วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เรือสินค้า500ลำวิ่งฉลุย
เปิดฮอร์มุซ
ขานรับMOUสันติภาพ
ยิวถล่มเลบานอนดับ18
ดีเดย์เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือพาณิชย์ทั่วโลกกว่า 500 ลำ พร้อมเคลื่อนตัว หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเซ็น MOU สันติภาพ ทรัมป์โพสต์อวด น้ำมันดิ่ง-สินค้าถูก-หุ้นพุ่ง ยินดีที่โลกปลอดภัย ด้านผู้นำอิหร่านเผยยอมจับมือศตรูเพราะยึดมั่นในคำสัญญา ฝ่ายอิสราเอลไม่สน MOU ยิงถล่มเลบานอนตอนใต้ เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย อ้างเป็นการตอบโต้ฮิซบอลเลาะห์ที่ละเมิดหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระบบติดตามการเดินเรือ Marine Traffic แสดงให้เห็นเรือที่เคลื่อนตัวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่สหรัฐฯ และ อิหร่าน ได้เซ็นลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งมีเงื่อนไขต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ หลังจากที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดมานาน
หน่วยงานด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ได้ลดระดับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซลงเหลือระดับ ‘ปานกลาง’ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านประกาศข้อตกลงในการเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้อีกครั้ง
ตามรายงานของ UKMTO ซึ่งเป็นองค์กรของกองทัพเรืออังกฤษที่ให้ข้อมูลด้านความมั่นคงทางทะเล ระดับภัยคุกคามในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้เคยถูกประกาศว่า “วิกฤต” มาก่อน เนื่องจากมีการปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง “ควรแจ้งให้ผู้เดินเรือทราบถึงการมีอยู่ของทุ่นระเบิดและเตรียมพร้อมสำหรับการปรากฏตัวของกองทัพเรือในขณะที่ปฏิบัติการกวาดล้างยังคงดำเนินต่อไป” พร้อมยังได้เตือนถึงความแออัดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามเส้นทางเดินเรือ แต่จะมีกองกำลังทางเรือคอยสนับสนุนการจราจรทางน้ำ
ด้าน บริษัทลอยด์ ลิสต์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารระดับโลกด้านการเดินเรือ การขนส่งทางทะเล และโลจิสติกส์ รายงานว่า บริษัทเจ้าของเรือรายใหญ่หลายแห่งเริ่มให้เรือของตัวเองเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และมีการประเมินด้วยว่า มีเรือพาณิชย์อีกราว 550 ลำ ที่ต้องเตรียมพร้อมในการเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย ในจำนวนนี้ประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน 160 ลำ เรือบรรทุกสินค้าแห้งแบบเทกอง 200 ลำ เรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 60 ลำ และเรือบรรทุกยานพาหนะ 10 ลำ
ทรัมป์โวน้ำมันลดแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามใน “บันทึกความเข้าใจ” (MOU) ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ในระหว่างช่วงรับประทานอาหารค่ำ กับ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ที่พระราชวังแวร์ซายส์ หลังจากการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลส่วนตัว ระบุว่า “น้ำมันกำลังไหลเวียน อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ (โลกจะปลอดภัย!) ตลาดหุ้นกำลังพุ่งแรง ,การจ้างงานทำสถิติสูงสุด และสินค้ากำลังลดลง (ประชาชนมีกำลังซื้อดีขึ้น) ประเทศเราแข็งแกร่ง ปลอดภัย และได้รับความเคารพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน - ยินดีด้วย! - ประธานาธิบดี DJT”
ต่อมา ทรัมป์ ได้เคลื่อนไหวต่อเนื่องว่า สหรัฐฯมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพ และเราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายในภูมิภาคตะวันออกกลางยังยึดมั่นในพันธกรณีของตนเพื่อนให้การเจรจาของเราดำเนินไปอย่างราบรื่น
ตลาดกำลังตอบรับในเชิงบวก ราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก และตลาดหุ้นกำลังปรับตัวขึ้นอย่างมาก เราคาดหวังว่าจะมีการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ระหว่างฮิซบอลเลาะห์และอิสราเอลด้วย - ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้! - ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์
สหรัฐเลิกปิดล้อมอิหร่าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่าได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านแล้ว แต่ เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่โดยรอบต่อไป
