วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ทรัมป์บินคุย‘สี’
ขนทัพซีอีโอไปปักกิ่ง
ปากดีไม่พึ่งจีนหย่าศึก
ทั่วโลกจับตาปธน.ทรัมป์หอบคณะนักธุรกิจ-ซีอีโอระดับบิ๊กของอเมริกามากกว่า 12 แห่ง เยือนจีนเป็นทางการ จับเข่าคุย“สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน 14-15 พ.ค. หลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะสงครามอิหร่าน กร้าว! ไม่จำเป็นต้องพึ่งจีนช่วยหย่าศึก มั่นใจสุดท้ายสหรัฐจะชนะและบีบศัตรูยอมจำนน ด้านอิหร่านนำเรือดำน้ำขนาดเล็กประจำการฮอร์มุซ ลั่นไม่ยอมให้มะกันแทรกแซงกิจการภายใน พร้อมเปิดฉากโจมตีทันที
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนจีนในวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อเตรียมพบหารือประเด็นกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ขณะที่สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านยังตึงเครียดสูง หลังผู้นำสหรัฐฯปัดตกข้อเสนอยุติสงครามล่าสุดของอิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทรัมป์มีกำหนดประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ 14-15 พฤษภาคม นี้ ถือเป็นการเยือนจีนเป็นทางการของทรัมป์ครั้งแรกในรอบ 10 ปี คาดว่าจะพูดคุย
หลายประเด็นร้อน ทั้งความขัดแย้งทางการค้าและภาษีศุลกากรของทั้งสองประเทศ ประเด็นไต้หวัน และสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
มีรายงานด้วยว่า การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ ทรัมป์นำคณะผู้แทนทางธุรกิจกลุ่มย่อย รวมถึงซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำมากกว่า 12 แห่ง จากหลายภาคธุรกิจ ทั้งสถาบันการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมหนักเจรจาหวังเปิดตลาดธุรกิจเหล่านี้ในจีนให้มากขึ้น รวมถึงหารือตั้งกรอบการสื่อสารและช่องทางลดความขัดแย้งเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะความกังวลด้านจารกรรมไซเบอร์ รวมถึงการควบคุมห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และแร่หายาก
ก่อนเดินทางประธานาธิบดีทรัมป์ ยังโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เปิดประเทศ เพื่อเพิ่มการดำเนินงานและขยายการลงทุนของบริษัทอเมริกันในจีน
ด้านสถานีโทรทัศน์ด้านซีซีทีวีของจีนรายงานความเห็นชาวอเมริกันก่อนหน้าการประชุมสุดยอดสองผู้นำจีน-สหรัฐฯ ว่า การพบกันของสองผู้นำประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก เป็นสิ่งสำคัญ และได้รับความสนใจอย่างมาก ทุกคนหวังว่าการพูดคุยระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีของสองประเทศ มากกว่าเพิ่มความเกลียดชังระหว่างกันให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ก่อนมาร่วมประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งถึงปัญหาขัดแย้งกับอิหร่านโดยยืนยันว่า เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งกับอิหร่าน หรือเพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงสันติภาพ แม้จีนยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดรัฐบาลเตหะรานก็ตาม และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐจะเป็นฝ่ายชนะ ทำให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงได้ในที่สุด แม้จะผ่านมากว่าหนึ่งเดือนหลังการหยุดยิงที่เปราะบางเริ่มมีผล แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งได้
รัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯและจีนหารือร่วมกันก่อนหน้านี้ และเห็นพ้องว่าไม่ควรมีประเทศใดเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อรักษาเสรีภาพเดินเรือ
ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวของอิหร่านที่เริ่มกระชับอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้นด้วยการทำข้อตกลงร่วมกับอิรักและปากีสถาน เพื่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากภูมิภาคดังกล่าว ท่ามกลางความกังวลว่า การเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกอย่างถาวร
นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงกิจการของอิหร่าน
ส่วนการเจรจาจำเป็นต้องมีการประนีประนอม อีกทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯที่ผลักดันข้อเรียกร้องมากเกินไป
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านตอบโต้ทรัมป์ว่า สหรัฐฯไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับสิทธิของประชาชนชาวอิหร่านตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ 14 ข้อที่อิหร่านเสนอ พร้อมเตือนว่าการใช้แนวทางอื่นมีแต่จะประสบความล้มเหลว และยิ่งสหรัฐฯ ถ่วงเวลาไปนานเท่าไร ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันยิ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนโฆษกรัฐบาลอิหร่านออกมาแถลงวันเดียวกันว่า อิหร่านกำลังเตรียมพร้อมเปิดฉากโจมตี แต่เป้าหมายหลักของอิหร่านยังอยู่ที่สันติภาพและการทูต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิหร่านประจำการเรือดำน้ำขนาดเล็ก Ghadir-class ในช่องแคบฮอร์มุซ ให้เป็น“ผู้พิทักษ์ที่มองไม่เห็น” ในน่านน้ำที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงาน 1 ใน 5 ของตลาดโลก ซึ่งอิหร่านปิดกั้นการสัญจรทางเรือตั้งแต่เกิดศึกสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นการรับมือแผนสหรัฐฯ ที่จะให้กองกำลังทางเรือแล่นประกบคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ความเคลื่อนไหวของกองทัพอิหร่านครั้งนี้ เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ Fox Newsว่า กำลังพิจารณาสั่งให้กองกำลังทางเรือสหรัฐฯ ดำเนินการตามแผนคุ้มครองเรือผ่านช่องแคลฮอร์มุซอีกครั้ง และยังวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรือดำน้ำ Ghadir-class ที่อิหร่านพัฒนาขึ้นเองตั้งแต่ปี 2548 นี้ ลอกเลียนการออกแบบจากเกาหลีเหนือ
รายงานระบุด้วยว่า ปกติอิหร่านใช้เรือดำน้ำ Ghadir-class เพื่อป้องกันพื้นที่แถบชายฝั่งทะเล เนื่องจากเป็นเรือดำน้ำที่แล่นได้ไม่ไกล เหมาะใช้กับน้ำตื้น เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่วนที่ลึกที่สุดลึกเพียง 100 เมตร อีกทั้งมีศักยภาพโจมตีใกล้เคียงขีปนาวุธและโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับต้นทุนต่ำที่อิหร่านผลิตขึ้นเองเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี