วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
ขู่ตลบหลังอิหร่านทำดีลล่ม
ทรัมป์ห้าวจัด
ล็อกฮอร์มุซ/ปิดทุกช่องทาง
หยุดเรือที่ยอมจ่ายค่าต๋ง
เตะสกัดรายได้เตหะราน
เหิมจัดถล่มโป๊ปเลโอที่14
ปูตินยื่นมือประชุมก๊อก2
ประธานาธิบดีทรัมป์ เหิมจัด อัดโป๊ปเลโอที่ 14 เข้ามาวุ่นวายในสงคราม ทั้งประกาศส่งเรือรบเข้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ หยุดเรือทุกลำที่จ่ายค่าผ่านทาง เพื่อตอบโต้ความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพ หวังตัดเส้นเลือดรายได้สำคัญของอิหร่าน ฝ่ายอิหร่านอัดกลับมะกันไม่จริงใจ ยิงมาก็สวนกลับไป “ปูติน”เสนอตัวช่วยไกล่เกลี่ยสหรัฐ-อิหร่าน หลังดีลครั้งประวัติศาสตร์ล่มไม่เป็นท่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูดทันที
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวนที่ 13 เมษายน ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเตรียมปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้ความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ ฟอกซ์ นิวส์ ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการ ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ และสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่จ่ายค่าผ่านทางผิดกฎหมายให้กับอิหร่านเพื่อแลกกับการเดินทางผ่านช่องแคบ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่จะเริ่มเห็นผลเร็วๆ นี้แน่นอน ย้ำเรือลำใดที่จ่ายค่าธรรมเนียมจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการเดินเรือในน่านน้ำสากลอีกต่อไป เป็นการยกระดับความตึงเครียดหลังจากการเจรจาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกับอิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม และยังทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่กำลังเปราะบางตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะล้มเหลว ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาคาดหวังว่า ฝ่ายอิหร่านจะกลับมาสู่โต๊ะเจรจา และมอบทุกอย่างที่สหรัฐฯ ต้องการมาให้ ภายหลังการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเสริมว่า ความเห็นของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ระบุเรื่องการกวาดล้างอารยธรรมอิหร่านนั้น มีส่วนช่วยกดดันให้อิหร่านยอมตกลงเข้าสู่การเจรจาตั้งแต่แรก
ทำลายทุ่นระเบิดอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้ทำลายทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบ โดยทรัมป์อ้างว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมที่จะกวาดล้างช่องแคบให้สะอาดในเวลาอันสั้น และยังระบุอีกว่า กลุ่มพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ซึ่งเขาเคยตำหนิว่าไม่สนับสนุนสงครามที่เขาเปิดฉากขึ้นร่วมกับอิสราเอล ต่างต้องการที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือในปฏิบัติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้ด้วย โดยกำลังส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดมาสนับสนุน
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ตอบโต้ว่า การส่งเรือรบเข้ามาใกล้ช่องแคบถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรง ขณะที่คาดการณ์ว่า มาตรการปิดล้อมนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีก โดยอาจแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสูงกว่านั้นหากการปิดล้อมยืดเยื้อ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ บางส่วน ตั้งคำถามว่า การปิดล้อมนี้อาจละเมิดกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศและอาจไม่ช่วยกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบได้จริงตามที่ตั้งเป้าไว้
อย่าจ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่าน
ในส่วนของ อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ ผู้อำนวยการองค์กรการเดินเรือสากล หรือไอเอ็มโอ ระบุว่า โลกควรปฏิเสธการเรียกเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือสากล และว่าความพยายามของอิหร่านในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางกับเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และควรได้รับการปฏิเสธจากประชาคมโลก ประเทศต่างๆ ไม่มีสิทธิที่จะนำระบบการจัดเก็บค่าผ่านทาง เรียกเก็บเงิน หรือค่าธรรมเนียมใดๆ มาใช้กับช่องแคบเหล่านี้ การนำระบบค่าผ่านทางมาใช้ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ขอเรียกร้องให้ทุกคนอย่าได้ปฏิบัติตามหรือใช้บริการในลักษณะนี้ เพราะนั่นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการเดินเรือทั่วโลก