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ ระบุว่า วันนี้กองกำลังสหรัฐ ได้ยกเลิกการปิดล้อมการสัญจรทางทะเลทั้งหมด ทั้งที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านแล้ว ตามคำสั่งของประธานาธิบดี และกองกำลังอเมริกันไม่ได้ขัดขวางการเดินเรือของเรือพาณิชย์ไปหรือมาจากท่าเรืออิหร่านในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมานแต่อย่างใด ความพยายามทั้งหมดของกองทัพสหรัฐฯ ในการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมได้ยุติลงแล้ว เรือรบอันยิ่งใหญ่ของเราจะยังคงอยู่ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกแง่มุมของข้อตกลงได้รับการปฏิบัติตาม เชื่อฟัง และมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่
ด้านนาย เจ.ดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ได้ออกมากล่าวว่า สหรัฐกำลังปฏิบัติตามพันธกรณีในส่วนแรกของข้อตกลงด้วยการยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
อิหร่านประกาศชัยชนะ
สำนักข่าวต่างประเทศได้ออกมาเผยแพร่ภาพของ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MoU) ผ่านระบบดิจิทัล โดย ‘เปเซชเกียน’ ได้เซ็นดีลประวัติศาสตร์ พร้อมโชว์ลายเซ็นของทั้งสองปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนบนเอกสาร ซึ่งสิ่งนี้เป็นการยืนยันแล้วว่า ข้อตกลงยุติสงครามได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการแล้วจากทั้งสองฝ่าย
โดยต่อมา ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเอ็กซ์โชว์เอกสารประวัติศาสตร์ พร้อมระบุข้อความว่า “นี่คือเอกสารทางประวัติศาสตร์ และสารจากอิหร่านผู้ทรงอำนาจ สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ภายใต้ร่มเงาแห่งความเคารพซึ่งกันและกัน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อสันติภาพโลกเสมอมา โดยการรักษาศักดิ์ศรีและเอกราช ความก้าวหน้า และความร่วมมือระดับภูมิภาค”
“ข้อความนี้สะท้อนเสียงของชาติที่ไม่ยอมแลกศักดิ์ศรีและเอกราชของตนกับภัยคุกคามหรือแรงกดดันใดๆ สิ่งที่บันทึกไว้ในวันนี้เป็นผลมาจากความเพียรพยายามของชาติ ความมีเหตุผลทางการเมือง และการทูตที่รับผิดชอบ”
“โมจตาบา”ยึดมั่นคำสัญญา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกมายืนยันว่า ตัวเขาเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้รัฐบาลลงนามใน “บันทึกความเข้าใจ” (MOU) กับสหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะมีความเห็นที่แตกต่างออกไปต่อข้อตกลง
โดยถ้อยคำที่ อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกมายืนยันนั้นได้ถูกเผยแพร่ผ่านทาง สถานีโทรทัศน์เพื่อการกระจายเสียงแห่งรัฐของอิหร่าน (IRIB) มีการระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้แรงกดดันและมาตรการต่อรองในรูปแบบต่างๆ ด้วยความสิ้นหวัง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นี้
“ตามหลักการแล้ว ข้าพเจ้ามีความเห็นที่แตกต่างออกไป แต่เมื่อพิจารณาถึงคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติได้ให้ไว้กับข้าพเจ้า ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ในนามของตนเองและสมาชิกคนอื่นๆ ในการปกป้องสิทธิของชนชาติอิหร่าน และแนวร่วมต่อต้าน รวมถึงการที่เขายอมรับผิดชอบในการดำเนินการดังกล่าวอย่างชัดเจน ข้าพเจ้าจึงได้อนุมัติข้อตกลงนี้”
จากนี้ไปอิหร่านจะเฝ้ารอการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในข้อตกลง การเจรจาแบบเผชิญหน้ากันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไม่ได้หมายความถึงการยอมรับในจุดยืนของฝ่ายศัตรูแต่อย่างใด
ยิวยิงถล่มเลบานอนดับ18
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศบริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 33 ราย ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าทหารของตนเสียชีวิต 4 นายจากเหตุปะทะที่นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สูญเสียหนักที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้น
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า การโจมตีทางอากาศที่ดำเนินมาตั้งแต่หลังเที่ยงคืน ส่งผลกระทบต่อภารกิจกู้ภัยและการอพยพประชาชน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่รายงานในเบื้องต้นอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก
สื่อท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่รายงานว่า เมืองหลายแห่งในเขตนาบาติเยห์ ถูกโจมตีด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศและการปืนใหญ่ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาไปจนถึงเช้าวันศุกร์ โดยสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นหนึ่งในการโจมตีที่หนักที่สุดในรอบหลายสัปดาห์
ด้านอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่สมาชิกและโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน เพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี