วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
ขู่ล้างตระกูลคาเมเนอี ยิวจ้องสุมไฟ รอทรัมป์ไฟเขียวถล่ม

ขู่ล้างตระกูลคาเมเนอี ยิวจ้องสุมไฟ รอทรัมป์ไฟเขียวถล่ม

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ขู่ล้างตระกูลคาเมเนอี

ยิวจ้องสุมไฟ

รอทรัมป์ไฟเขียวถล่ม

สหรัฐฯเร่งบีบอิหร่าน

โจมตีใหญ่ถ้าไม่เจรจา

 

ผู้นำสหรัฐ ไม่เร่งทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน แต่ถ้าเตหะรานไม่ยอมตกลง ก็พร้อมปิดฉากสงครามด้วยการใช้กำลังทหาร ยันไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ ขณะเดียวกัน ยังประกาศขยายหยุดยิง ยิว-เลบานอน ออกไปอีก 3 สัปดาห์ ด้านผู้นำอิสราเอลแค้นฝังหุ่น ประกาศเดินหน้าล้างบางตระกูลคาเมเนอี รอทรัมป์ไฟเขียว


เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะให้สงครามกับอิหร่านยืดเยื้อไปนานแค่ไหน พร้อมเตือนนักข่าวว่า “อย่ามาเร่งผม”

ทรัมป์ปัดตอบเส้นตายยุติศึกอิหร่าน

ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ให้เห็นว่า การหยุดยิงที่ดำเนินอยู่เป็นสัญญาณที่ดีในการเจรจา ยืนยันว่าเราหยุดยิงเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย เพราะพวกเขาต้องการสันติภาพ พวกเขาต้องการทำข้อตกลง เราได้พูดคุยกับอิหร่านแล้ว แต่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครเป็นผู้นำประเทศอยู่ พวกเขากำลังอยู่ในภาวะสับสน วุ่นวาย ดังนั้น เราจึงคิดว่าเราควรให้โอกาสอิหร่านเล็กน้อย เพื่อจัดการความวุ่นวายเหล่านั้นให้เรียบร้อย

ทรัมป์ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่กดดันที่จะยุติสงครามอย่างรวดเร็ว แม้เดิมกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ 4-6 สัปดาห์ โดยชี้ให้เห็นถึงการที่อิหร่าน ไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้ระหว่างปิดล้อมทางทะเลที่ยังดำเนินอยู่ ทุกสื่อต่างบอกว่า ทรัมป์กำลังถูกกดดันเรื่องเวลา แต่ที่จริงไม่เป็นเช่นนั้น อิหร่านต่างหากที่ถูกกดดันเรื่องเวลา เพราะถ้าพวกเขาไม่เร่งผลิตน้ำมัน โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันทั้งหมดของพวกเขาจะพังทลาย

ขู่ใช้กำลังทหารถ้าเตหะรานไม่รับเงื่อนไข

ผู้นำสหรัฐฯยังขู่ว่าถ้าอิหร่านไม่รับข้อตกลง ตนพร้อมปิดฉากสงครามครั้งนี้ด้วยการใช้กำลังทหาร และยืนยันจะไม่มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่าน โดยสหรัฐฯบรรลุเป้าหมายทางทหารด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์แบบปกติแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่ควรมีใครได้รับอนุญาตให้ใช้นิวเคลียร์ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ส่วนสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์เผยอีกว่าสั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงโจมตีเรือลำใดก็ตาม ที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบ พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมช่องแคบนี้เบ็ดเสร็จ และจะไม่เปิดให้มีการสัญจรจนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลง

ทัพเรือสหรัฐค้นเรือขนน้ำมันอิหร่าน

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯได้บุกยึดเรือบรรทุกน้ำมัน เอ็มที มาเจสติก เอ็กซ์ (M/T Majestic X) ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งต้องสงสัยว่าขนส่งน้ำมันจากอิหร่าน เพื่อส่งไปประเทศจีน ทรัมป์ยอมรับด้วยว่า ชาวอเมริกันอาจต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสักระยะหนึ่ง เพื่อแลกกับการทำให้อิหร่านปราศจากอาวุธนิวเคลียร์

