วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการโต้กลับอย่างรวดเร็วภายหลังความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ โดยการลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการเดิมที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งมีคำสั่งเพิกถอนไป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐฯ เมื่อคืนวันศุกร์ (ตามเวลาวอชิงตัน) ที่มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้ว่าทรัมป์ใช้อำนาจฉุกเฉินเกินขอบเขตในการเก็บภาษี ซึ่งหลังจากทราบคำตัดสินเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ได้ประกาศแผนสำรองทันทีด้วยการงัดกฎหมาย มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 มาใช้แทน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจประธานาธิบดีจัดเก็บภาษีพิเศษได้สูงสุด 15% เพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงิน โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่จะถึงนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ)
.jpg)
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุผ่านสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า การขยับมาใช้มาตรา 122 ควบคู่ไปกับการเปิดสอบสวนภายใต้มาตรา 301 จะช่วยให้รัฐบาลรักษาฐานรายได้จากภาษีนำเข้าในปี 2569 ให้คงเดิม "เราแค่กลับไปใช้อัตราภาษีระดับเดิม แต่อาจจะมาในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย" เบสเซนต์กล่าว พร้อมยอมรับว่าคำตัดสินของศาลทำให้พลังในการต่อรองของสหรัฐฯ ลดลง
อย่างไรก็ตาม คำสั่งใหม่ของทรัมป์ยังคงมี "ข้อยกเว้น" สำหรับสินค้าบางกลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์การบิน, ยา, แร่ธาตุสำคัญ และสินค้าเกษตร รวมถึงยังยกเว้นภาษีให้เม็กซิโกและแคนาดาตามข้อตกลง USMCA ส่วนประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ที่เคยถูกเก็บภาษีฉุกเฉิน 10% ถึง 50% จะถูกเปลี่ยนมาจัดเก็บในอัตรา 10% ภายใต้กฎหมายใหม่นี้แทน
.jpg)
แม้มาตรา 122 จะมีข้อจำกัดให้ใช้ได้เพียง 150 วัน และการขยายเวลาต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภา แต่ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวและมั่นใจ โดยโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ลงนามเก็บภาษีโลก 10% จากห้องทำงานรูปไข่ เรามีทางเลือกที่ยอดเยี่ยม และเราจะแข็งแกร่งขึ้นมากจากการได้รับเงินเพิ่มขึ้นในครั้งนี้"
ขณะที่ในฝั่งของตลาดทุนวอลล์สตรีทและตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ (เสาร์ที่ 21 ก.พ.) ยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคำตัดสินของศาลอาจส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีที่เก็บไปแล้วกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทรัมป์ระบุว่าอาจเป็นเรื่องที่วุ่นวายและใช้เวลานานหลายปีในชั้นศาล
ขอขอบคุณข้อมูลจาก reuters.com
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Donald J. Trump
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี