542.jpg
ปักกิ่งแถลงชนวนเหตุเครื่องบินชนตึกระฟ้า 108 ชั้น นักบินวัย 66 จบชีวิตแต่ทิ้งปมปริศนาไว้เพียบ

ปักกิ่งแถลงชนวนเหตุเครื่องบินชนตึกระฟ้า 108 ชั้น นักบินวัย 66 จบชีวิตแต่ทิ้งปมปริศนาไว้เพียบ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.53 น.

3 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่เครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึก 'ซิทิค ทาวเวอร์'  (CITIC Tower) หรือที่รู้จักกันในนาม ตึกไชน่า ซุน (China Zu) เป็นตึกระฟ้าสูง 108 ชั้น ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงปักกิ่ง ของจีน และเป็นสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัท ซิติก กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลจีน จนมีผู้บาดเจ็บ 13 คน และนักบินเสียชีวิต หลังเกิดเหตุตำรวจปิดถนนรอบตึกระฟ้าและห้ามไม่ให้ผู้คนถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว แผ่นกระจกสองแผ่นบนชั้นสูงแต่งเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ได้รับความเสียหาย 

ทางการเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกซิทิค ทาวเวอร์  ระบุว่า นักบินวัย 66 ปี มีภาวะนอนไม่หลับและวิตกกังวลเรื้อรัง พร้อมพบข้อความเกี่ยวกับการจบชีวิตหลายครั้งในบันทึกส่วนตัว ก่อนสรุปว่าเป็นเหตุที่เกิดจากปัญหาส่วนบุคคล


จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นักบินผู้ก่อเหตุและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นชายวัย 66 ปี อาศัยอยู่ในปักกิ่ง โดยทางการระบุเพียงว่า "แซ่หลิว" มีสถานะหย่าร้าง พักอาศัยอยู่คนเดียว และประกอบอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ และเขาเผชิญกับภาวะโรคนอนไม่หลับ และ โรควิตกกังวล มาเป็นเวลานาน อีกทั้งจากการตรวจสอบสมุดบันทึกประจำวันหรือไดอารี่ของเขา พบข้อความที่เขียนตัดพ้อและกล่าวถึงการ "จบชีวิตตัวเอง" อยู่หลายครั้ง จากการสืบสวนอย่างครอบคลุม สรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นคดีที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยสาธารณะ โดยมีชนวนเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ

นักบินแซ่หลิว วัย 66 ปี คนนี้นั้นค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญด้านการบิน โดยเขาได้รับใบอนุญาตนักบินสำหรับเครื่องบินขนาดเล็ก ในปี 2021 และเพิ่งได้รับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล (Private Pilot License) ในปี 2024

วันเกิดเหตุช่วงบ่าย เขาได้ทำการขึ้นบินจากสนามบินการบินทั่วไปในเขตผิงกู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชานเมืองของปักกิ่ง โดยในช่วงแรกเป็นการบินภายใต้การควบคุมดูแลของครูฝึก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการบินเดี่ยว แต่ในระหว่างการบินเดี่ยวนั้น นักบินแซ่หลิวได้ขับเครื่องบินเบี่ยงเบนออกนอกพื้นที่ที่กำหนดไว้ และขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะพุ่งเข้าชนชั้นบนของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจของปักกิ่งอย่างแรง

แรงกระเบิดจากการชนส่งผลให้ 'นักบินแซ่หลิว' เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในอาคารและบริเวณโดยรอบทั้งหมด 13 ราย ล่าสุดมีรายงานว่าแพทย์อนุญาตให้ผู้บาดเจ็บ 1 รายออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดการตั้งคำถามเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยทางอากาศของกรุงปักกิ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากตึกซิทิค ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ห่างจากจงหนานไห่ ซึ่งเป็นทำเนียบรัฐบาลและที่พำนักของบรรดาผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายมองเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงครั้งใหญ่ 

โดยหลังเกิดเหตุภาพถ่าย รวมถึงคลิปวิดีโอของเครื่องบินที่พุ่งชนตึกซึ่งถูกแชร์อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ของจีน และได้ถูกระบบเซนเซอร์ของทางการสั่งกวาดล้างออกจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วทันที  อีกทั้งขณะเกิดเหตุการณ์ระทึกนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ยังได้เข้าปิดล้อมจุดเกิดเหตุเพื่อห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวและคนทั่วไปเข้าถึงเหตุการณ์ความเสียหายและนำรูปมาเผยแพร่อีกด้วย 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top