วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ลอบฆ่าทรัมป์
ยิวแฉแผนเตหะราน
ล้างแค้นให้อดีตผู้นำ
กองทัพสหรัฐฯโจมตีพื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชเชห์ร รวมถึงฐานทัพและท่าเรือทางตอนใต้ของอิหร่าน เสียงระเบิดดังสนั่น ประชาชนผวาหายนะระลอกใหม่ ด้านอิสราเอล อ้างข้อมูลข่าวกรองส่งให้ทำเนียบขาวแฉเตหะรานมีแผนลอบสังหาร “ทรัมป์” ล้างแค้นให้อดีตผู้นำ IRGC
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชเชห์ร ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งเดียวของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่าน
โดยนายเอห์ซาน จาฮาเนียน รองผู้ว่าการจังหวัดบุชเชห์รเปิดเผยว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดบุชเชห์รตกเป็นเป้าหมายการโจมตี พร้อมระบุว่าจุดที่ได้รับผลกระทบ เป็นบริเวณรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฐานทัพในเมืองโชกาดัก และท่าเรือประมงทางตอนใต้ของจังหวัด แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชเชห์ร ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของอิหร่าน สร้างขึ้นด้วยความร่วมมือจากรัสเซีย ปัจจุบันมีเครื่องปฏิกรณ์ที่เปิดใช้งานแล้ว 1 เครื่อง และอีก 2 เครื่องอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ก่อนหน้านี้ พื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชเชห์รเคยตกเป็นเป้าการโจมตีหลายครั้ง โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ออกมาเตือนถึงการโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการโจมตีพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่องค์กรติดตามความขัดแย้ง Armed Conflict Location & Event Data (ACLED) ระบุว่า ตั้งแต่เกิดสงครามในภูมิภาค มีการโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชเชห์ร์แล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง
สหรัฐโต้ทันควันไม่ได้โจมตี
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุกองทัพสหรัฐฯออกมาปฏิเสธทันควันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีล่าสุด พร้อมระบุว่ารัฐบาลวอชิงตันยังเปิดช่องทางทูตในการเจรจาระดับเทคนิคกับเตหะรานอยู่เบื้องหลัง
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของสหรัฐฯให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีรา โดยยืนยันหนักแน่นว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางอากาศในระลอกล่าสุดนี้แน่นอน
ซึ่งนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงคาดการณ์ว่า หากสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นผู้ลงมือ ความสงสัยย่อมต้องชี้เป้าไปที่อิสราเอล พันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ที่พร้อมเปิดปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกตัดหน้าทันที
สำนักข่าวและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องในหลายเมืองท่าตอนใต้ รวมถึงบริเวณใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชอร์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พลเรือนแห่งเดียวของประเทศ รวมถึงในเมืองกอนารักและเมืองซิริก ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชน
กาตาร์-ปากีสฯล็อบบี้ดึงขึ้นโต๊ะเจรจา
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ สั่งระงับศึกชั่วคราวและหลีกเลี่ยงการโจมตีในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความพยายามในการเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างลับๆ ของกลุ่มประเทศตัวกลางในภูมิภาค นำโดยกาตาร์และปากีสถาน ที่พยายามต่อสายตรงถึงทั้งสองฝ่าย เพื่อดึงวอชิงตันและเตหะรานกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศกลางที่ประชุมสุดยอด NATO ว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MOU) สิ้นสุดแล้ว
ยิวแฉแผนอิหร่านลอบฆ่าทรัมป์
ด้านวอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 กรกฎาคม)ว่า
อิสราเอลแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองสำคัญให้สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับแผนการใหม่ของอิหร่านในการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งแผนลอบสังหารครั้งล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำขู่จากรัฐบาลอิหร่านที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลายปี เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ลอบสังหาร นายพลกาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เมื่อปี 2020 ซึ่งก่อนหน้าที่อิสราเอลจะแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่เคยตรวจพบความเคลื่อนไหวของภัยคุกคามเฉพาะเจาะจงแบบนี้มาก่อน และขณะนี้ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสอบถามไปยังทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ยืนยัน แต่อ้างอิงคำแถลงของทรัมป์เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาระหว่างการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ในกรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยทรัมป์กล่าวว่า พวกเขาต้องการกำจัดผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งก็คือตัวของทรัมป์เอง
“ผมมีชื่ออยู่ในทุกรายชื่อของพวกเขา ที่ผ่านมาผมเดาว่าตัวเองคงโชคดีไปหน่อย แต่มันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอดไป คนเหล่านี้เป็นพวกชั่วร้ายและป่วยจิต เราต้องถอนรากถอนโคนมะเร็งร้ายนี้ออกไป คุณก็รู้ว่าต้องทำยังไงกับมะเร็ง คุณต้องตัดมันทิ้งตั้งแต่เนิ่นๆ” ทรัมป์ระบุ
ทรัมป์เดินทางไปยังประเทศตุรกีด้วยเครื่องบินส่วนตัวลำใหม่จากกาตาร์ ที่ได้รับฉายาว่า “Palace in the sky” แต่ในขากลับ เขาได้สลับไปใช้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) อีกลำแทน ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าการเปลี่ยนเครื่องบินเป็นกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำ
นอกจากนี้ นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางไปร่วมประชุมกับประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับคำสั่งให้ระงับเดินทางไปอิสราเอล ก่อนที่ทรัมป์จะตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างขาไปกับขากลับในตุรกี อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าคำขู่จากอิหร่านนั้นครอบคลุมถึงนายเฮกเซธด้วยหรือไม่
ขณะเดียวกัน ในกรุงเตหะราน สัปดาห์นี้มีการติดป้ายประกาศล้างแค้นทรัมป์อย่างเปิดเผย ระหว่างพิธีฝังศพผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล ช่วงแรกของสงคราม โดยมีป้ายหนึ่งที่กลุ่มผู้สนับสนุนชูขึ้นระหว่างพิธีศพ ระบุข้อความว่า “WE WILL KILL TRUMP” ขณะที่ฝูงชนต่างพากันตะโกนข้อความว่า “ขอสาบานด้วยเลือดของผู้นำสูงสุด จะสังหารทรัมป์”
เดินเรือผ่านฮอร์มุซสะดุด
9 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGCN) แถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯขัดขวางการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเตือนว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯเพิ่มเติม จะนำมาซึ่งการตอบโต้ที่รุนแรง
จากการประเมินของนักวิเคราะห์พบว่า ปริมาณการจราจรทางน้ำสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม เฉลี่ยมีเรือแล่นผ่านช่องแคบประมาณ 40 ลำ ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสงครามที่ 125 - 140 ลำต่อวัน ล่าสุดพบการจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันหยุดชะงักเกือบทั้งหมดในวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากการโจมตีครั้งล่าสุดทำให้ความเสี่ยงด้านขนส่งทางเรือเพิ่มสูงขึ้น
พิธีศพอาลี คาเมเนอีผ่านไปได้ด้วยดี
รอยเตอร์รายงานว่า ทางการอิหร่านนำร่างของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ถูกนำไปฝังที่สถานสักการะอิหม่ามเรซา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองมัชฮัดเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางประชาชนนับล้านคนที่ร่วมพิธี ขณะที่ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสทางร่างกายและใบหน้าเสียโฉมจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลที่ทำให้บิดาของเขาเสียชีวิต แหล่งข่าวในกรุงเตหะรานระบุว่าเขากำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย และหน่วยงานความมั่นคงพยายามจำกัดการปรากฏตัวเพื่อป้องกันภัยจากการโจมตีรอบใหม่ของสหรัฐฯ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี