533.jpg
จับตาทรัมป์  เล็งเปิดศึกใหญ่ทิ้งทวน

จับตาทรัมป์ เล็งเปิดศึกใหญ่ทิ้งทวน

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผู้นำสหรัฐฯ เรียกบริษัทน้ำมันถกมาตรการบรรเทาผลกระทบตลาดน้ำมัน หากสหรัฐฯยังปิดล้อมทางทะเลอิหร่านต่อไปไม่มีกำหนด เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อคนอเมริกัน ขณะที่กลาโหมสหรัฐฯแจงรัฐสภาครั้งแรก เผยค่าใช้จ่ายการทำสงครามกับอิหร่านเป็นทางการ สูงถึง 8.7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านสื่อมะกันระบุทรัมป์อุบแผนปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่อีกรอบ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน สื่อต่างประเทศรายงานถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก (OPEC) โดยทรัมป์มองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง


ผู้นำสหรัฐฯตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง โดยเขาเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะเป็นผลดีต่อการปรับลดราคาก๊าซและราคาน้ำมันให้ต่ำลง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มโอเปกกำลังเผชิญกับปัญหาภายใน เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของกลุ่ม ได้ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกโอเปกเมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายนที่ผ่านมามีผลวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะเป็นการสร้างผลกระทบต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และก่อวิกฤตด้านพลังงานครั้งรุนแรงเป็นประวัติการณ์เนื่องมาจากสงครามอิหร่าน สะท้อนความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศในแถบอ่าวอาหรับชัดเจน

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯเชิญตัวแทนบริษัทด้านพลังงานหลายแห่ง รวมถึงเชฟรอน ร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการที่เป็นไปได้ที่จะสร้างเสถียรภาพให้ตลาดน้ำมัน และลดผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ หากการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านยังดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน ประเด็นหารือยังรวมถึงการผลิตพลังงานในประเทศ ความคืบหน้าในเวเนซูเอลา ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า ก๊าซธรรมชาติและการขนส่งเชื้อเพลิงทางเรือขณะที่ข่าวการขยายมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับ 122 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ย้ำเตือนให้อิหร่านเร่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง ขณะที่ทางการอิหร่านได้ตอบโต้ว่าสามารถทนต่อการปิดล้อมได้ เนื่องจากมีเส้นทางการค้าเส้นอื่นให้เลือกใช้ อีกทั้งไม่ได้มองว่าสงครามจบลงแล้ว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สงครามสหรัฐฯในอิหร่านมียอดค่าใช้จ่ายสะสมถึงปัจจุบันอยู่ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 875,000 ล้านบาท ถือเป็นการเปิดเผยตัวเลขประมาณการค่าใช้จ่ายทางทหารอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นช่วง 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ อาจต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากในการรักษาฐานเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคเดโมแครตกำลังได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากความพยายามเชื่อมโยงประเด็นสงครามอิหร่านที่ไม่ได้รับความนิยมเข้ากับประเด็นเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ

จูลส์เฮิสต์ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรว่า งบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง หรือรวมงบประมาณที่คาดการณ์สำหรับการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานของฐานทัพในตะวันออกกลางที่เสียหายจากความขัดแย้งไว้แล้วหรือไม่

สำหรับงบประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 875,000 ล้านบาท มีมูลค่าเทียบเท่ากับงบประมาณประจำปีทั้งหมดของสำนักงานบริหารการบินและอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA)

นายพีท  เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ยืนยันต่อสมาชิกรัฐสภาว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่ต้องการรับประกันว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาสถานะการหยุดยิงชั่วคราว โดยสหรัฐฯส่งกำลังพลเพิ่มหลายหมื่นนายเข้าไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงการคงกองเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 3 ลำไว้ในภูมิภาค ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทหารสหรัฐฯเสียชีวิตแล้ว 13 นาย บาดเจ็บอีกหลายร้อยนาย

ด้านสำนักข่าววอชิงตัน โพสต์รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินรบยูเอสเอสเจอรัลด์อาร์ฟอร์ด ของสหรัฐฯ เตรียมแล่นออกจากตะวันออกกลาง เพื่อเดินทางกลับสหรัฐฯในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นับเป็นการบรรเทาภาระให้ทหารเรือประมาณ 4,500 นายที่ถูกส่งไปประจำการนานถึง 10 เดือน

กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีฟอร์ด (Ford Carrier Strike Group) เริ่มปฏิบัติภารกิจล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2025 โดยออกเดินทางจากรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ไปยังพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการประจำพื้นที่ยุโรปของสหรัฐฯ

ต่อมาเดินทางไปยังภูมิภาคลาตินอเมริกาเพื่อปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ก่อนเดินทางไปยังตะวันออกกลางขณะที่ความตึงเครียดกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น เรือบรรทุกเครื่องบินรบลำนี้เป็นหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินรบสามลำที่ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมกับเรือยูเอสเอสจอร์จเอช.ดับเบิลยู.บุช (USS George H.W. Bush) และเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln)

ด้านอาซิออส (Axios) สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯรายงานว่าโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมรับฟังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯบรรยายสรุปแผนการใหม่สำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่านวันนี้ (30 เมษายน)การฟังบรรยายสรุปครั้งนี้บ่งชี้ว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะกลับมาปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเพื่อคลี่คลายทางตันในการเจรจา หรือเพื่อโจมตีครั้งสุดท้ายก่อนยุติสงคราม

รายงานดังกล่าวอ้างแหล่งข่าว 3 แห่งระบุว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯเตรียมแผนโจมตีอิหร่านแบบสั้นและรุนแรง ซึ่งอาจรวมถึงเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อคลี่คลายทางตันในการเจรจา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top