สื่อต่างประเทศรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่วิดีโอ ขณะกองกำลังสหรัฐฯบุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมัน M/T Majestic X ในมหาสมุทรอินเดีย เรือไร้สัญชาติที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร และกำลังขนส่งน้ำมันจากอิหร่าน พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯจะสกัดเรือทุกลำที่ต้องสงสัยสนับสนุนอิหร่าน

ด้านรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลจากบริษัทติดตามการเดินเรือ และแหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลพบว่ากองทัพสหรัฐฯเข้าสกัดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงอิหร่านในน่านน้ำเอเชียอย่างน้อย 3 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือ Dorena ที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำ 2 ล้านบาร์เรล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอาจลุกลามขยายวงเข้ามาในอินโด-แปซิฟิก หลังสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังร้อนระอุ แม้สหรัฐฯกับอิหร่านจะขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราวออกไปไม่มีกำหนด

ขยายหยุดยิงยิว-เลบานอนอีก3สัปดาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอีกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯยังเผยถึงการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนได้ขยายเวลาออกไปอีก 3 สัปดาห์ จากเดินประกาศหยุดยิง 10 วันแรกจะครบกำหนด

วันที่ 26 เมษายน หลังทรัมป์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมตัวแทนของทั้งสองประเทศ ที่ทำเนียบขาวฯวันเดียวกันนี้

ทรัมป์ยังโพสต์ทรูธโซเชียลด้วยว่า การประชุมเป็นไปด้วยดีมาก สหรัฐจะร่วมมือกับเลบานอนเพื่อช่วยให้ประเทศปกป้องตนเองจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เดิมทีข้อตกลงหยุดยิงซึ่งประกาศไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกำหนดสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไป 10 วัน

ยิวขู่ล้างบางตระกูลคาเมเนอี

ทรัมป์ระบุด้วยว่า ท้ายที่สุดเขาจะเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพวงกว้างระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีสถานะเป็นคู่สงครามกันมาตั้งแต่ปี 2491 ตนรอเป็นเจ้าภาพต้อนรับนายกฯเนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และประธานาธิบดี โจเซฟ อาอูน แห่งเลบานอน ในอนาคตอันใกล้

ด้านนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลประกาศว่า อิสราเอลมีความพร้อมเต็มที่ที่จะกลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหาร และทำให้อิหร่านถอยกลับไปสู่ยุคหิน ขณะนี้อิสราเอลกำลังรอไฟเขียวจากสหรัฐเท่านั้น เพื่อกำจัดตระกูลคาเมเนอีให้สิ้นซาก

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวต่อว่า ความสำคัญอันดับแรกคือ การกวาดล้างระบอบคาเมเนอี กำจัดกลุ่มผู้นำที่เป็นต้นคิดของแผนการทำลายล้างอิสราเอล และทำให้อิหร่านกลับไปสู่ยุคมืดด้วยการโจมตีทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไฟฟ้า และเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ยืนยันว่า กองทัพกำหนดเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้ว และเตรียมพร้อมด้านการป้องกันและการรุกราน ย้ำว่าการโจมตีครั้งใหม่นี้จะแตกต่างและรุนแรงถึงตายยิ่งกว่าครั้งก่อน

คำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงัก หลังการเจรจาในปากีสถานล้มเหลว และสหรัฐฯได้ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อเนื่อง ขณะที่ชาวอิหร่านเผชิญการทิ้งระเบิดจากสหรัฐฯ และอิสราเอลมานานถึง 6 สัปดาห์ ก่อนการหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน

เตหะรานโต้ครหาแตกแยก

ในส่วนอิหร่านออกมาตอบโต้กรณีประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า อิหร่านกำลังเกิดการสู้รบภายในกันเองอย่างหนัก ระหว่างฝ่ายหัวรุนแรงและฝ่ายสายกลาง จนไม่รู้ว่าใครคือ ผู้นำที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้นำระดับสูงของอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธและยืนยันความสามัคคีที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า

โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ยืนยันว่า ในอิหร่านไม่มีการแบ่งแยกเป็นสายแข็งหรือสายกลาง แต่ทุกคนคือ ชาวอิหร่านและนักปฏิวัติที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ย้ำถึงเอกภาพระหว่างประชาชนและรัฐบาล และประกาศความจงรักภักดีอย่างเต็มที่ต่อโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ขณะที่อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่าอิหร่านสามัคคีกันมากกว่าที่เคยเป็นมา สถาบันต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างมีระเบียบวินัยและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top