยบรรเทาเงินเฟ้อ กับความไม่แน่นอนครั้งใหม่จากการที่ทรัมป์ขู่จะเดินหน้าเก็บภาษีรอบใหม่ผ่านช่องทางอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลกอีกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก reuters.com
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Donald J. Trump
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี