วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
7 มิถุนายน 2569 วอชิงตัน - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงพลังงานและสิ่งแวดล้อมโลก ด้วยการใช้อำนาจพิเศษภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติยุคสงครามเย็น อัดฉีดงบประมาณรัฐบาลกลางเกือบ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูและสนับสนุนอุตสาหกรรมถ่านหินในประเทศอย่างเต็มตัว สวนทางกับทิศทางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่กำลังมุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจบังคับใช้ กฎหมายว่าด้วยการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ ปี 1950 (Defense Production Act of 1950) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเกาหลี เพื่อดึงงบประมาณกว่า 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปอัปเกรดและต่ออายุโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมจำนวน 13 แห่งใน 10 รัฐ ควบคู่ไปกับการจัดสรรงบประมาณแยกส่วนอีก 185 ล้านดอลลาร์ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในรัฐอลาสกาและเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งถือเป็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2013 นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณอีก 75 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างสถานีขนส่งถ่านหินเพื่อการส่งออก (Coal Export Terminal) ในเมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนียด้วย
ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวอย่างดุดันว่า มาตรการนี้เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อลดค่าครองชีพและราคาพลังงานของชาวอเมริกัน โดยระบุว่าพลังงานจาก 'ถ่านหินที่สะอาดและสวยงาม' จะช่วยปกป้องประชาชนจากการต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่อาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ หากประเทศถูกบีบให้เปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานหมุนเวียน (เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์) แบบสุดโต่งตามนโยบายเดิม พร้อมทั้งยกตัวอย่างจีนและประเทศที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจทั่วโลก ว่ายังคงพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ คริส ไรท์ และฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาสำทับว่า การรักษาเสถียรภาพของโรงไฟฟ้าถ่านหินมีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติในปัจจุบัน เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาวะความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานฐาน ที่จ่ายไฟได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวนี้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเหล่านักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศและองค์กรสิ่งแวดล้อมทั่วโลก โดยกลุ่มนักวิจารณ์มองว่ามาตรการนี้คือ 'การใช้ เงินของประชาชนไปยื้อชีวิตอุตสาหกรรมที่กำลังตายและไม่สามารถแข่งขันในตลาดเสรีได้แล้ว' รวมถึงเป็นการทำลายข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากลอย่างสิ้นเชิง.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี