มาครง ประกาศเพิ่ม หัวรบนิวเคลียร์ คุ้มครองยุโรป ลั่นเสรีภาพต้องแลกด้วยความยำเกรง

มาครง ประกาศเพิ่ม หัวรบนิวเคลียร์ คุ้มครองยุโรป ลั่นเสรีภาพต้องแลกด้วยความยำเกรง

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.47 น.

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง อัลจาซีรา รายงานว่า ฝรั่งเศสสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการความมั่นคงโลก หลังประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ประกาศยกระดับขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า การป้องปรามขั้นสูง (Extended Deterrence) ซึ่งมุ่งเน้นการขยายร่มเงาส่วนตัวของฝรั่งเศสให้ครอบคลุมพันธมิตรในยุโรป โดยแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากกรอบความร่วมมือเดิมของนาโต

บรรยากาศการประกาศนโยบายครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม โดยมาครงเลือกใช้พื้นที่ข้างเรือดำน้ำขีปนาวุธนิวเคลียร์ เลอ เตเมอแรร์ (S617) ณ ฐานทัพเรืออีลลองก์ เป็นฉากหลังในการส่งสัญญาณถึงมหาอำนาจทั่วโลก เขาเปิดเผยว่าได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ในคลังแสง และที่สำคัญคือการบรรลุข้อตกลงกับ 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่ เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, กรีซ, สวีเดน และเดนมาร์ก เพื่อส่งกองกำลังทางอากาศเชิงยุทธศาสตร์และเครื่องบินรบติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสเข้าไปประจำการชั่วคราว


มาครง

แฟ้มภาพ

มาครงระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อ "ทำให้ศัตรูคาดเดาได้ยากขึ้น" ท่ามกลางบริบทความขัดแย้งที่รุมเร้า ทั้งสงครามในยูเครนที่รัสเซียดำเนินการอย่างโหดเหี้ยม การสะสมอาวุธอย่างรวดเร็วของจีน รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่อาจลุกลามมาถึงยุโรป นอกจากนี้เขายังกล่าวประโยคที่สะท้อนถึงจุดยืนใหม่ของฝรั่งเศสว่า "การจะมีเสรีภาพที่แท้จริงได้นั้น เราจำเป็นต้องสร้างความยำเกรงให้ผู้อื่น"

ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอีกประการคือ ฝรั่งเศสจะยุติแนวปฏิบัติด้านความโปร่งใส โดยจะไม่เปิดเผยตัวเลขหัวรบนิวเคลียร์ที่ชัดเจนอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญนับตั้งแต่ปี 1992 การเดินเกมครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นความพยายามของมาครงในการกระชับความร่วมมือในยุโรปให้แน่นแฟ้น ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า ซึ่งพรรคขวาจัดที่มีนโยบายสวนทางกับเขากำลังมีคะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้น

มาครง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ปัจจุบันฝรั่งเศสถือครองคลังแสงนิวเคลียร์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีหัวรบในครอบครองประมาณ 290 หัว ซึ่งการตัดสินใจเพิ่มจำนวนอาวุธทำลายล้างสูงในครั้งนี้เปรียบเสมือนการขีดเส้นตายใหม่ว่า ใครก็ตามที่คิดจะโจมตีฝรั่งเศสหรือพันธมิตรภายใต้ร่มเงาใหม่นี้ จะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก aljazeera.com

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top