วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
18 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐมนตรีคลัง และ ผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G7 ประชุมกันที่ปารีสในวันจันทร์นี้ โดยประเด็นสำคัญที่สุดในการประชุมคือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามกับอิหร่าน
นายโรลองด์ เลสกูร์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ยังกล่าวว่า กลุ่ม G7 เปิดโอกาสให้มีการเจรจาอย่างตรงไปตรงมาในกลุ่มพันธมิตร ในช่วงเวลาที่ความไม่ลงรอยกับรัฐบาลวอชิงตันเพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญของการประชุมที่กรุงปารีส คือ สิ่งที่นายโรลองด์ เลสกูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส อธิบายว่าเป็น ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจโลกที่ฝังรากลึก ซึ่งทำให้ความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความเสี่ยงของการผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดการเงิน รูปแบบการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ยั่งยืนอย่างเห็นได้ชัด โดยชี้ให้เห็นถึงรูปแบบที่จีนบริโภคน้อยเกินไป สหรัฐบริโภคมากเกินไป และยุโรปลงทุนน้อยเกินไป

ส่วนนายคีเรียกอส ปิแอร์ราคาคิส ประธานยูโรกรุ๊ป (Euro group) กล่าวใน แถลงการณ์ว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติความขัดแย้งอย่างถาวรมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ต้นทุนการกู้ยืมในกลุ่มประเทศ G7 พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกลดลงในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์
ยูโรกรุ๊ป (Euro group) เป็นกลุ่มรัฐมนตรีคลังของประเทศที่ใช้เงินยูโร และในการประชุม G7 ครั้งนี้ 'คีเรียกอส ปิแอร์ราคาคิส ' จะเป็นตัวแทนเข้าร่วม ขณะที่สมาชิกหลักของ G7 ประกอบด้วย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น เขากล่าวว่า "แม้เศรษฐกิจยุโรปจะยังคงแข็งแกร่งและยืดหยุ่นท่ามกลางวิกฤตพลังงานครั้งนี้ แต่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังต้องเผชิญแรงกดดัน แม้ความขัดแย้งจะยุติลงอย่างรวดเร็วก็ตาม"
โดยมีการคาดการณ์ว่าการประชุมสำคัญในสัปดาห์นี้คงไม่ได้ช่วยคลายความกังวลลงได้มากนัก อีกทั้งรัฐมนตรีคลังในกลุ่ม G7 จะมองหาความคืบหน้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี และความพยายามครั้งล่าสุดของสหรัฐ ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของหลายประเทศในกลุ่ม G7 พุ่งสูงขึ้น หลังนักลงทุนกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวจากปัญหาพลังงานตึงตัว ขณะที่สงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก
.jpg)
ขณะเดียวกัน สต็อก น้ำมันทั่วโลกกำลังลดลงในอัตราที่เร็วเป็นประวัติการณ์ เพื่อชดเชยปัญหาซัพพลายจากตะวันออกกลาง และอาจเข้าใกล้ระดับวิกฤต หากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดใช้งาน
สำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency) เตือนในรายงานประจำเดือนล่าสุดว่า ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก ก่อนเข้าสู่ช่วงความต้องการใช้น้ำมันสูงสุดในฤดูร้อนนี้ ระบุว่า "ปริมาณสำรองที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานที่ยังต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการพุ่งขึ้นของราคาครั้งใหม่ในอนาคต"
ด้าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะเรียกร้องให้รัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนไหลไปยังสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น "เครื่องจักรสงคราม" ของอิหร่าน เบสเซนต์ กล่าวเสริมว่า การเดินทางเยือนจีนของคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น "ประสบความสำเร็จอย่างมาก"
เรียบเรียงจาก : CNBC , Reuters
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี