วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
กลายเป็นบททดสอบบารมีครั้งสำคัญบนเวทีโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อข้อเรียกร้องแกมบังคับให้ชาติพันธมิตรส่งกองเรือรบเข้าสู่ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เพื่อคุ้มครองเส้นทางน้ำมันโลก กำลังถูกตอบโต้ด้วยการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจากมิตรประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรปจดเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงความหวาดระแวงต่อยุทธศาสตร์การดึงพันธมิตรเข้าสู่ "กองไฟ" ของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน
ญี่ปุ่นย้อนเกล็ด: เมื่อ "หอก" ที่อเมริกาสร้าง กลับมาสนองอเมริกาเอง
ไฮไลท์ที่แสบสันที่สุดในสมรภูมิการทูตครั้งนี้หนีไม่พ้น ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ที่ออกมา "ดับฝัน" ทรัมป์กลางสภาไดเอท โดยระบุชัดว่าญี่ปุ่นไม่มีแผนส่งเรือรบไปยังฮอร์มุซในขณะนี้
ประเด็นที่เจ็บแสบคือ ทากาอิจิเลือกยก "ข้อจำกัดทางกฎหมาย" มาเป็นโล่ป้องกันตนเอง โดยอ้างถึง รัฐธรรมนูญมาตรา 9 (Article 9) ซึ่งเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ" ที่สหรัฐฯ เป็นผู้ร่างและบังคับใช้เพื่อถอนเขี้ยวเล็บญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ย้อนเกล็ดประวัติศาสตร์: ในอดีตวอชิงตันเป็นคนห้ามญี่ปุ่นเคลื่อนกำลังทหาร แต่ในวันนี้เมื่อทรัมป์ต้องการชวนญี่ปุ่นมาร่วมวงกดดันอิหร่าน โตเกียวกลับชี้ไปที่กฎหมายฉบับเดียวกันแล้วบอกว่า "เราทำไม่ได้ เพราะคุณเป็นคนห้ามเราไว้เอง"
รัฐบาลญี่ปุ่นย้ำว่าสถานการณ์ปัจจุบัน "ยังไม่ถึงเกณฑ์ภัยคุกคามต่อการอยู่รอด" (Survival-threatening situation) ที่จะอนุญาตให้ใช้สิทธิป้องกันตนเองร่วมได้ การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตบหน้าทางการทูตที่นุ่มนวลแต่ลึกซึ้งที่สุด
ยุโรปประสานเสียง "No": ปฏิเสธการลากจูงเข้าสู่สงคราม
ฟากยุโรป ฝรั่งเศส และ เยอรมนี แสดงท่าทีแข็งกร้าวไม่แพ้กัน โดยกรุงปารีสยืนยันว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle จะประจำการในเมดิเตอร์เรเนียนต่อไป ส่วน นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี ประกาศกร้าวว่าเบอร์ลินจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้ เช่นเดียวกับ อังกฤษ ที่นายกฯ เคียร์ สตาเมอร์ ต่อสายตรงถึงทรัมป์เพื่อปฏิเสธคำขอโดยตรง ยืนยันความไม่พร้อมในการเผชิญหน้า
เอเชีย-แปซิฟิก: "แทงกั๊ก" และ "ปัดตก" บนความเสี่ยงเศรษฐกิจ
จีน: แม้นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ถึง 90% แต่จีนมีไพ่ของตัวเอง ด้วยการใช้ทางสายกลาง เรียกร้องการเจรจาแทนการใช้กำลังทหาร เมินแรงกดดันของทรัมป์อย่างชัดเจน
เกาหลีใต้: ใช้ท่าที "แบ่งรับแบ่งสู้" อ้างการประเมินสถานการณ์เพื่อดึงเวลา
ออสเตรเลีย & แคนาดา: ปิดประตูตาย โดยนายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดาประกาศกลางสภาว่าจะไม่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการใดๆ ที่พุ่งเป้าโจมตีอิหร่าน
ปรากฏการณ์ การปฏิเสธพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของแสนยานุภาพที่จำกัด แต่คือสัญญาณว่าชาติพันธมิตร "ไม่เอาด้วย" กับนโยบายที่เสี่ยงลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกรณีของญี่ปุ่นที่ใช้กฎหมายของสหรัฐฯ มาเป็นข้ออ้างนั้น ถือเป็นชัยชนะทางการทูตที่ทำให้วอชิงตันต้องกลับไปทบทวนว่ายุทธศาสตร์ "America First" ของตน กำลังทำให้สหรัฐฯ ต้องยืนอยู่อย่าง "America Alone" หรือไม่
ที่มา: Xinhua, Japan Times, Reuters
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี