วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
14 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามเพื่อทำลายสิ่งที่สหรัฐเรียกว่า "ภัยคุกคามต่ออธิปไตยของสหรัฐ" จากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)
นายมาร์โค รูบิโอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ในตอนแรกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อดำเนินคดีเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นองค์กรที่มีแนวคิดสุดโต่งและรุนแรงกว่านั้นมาก พร้อมย้ำว่า รัฐบาลทรัมป์ จะไม่ยอมให้ศาลแห่งนี้คุกคามบุคลากรของสหรัฐ ไม่มีทางเลือกทางการทูตใดถูกตัดออกจากการรณรงค์เพื่อรื้อถอนภัยคุกคามที่ศาล ICC มีต่อชาวอเมริกัน
โดยเขาอ้างถึงเสียงเรียกร้องจากนักกิจกรรมและบุคคลอื่นๆ ให้ศาลดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐ รวมถึงกรณีการเนรเทศผู้อพยพของ รัฐบาลทรัมป์ หรือ การโจมตีเรือที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าบรรทุกยาเสพติด 'รูบิโอ' กล่าวว่า ขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ ICC และ มิตรสหายกำลังทำสงครามกับประเทศของเรา ไม่ใช่ด้วยกระสุนและขีปนาวุธ แต่ด้วยกฎหมาย ข้อตกลง และอำนาจของสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายระหว่างประเทศ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นาวิกโยธิน และอัยการที่ทำงานในคดีก่อการร้ายอาจเผชิญกับการดำเนินคดีโดยศาล
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายหนึ่งบอกกับ สำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายรูปแบบในการเล่นงานศาล ICC ซึ่งรวมถึงการห้ามเดินทาง การเพิกถอนวีซ่า การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อศาล ICC และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการใช้แรงกดดันทางการทูตต่อประเทศต่างๆ เพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกศาล ICC 'รูบิโอ' และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ ของสหรัฐกำลังกดดันประเทศต่างๆ ให้เข้าร่วมการรณรงค์ เพื่อโดดเดี่ยวศาลอาญาระหว่างประเทศในทางการทูต และเพื่อให้แน่ใจว่าศาลจะไม่สามารถดำเนินคดีต่อชาวอเมริกันได้
ประเทศที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ เป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐ หรือได้รับประโยชน์จากร่มคุ้มกันด้านความมั่นคงของสหรัฐ กำลังถูกเรียกร้องให้ปฏิเสธอำนาจที่ศาล ICC อ้างว่ามีในการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและกำลังพลของสหรัฐ
.jpg)
"ประเทศที่ปฏิเสธจะคัดค้านศาล ICC ทั้งที่ยังพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐ มีแนวโน้มจะถูกสหรัฐจับตาและตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเราจะจับตาด้วยความสนใจว่า ประเทศใดบ้างที่จะยืนเคียงข้างเราในการต่อต้านภัยคุกคามนี้ต่อชาวอเมริกัน ซึ่งยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่น" เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว
ต่อมาทางโอเรียนน์ มาเยต์ โฆษกศาลอาญาระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศาลยังไม่มีความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวในขั้นตอนนี้
ศาลอาญาระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ศาลจะใช้อำนาจพิจารณาคดีได้เฉพาะในกรณีที่ประเทศสมาชิกไม่สามารถหรือไม่เต็มใจดำเนินคดีต่อผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงเหล่านั้นด้วยตนเอง สหรัฐไม่เคยเป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ ธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นกฎหมายจัดตั้งศาล ยังให้อำนาจศาลในการดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นในดินแดนของประเทศสมาชิก แม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบุคคลอื่นๆ ในกรุงวอชิงตัน รวมถึงอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต่างยืนยันมาเป็นเวลานานว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่ควรมีอำนาจในการสอบสวนและดำเนินคดีต่อชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ
รัฐบาลทรัมป์ สนับสนุนการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ของศาลอาญาระหว่างประเทศ ส่วนหนึ่งเพื่อสกัดกั้นความพยายามในอนาคตที่อาจต้องการเอาผิดทางกฎหมายต่อประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน หรือ เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐ จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในต่างประเทศ
โดยการต่อต้านศาลของทรัมป์ย้อนกลับไปถึงวาระแรกของเขา และ ปรากฏให้เห็นอีกครั้งด้วยแผนการลงโทษเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 เมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง และศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับพันธมิตรของเขา คือ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล
เมื่อเดือนที่ผ่านมาผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศได้ฟ้องร้องทรัมป์ รวมถึงรัฐบาลของเขา เกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่สหรัฐบังคับใช้ต่อบรรดาผู้พิพากษาเหล่านี้เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาศาลอาญาระหว่างประเทศ ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี