533.jpg
ยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว  ทรัมป์หนีตายระทึก

ยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว ทรัมป์หนีตายระทึก

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

ทรัมป์หนีตายระทึก

โวสนั่นหลังรอดคมกระสุน

เผยมือปืนเป็นอดีตครูดีเด่น

ถกอิหร่าน-สหรัฐฯรอบ2ล่ม

ประธานาธิบดีทรัมป์หนีตายระทึก หลังเกิดเหตุกราดยิงกลางงานเลี้ยงนักข่าวทำเนียบขาวประจำปี ซึ่งมีผู้ร่วมงานมากกว่า 2.6 พันคน แถลงข่าวหลังรอดตาย เชื่อตกเป็นเป้าลอบสังหาร เพราะทำงานดี-เปลี่ยนแปลงประเทศ ทำให้บางคนไม่พอใจ ประณามคนร้ายเป็นอันธพาล พร้อมเปิดโฉมหน้ามือปืนพบเป็นอดีตครูดีเด่น เป็นอาจารย์และเป็นนักพัฒนาเกม เบื้องต้นตั้ง 2 ข้อหาหนักส่วนเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่อิสลามาบัดล่มอีกรอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวประจำปี เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงแรมวอชิงตันฮิลตัน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐ และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลข 1 เข้าร่วมงานด้วย


ระทึกเสียงปืนป่วนงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งนั่งรอเวลาเริ่มงาน เกิดเสียงปืนดังขึ้น 7-8 นัด สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงซึ่งมีประมาณ 2,600 คนเสียงกรีดร้องดังลั่น พร้อมคำเตือนบอกให้ทุกคนหมอบลงใต้โต๊ะ ขณะที่เจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยพร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้าไปนำตัวผู้นำสหรัฐ และเมลาเนีย สตรีหมายเลขหนึ่งออกจากห้องงานเลี้ยงทันที เช่นเดียวกับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมถึงนายพีธเฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัวออกไปเช่นกัน

หลังเกิดหตุระทึกขวัญดังกล่าวทรัมป์โพสต์ผ่านทรูซ โซเชียลว่า เป็นค่ำคืนที่น่าตื่นเต้นในดี.ซี สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง รวมถึงเจดี แวนซ์รองประธานาธิบดี และสมาชิกคณะรัฐมนตรีทั้งหมดปลอดภัยดี และผู้ก่อเหตุยิงถูกจับกุมตัวแล้ว ในส่วนของงานเลี้ยงมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ถูกยกเลิกไปแล้วด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และจะกลับมาจัดอีกครั้งภายใน 30 วันนอกจากนี้ ทรัมป์ยังชื่นชมหน่วยรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยบังคับใช้กฎหมายด้วยว่า ทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ตอบโต้ได้เร็ว ฉับพลัน และกล้าหาย สามารถจับกุมคนร้ายได้ทันที

ทรัมป์ชี้เป็นเป้าลอบฆ่าเพราะทำงานดี

ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงหลังเกิดเหตุด้วยว่า เชื่อว่าตนเองเป็นเป้าลอบสังหาร ระหว่างงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว กรุงวอชิงตันดีซี และเรียกร้องคนอเมริกันแก้ปัญหาความเห็นต่างอย่างสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมประณามคนร้ายเป็นอันธพาลถือเป็นการกระทำโจมตีต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ ทั้งนี้ คนร้ายพร้อมอาวุธปืนหลายชนิดและมีด พยายามบุกฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไป แต่ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมตัวไว้ได้

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ไม่ใช่เป็นครั้งแรกในรอบสองสามปีที่ผ่านมาที่มีคนร้ายพยายามโจมตีทำร้ายมุ่งสังหารเอาชีวิตตน พร้อมกล่าวเรียกร้องต่อประชาชนอเมริกันให้ยึดมั่นแนวทางแก้ปัญหาความเห็นต่างอย่างสันติวิธี

“ผมศึกษาเหตุการณ์ลอบสังหารในอดีต ผมเชื่อว่าคนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศมักตกเป็นเป้าการลอบสังหารเสมอ เหมือนอับราฮัม ลินคอล์น คนที่ไม่ค่อยทำอะไรให้ประเทศไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายหรอก ผมไม่อยากพูดแบบนี้แต่ผมถือว่าเป็นเกียรติมาก”ทรัมป์กล่าว และชื่นชมรัฐบาลของตัวเองว่าทำผลงานต่างๆ ให้สหรัฐฯมากมาย อาจทำให้บางคนไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลการใช้ความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่ากังวลกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเป็นอาชีพที่อันตรายอยู่แล้ว การเป็นผู้บัญชาการสูงสุดย่อมแปลว่าคุณต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้

เผยคลิปจนท.บุกพาทรัมป์หนี

เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรายหนึ่งเผยผ่านรอยเตอร์สว่า ชายคนหนึ่งถือปืนลูกซองพยายามฝ่าแนวรักษาความปลอดภัย โดยชายคนดังกล่าวยิงใส่เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยนายหนึ่ง แต่กระสุนถูกเสื้อเกราะ จึงไม่ได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางทั้งหมด รวมถึงทรัมป์ ปลอดภัยดี

แอนโธนีกูกลิเอลมี โฆษกของ Secret Service หน่วยอารักษาประธานาธิบดี กล่าวว่า หน่วยงานกำลังสอบสวนเหตุยิงกันที่เกิดขึ้นใกล้จุดตรวจคัดกรองหลักบริเวณทางเข้างาน

สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังได้เผยแพร่คลิปที่ช่างภาพบันทึกในได้งานเลี้ยงดังกล่าว จะเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเร่งเข้าหาจุดที่ทรัมป์และสตรีหมายเลขหนึ่งนั่งร่วมงาน หลังจากมีเสียงดังคล้ายเสียงปืนประมาณ 7-8 นัดดังขึ้นในโรงแรม วอชิงตัน ฮิลตัน สถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ก้มศีรษะลงใต้โต๊ะชั่วขณะ ก่อนเจ้าหน้าที่จะคุ้มกันและเร่งนำตัวออกจากงานเลี้ยงทันที ขณะที่ผู้ร่วมงานกว่า 2,600 คนต้องหมอบลงใต้โต๊ะเพื่อความปลอดภัย

วูล์ฟบลิตเซอร์ ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNN ระบุว่าเขาเห็นมือปืนใช้อาวุธร้ายแรงมาก และอยู่ห่างจากจุดที่เขาอยู่เพียงไม่กี่ฟุต ขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต บอกว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และชื่นชมเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ตอบสนองเหตุการณ์รวดเร็ว

สำหรับโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เป็นโรงแรมเดียวกับที่ประธานาธิบดี โรนัลด์เรแกน เคยถูกมือปืนพยายามลอบสังหารเมื่อปี 1981 แต่รอดชีวิตมาได้

รวบทันควันอดีตครูดีเด่นมือปืนก่อเหตุ

ต่อมา มีรายงานความคืบหน้าเหตุกราดยิงกลางงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวว่าเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมาทราบชื่อคือ โคล อัลเลน (Cole Allen) วัย 31 ปี มาจากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สืบสวนทราบประวัติเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุทำงานเป็นครู ที่เพิ่งได้รับรางวัล “ครูดีเด่นประจำเดือนของเขตลอสแอนเจลิส”เมื่อไม่นานมานี้ และเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคเดโมแครตสำเร็จการศึกษาจาก California Institute of Technology (Caltech) ในปี 2017 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ต่อมาได้รับปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก California State University Dominguez Hills

