533.jpg
อิหร่าน สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ หลัง อิสราเอล ถล่ม เลบานอน ราบเป็นหน้ากลอง

อิหร่าน สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ หลัง อิสราเอล ถล่ม เลบานอน ราบเป็นหน้ากลอง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.54 น.

9 เมษายน 2569  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงการณ์แล้วว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลงอย่างมากและหยุดลงในที่สุด หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ 

ข้อมูลจากเว็บไซต์  MarineTraffic ได้แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ไม่มีเรือลำใดกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การจราจรทางเรือเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา


โดยข้อกล่าวหาของอิหร่านที่มีต่ออิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวพยายามยืนกรานว่า เลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางนี้ ขณะที่ทางการเลบานอน ระบุว่า ในวันนี้อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ที่สุดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของแผนการนี้ คือ การที่อิหร่านจะยังคงดำเนินการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาดต่อไป พร้อมอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับแล้วว่าช่องแคบแห่งนี้จะยังอยู่ "ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน"

"มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียง 2 ลำ ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของอิหร่านได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) และมีเรือบรรทุกน้ำมันอีก 1 ลำจากกองเรือของจีนก็ได้แล่นผ่านไปอย่างปลอดภัยเช่นกัน และไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่นแล่นตามมาอีก 'การสัญจรของเรือทั้งหมด' ผ่านช่องแคบได้หยุดลงเพียงไม่กี่นาทีหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอน มีเรือลำหนึ่งที่มีกำหนดจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลา 22:00 น. แต่เปลี่ยนเส้นทางเมื่อเข้าใกล้ช่องแคบและวกกลับไปในที่สุด" IRGC ระบุ 

IRGC ส่งข้อความผ่านวิทยุสื่อสารทางทะเลระหว่างประเทศ เตือนเรือทุกลำในอ่าวเปอร์เซีย และทะเลโอมาน ว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ และการเดินทางผ่านต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรืออิหร่านก่อน หากฝ่าฝืนจะถูกโจมตีและทำลาย

ทั้งนี้ ยังคงมีเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันประมาณ 800-2,000 ลำ ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ เนื่องจากความเสี่ยงสูงและค่าประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น มีเพียงเรือจำนวนน้อยมากจากไม่กี่ประเทศที่สามารถผ่านไปได้ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top