โดมิงเกซกล่าวต่อไปด้วยว่า ทางออกพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาการปิดกั้นช่องแคบคือการยุติสงคราม เพราะไม่เคยมีปัญหาใดๆ กับเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลยก่อนที่ความขัดแย้งนี้จะเริ่มต้นขึ้น และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการสัญจรในภูมิภาคนี้ได้อีกครั้งแบบเป็นขั้นเป็นตอนในทันที ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางน้ำนั้นปราศจากอันตราย อย่างเช่น ทุ่นระเบิด พร้อมแสดงความกังวลต่อสวัสดิภาพของลูกเรือกว่า 20,000 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย จากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เพราะยิ่งสถานการณ์นี้ลากยาวออกไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อพวกเขามากขึ้นเท่านั้น
พร้อมทำลายเรืออิหร่าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางทรูธ โซเชียล “@RealDonaldTrump”เมื่อคืนวันที่ 12 เมษายน 2569ในประเด็นเดียวที่ “สำคัญจริงๆ” ในการเจรจากับอิหร่านคือประเด็นนิวเคลียร์ โดยระบุข้อความว่า ดังนั้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น การประชุมเป็นไปด้วยดี ส่วนใหญ่มีการเห็นพ้องต้องกัน แต่ประเด็นเดียวที่สำคัญจริง ๆ คือ “นิวเคลียร์”กลับไม่ได้ข้อสรุป โดยมีผลทันที
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาซึ่งดีที่สุดในโลก จะเริ่มกระบวนการ”ปิดล้อม” เรือทุกลำที่พยายามจะเข้าหรือออก จากช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงหนึ่ง เราจะไปถึงจุดที่ “ทุกลำสามารถเข้าได้ ทุกลำสามารถออกได้” แต่สิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้นเพราะอิหร่านเพียงแค่กล่าวว่า “อาจจะมีทุ่นระเบิดอยู่ที่ไหนสักแห่ง” ซึ่งไม่มีใครรู้ นอกจากพวกเขา นี่คือ “การกรรโชกระดับโลก” และผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จะไม่มีวันถูกกรรโชก
ผมยังได้สั่งการให้กองทัพเรือของเราออกค้นหาและสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่ได้จ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่าน ผู้ใดก็ตามที่จ่ายค่าผ่านทางที่ผิดกฎหมาย จะไม่ได้รับการคุ้มครองในการเดินเรือในทะเลหลวง เราจะเริ่มทำลายทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบด้วย
ชาวอิหร่านคนใดที่ยิงใส่เรา หรือใส่เรือพลเรือนจะถูก “ทำลายอย่างสิ้นเชิง!” อิหร่านรู้ดีกว่าใครว่าจะยุติสถานการณ์นี้ได้อย่างไร ซึ่งได้ทำลายประเทศของพวกเขาไปแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาหมดสภาพ กองทัพอากาศหมดสภาพ ระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรดาร์ไร้ประโยชน์ โคไมนี และ “ผู้นำ” ส่วนใหญ่ของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งหมดนี้เพราะความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของพวกเขา
การปิดล้อมจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า ประเทศอื่นๆ จะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย อิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้หาผลประโยชน์จากการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้ พวกเขาต้องการเงิน และที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาต้องการนิวเคลียร์ นอกจากนี้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราพร้อมเต็มที่แล้ว (ล็อกและบรรจุกระสุนแล้ว) และกองทัพของเราจะจัดการสิ่งที่เหลืออยู่ของอิหร่านให้หมดสิ้น! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์
เปิดแผนปิดล้อมอีหร่าน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่ากองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะเริ่มสกัดกั้นการเดินเรือทั้งหมดที่เข้าออกท่าเรืออิหร่านในวันจันทร์ (13เม.ย.69) เวลา 10:00 น. ตามเวลาเมืองนิวยอร์ก หรือ 21:00 น.เวลาประเทศไทย
“การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกับเรือทุกสัญชาติที่เข้าออกท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรืออิหร่านทั้งหมดในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน” กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุในแถลงการณ์