อัลเลน ทำงานพาร์ตไทม์เป็นครูที่ C2 Education ตั้งแต่ปี 2020 อีกทั้งยังพัฒนาเกมอินดี้ของตัวเองชื่อ “Bohrdrom” ซึ่งวางจำหน่ายบน Steam นอกจากนี้ ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เขายังเคยทำงานวิจัยกับ NASA Jet Propulsion Laboratory อีกด้วย

นอกจากนี้ จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่า มือปืนที่ลงมือก่อเหตุ แฝงตัวเป็นแขกเข้าพักในโรงแรม Washington Hiltonก่อนเริ่มงาน โดยมีอาวุธเป็นปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว และไม่มีภัยคุกคามต่อสาธารณะต่อเนื่องต่อมาอัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Jeanine Pirro ได้ตั้งข้อหาเบื้องต้น2ข้อหาหนัก เป็นการใช้อาวุธปืนระหว่างก่ออาชญากรรมรุนแรง และทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางด้วยอาวุธอันตรายจำเลยจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางเพื่อไต่สวนเบื้องต้นวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้

ผลเจรจาสหรัฐ-อิหร่านรอบสองล่ม

อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯในกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถานว่า ต้องล้มเหลวอีกรอบ หลังผู้แทนฝ่ายอิหร่านไม่ยอมพูดคุยกับฝ่ายสหรัฐฯ โดยเดินทางกลับทันทีหลังเจรจากับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ที่เสนอเป็นตัวกลางจัดเจรจารอบสองนี้ ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งยกเลิกการเดินทางไปปากีสถานของทูตสหรัฐฯ แล้วเช่นกัน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ สั่งยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นำโดย สตีฟวิตคอฟฟ์ และ จาเร็ดคุชเนอร์ ที่จะไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อเจรจาสันติภาพกับอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถานไปประเทศโอมาน โดยไม่มีการพบปะโดยตรงกับฝ่ายสหรัฐฯ

ซึ่งทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่าการเดินทางครั้งนี้เสียเวลาและเหนื่อยเกินไป เพราะต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินกว่า 17-18 ชั่วโมง และอ้างว่ามีความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้นำอิหร่านจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนตัดสินใจตัวจริง อีกทั้ง ยังเผยว่า อิหร่านส่งข้อเสนอเป็นเอกสารผ่านปากีสถาน แต่ทรัมป์มองว่ายังไม่น่าพอใจ แม้ภายหลังจะอ้างว่าได้รับเอกสารฉบับใหม่ที่ดีขึ้นมาก หลังประกาศยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ เพียง 10 นาทีก็ตาม อย่างไรก็ตาม แม้จะยกเลิกการเจรจา แต่ทรัมป์ยืนยันว่า ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปรบกันทันที และย้ำว่าสหรัฐฯถือไพ่เหนือกว่าและอิหร่านสามารถโทรศัพท์มาหาเขาได้ทุกเมื่อหากต้องการคุยจริงๆ

ส่วนนายอารักชี รมต.ต่างประเทศของอิหร่านโพสต์ข้อความผ่าน X ว่า การเยือนปากีสถานครั้งนี้ได้ผลดีมาก แต่ก็ตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐฯจริงจังกับการแก้ปัญหาทางการทูตเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านหรือไม่ คาดว่าเขาจะเดินทางกลับเตหะรานทันทีหลังจบการเยือนโอมาน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าอิหร่านปฏิเสธการเจรจาโดยตรงรอบใหม่กับสหรัฐฯ สอดคล้องกับแหล่งข่าวทางการทูตของอิหร่านที่ระบุว่า จะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องสูงสุดของทางวอชิงตัน

ผู้สื่อข่าวยังรายงานสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านว่า ขณะนี้สหรัฐฯและอิหร่านกำลังเผชิญภาวะชะงักงันที่มีต้นทุนสูง โดยอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ 1 ใน 5 เส้นทางของโลก ขณะที่สหรัฐฯก็ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านและปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 9 ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกสูงสุดในรอบหลายปี กระตุ้นเงินเฟ้อและฉุดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top