ทะเลาะกับสันตปาปาลีโอ
ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความโจมตีพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ว่าอ่อนแอเกินไปในเรื่องการจัดการอาชญากรรม และมีทัศนคติที่เลวร้ายมากต่อนโยบายต่างประเทศ
โพสต์ดังกล่าว เกิดหลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาทรงวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านและเวเนซุเอลา
ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ระบุต่อว่า “ผมไม่ต้องการพระสันตะปาปาที่คิดว่าการที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หรือคนที่เอาแต่วิจารณ์ประธานาธิบดีที่กำลังทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน”
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ยังงว่า การที่พระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรกในประวัติศาสตร์ ได้รับเลือกขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2025 นั้น เป็นผลมาจากบริบททางการเมืองที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้น โดยศาสนจักรต้องการใครสักคนที่รับมือกับเขาได้
“ถ้าผมไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว เลโอก็คงไม่ได้อยู่ในวาติกัน”
เนทันยาฮุ ตรวจกำลังพล
ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลบริเวณแนวหน้า ทางตอนเหนือที่ติดกับเลบานอน พร้อมกล่าวชื่นชมความสำเร็จของกำลังพลอิสราเอลที่สู้รบได้อย่างดีเยี่ยม ย้ำสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไปเพราะยังมีสิ่งที่ต้องทำต่อ
อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องช่วงสุดสัปดาห์นี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีฐานยิงจรวดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในช่วงคืนรอยต่อวันเสาร์จนถึงเช้าวันอาทิตย์ รวมถึงโจมตีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต และภาคใต้ของเลบานอน ส่วนในหมู่บ้านของอิสราเอลที่อยู่ใกล้ชายแดน ทางการได้เปิดเสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศ เพื่อแจ้งเตือนการโจมตีด้วยจรวดที่ยิงมาจากฝั่งเลบานอน เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นก่อนที่อิสราเอลและเลบานอนเตรียมเจรจากันครั้งแรกที่สหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ เพื่อหาทางยุติเหตุความไม่สงบ ซึ่งเนทันยาฮูยังย้ำท่าทีว่าต้องการข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรกับเลบานอน
ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้น8%แตะ103
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นราคามาตรฐานโลกปรับขึ้นเกือบ 8% แตะ 102.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเปิดตลาด ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งทะลุ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีข่าวว่าสหรัฐเตรียมใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปทะยานขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ สะท้อนว่าตลาดคาดว่าการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดกั้นต่อไป หลังทรัมป์ขู่ปิดล้อมเต็มรูปแบบ
สำหรับแผนของทรัมป์ในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้การส่งออกน้ำมันอิหร่านเกือบ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ผ่านเส้นทางนี้ต้องหยุดชะงัก ซ้ำเติมภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมันโลก และตัดเส้นเลือดใหญ่ด้านรายได้ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน
ปิดล้อมฮอร์มุซตัดเส้นเลือดอิหร่าน
จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลในภาวะเผชิญหน้าเช่นปัจจุบัน สหรัฐไม่อาจปล่อยให้อิหร่านควบคุมช่องแคบนี้แต่เพียงผู้เดียว หรือเก็บค่าผ่านทางที่เป็นประโยชน์ต่อระบอบการปกครองในเตหะรานได้ “ถ้าน้ำมันของประเทศในอ่าวไม่สามารถออกไปได้ น้ำมันอิหร่านก็จะออกไปไม่ได้เช่นกัน มาดูกันว่าพวกเขาในเตหะรานจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้” โบลตันกล่าวกับผู้สื่อข่าวทีวีบลูมเบิร์ก
การปิดล้อมช่องแคบเต็มรูปแบบจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด เพราะจะตัดเส้นทางการขนส่งส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเดินเรือลอดช่องแคบนี้ได้
รัฐบาลทรัมป์เคยใช้แนวทางที่คล้ายกันกับเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีนี้ โดยปฏิบัติในลักษณะคล้ายปิดล้อมการขนส่งน้ำมันดิบที่ถูกคว่ำบาตรของเวเนซุเอลาในน่านน้ำสากล ก่อนที่สหรัฐจะเข้าควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโรในเดือนมกราคม
ทรัมป์ไม่ได้ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่าสหรัฐจะบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านในจุดใด
อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ของเขามีขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบางส่วนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นวิธีตัดรายได้จากน้ำมันของอิหร่าน และเสริมสร้างอำนาจต่อรองของสหรัฐกับเตหะรานในระหว่างการผลักดันให้เปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ
อัดสหรัฐฯไร้ความจริงใจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และ หัวหน้าคณะผู้แทนของรัฐบาลเตหะราน เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน โดยตลอดการเจรจามาราธอน 21 ชั่วโมง การเจรจาสิ้นสุดลงโดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
ล่าสุด โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ “@mb_ghalibaf” ระบุข้อความ ก่อนการเจรจา ผมได้เน้นย้ำว่าเรามีความปรารถนาดีและความตั้งใจจริง แต่เนื่องจากประสบการณ์จากสงครามสองครั้งที่ผ่านมา เราจึงไม่ไว้วางใจอีกฝ่าย
เพื่อนร่วมงานของผมในคณะผู้แทนอิหร่านที่เข้าร่วมการประชุมนำเสนอข้อเสนอ “เชิงสร้างสรรค์และเพื่อการมองไปข้างหน้า” มากถึง 168 ข้อ แต่สุดท้ายฝ่ายตรงข้ามกลับล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับคณะผู้แทนอิหร่านได้ในการเจรจารอบนี้
อเมริกาเข้าใจตรรกะและหลักการของเราแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องตัดสินใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากเราได้หรือไม่?
แน่นอนว่าเราถือว่าการทูตโดยใช้อำนาจเป็นอีกวิธีหนึ่งควบคู่ไปกับการต่อสู้ทางทหารในการบรรลุสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน และเราจะไม่หยุดแม้แต่น้อยในการพยายามเสริมสร้างความสำเร็จในช่วง 40 วันของการป้องกันประเทศอิหร่าน
ผมขอชื่นชมความพยายามของประเทศปากีสถานที่เป็นมิตรและสนิทสนมในการอำนวยความสะดวกกระบวนการเจรจาเหล่านี้ และขอส่งคำทักทายไปยังประชาชนชาวปากีสถาน
ทัพอิหร่านลั่นพร้อมโต้รุนแรง
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มรูปแบบของอิหร่าน และยังเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ตามปกติ ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ของอิหร่าน ออกมาเตือนว่า เรือทหารใดที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรง.
นำมันแพงถึงลต.กลางเทอม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 12 เมษายนว่า ราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินอาจยังคงสูงไปจนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
คำประกาศดังกล่าวของทรัมป์เป็นการยอมรับถึงผลกระทบทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับเขา ผู้ซึ่งประกาศบ่อยครั้งว่า สหรัฐเป็นฝ่ายมีชัยในสงครามครั้งนี้
ไม่กี่ชั่วโมงหลังคำกล่าวของทรัมป์ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์แผนที่ราคาน้ำมันในเขตกรุงวอชิงตันลงโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความว่า “จงเพลิดเพลินกับราคาน้ำมันหน้าปั๊มตอนนี้เถอะ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘การปิดล้อม’ อีกไม่นานคุณจะคิดถึงราคาน้ำมัน 4–5 ดอลลาร์”
อย่างไรก็ตามสื่อในอเมริการายงานว่าสหรัฐฯอาจจะเจรจากับอิหร่านอีกหนหลังล่มในครั้งแรก
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบเครมลิน แถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้มีการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ว่า เขาพร้อมที่จะช่วยไกล่เกลี่ยความพยายามในการบรรลุสันติภาพในตะวันออกกลาง
ปูติน เน้นย้ำถึงความพร้อมของเขาที่จะอำนวยความสะดวกในการแสวงหาทางออกทางการเมืองและทางการทูตสำหรับความขัดแย้ง และเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความพยายามเพื่อให้บรรลุสันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืนในตะวันออกกลาง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี