วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
18 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เชฟรอน (Chevron) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก กำลังรุกตลาดน้ำมันของอิรักอย่างหนัก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งนี้เพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับรัฐบาลอิรักเพื่อเข้าสู่แหล่งน้ำมันสองแห่ง ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทเชฟรอน ยังวางแผนที่จะประเมินเส้นทางท่อส่งน้ำมันที่อาจหลีกเลี่ยงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถส่งน้ำมันดิบของอิรักกับชายฝั่งซีเรีย ไปยังตลาดโลกได้ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โดย อิรัก และประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่นๆ ในตะวันออกกลางกำลังเร่งหาทางเลือกอื่นแทนช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเตหะรานพยายามปิดและควบคุม ทำให้สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหาร ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น น้ำมันประมาณ 20% ของโลกขนส่งผ่านช่องแคบนี้
เชฟรอน ได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นกับอิรักสำหรับโครงการนาซิริยา เมกะโปรเจกต์ด้านพลังงาน ซึ่งประกอบด้วยแปลงสำรวจ 4 แปลง และการพัฒนาแหล่งน้ำมันที่กำลังผลิตอยู่ในปัจจุบัน โครงการนาซิริยามีศักยภาพสูง อิรักเชื่อว่าสามารถผลิตน้ำมันได้ 600,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 7 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในโครงการ
นอกจากนี้ เชฟรอน ยังได้เจรจากับอิรักเป็นการเฉพาะเมื่อต้นปีนี้ เพื่อเข้ารับช่วงบริหารจัดการแหล่งน้ำมันเวสต์กูร์นา 2 ขนาดใหญ่ อิรักได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์แหล่งน้ำมันดังกล่าวเป็นของรัฐเมื่อปีที่แล้ว

หลังจากที่สหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรบริษัทลูคอยล์ ของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการรายเดิม แหล่งน้ำมัน เวสต์กูร์นา 2 ผลิตน้ำมันได้ประมาณ 460,000 บาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 0.5% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก และเกือบ 10% ของผลผลิตของอิรัก
ขณะนี้เชฟรอนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ สำหรับแหล่งน้ำมันทั้ง 2 แห่งแล้ว ซึ่งทำให้บริษัทเข้าใกล้การเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันดังกล่าวมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับอิรักเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการศึกษาทางเทคนิคและการประเมินเส้นทางท่อส่งน้ำมันที่เป็นไปได้ที่จะเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออิรัก การผลิตจากแหล่งน้ำมันหลักทางตอนใต้ลดลงถึง 70% เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบได้ท่ามกลางการโจมตีเรือของอิหร่าน
แม้ว่าจะมีปริมาณน้ำมันไหลผ่านช่องแคบเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตก็ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมากกว่า 50% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากน้ำมันคิดเป็นประมาณ 90% ของรายได้และเป็นแหล่งเงินทุนเกือบทั้งหมดของการใช้จ่ายภาครัฐ

นั่นทำให้ประเทศดังกล่าวอนุมัติข้อตกลงระหว่างบริษัทน้ำมันแห่งชาติ หรือ บริษัทน้ำมันบาสรา Basra Oil Company-BOC ทางเชฟรอน และพันธมิตรอื่นๆ เพื่อศึกษาโครงการท่อส่งน้ำมันเพื่อการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ โดยกำลังประเมินทางเลือกต่างๆ รวมถึงการสร้างท่อส่งน้ำมันเคอร์คุก-บานิยาสระหว่างอิรักและซีเรียขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ได้ใช้งานมานานนับตั้งแต่ได้รับความเสียหายระหว่างการรุกรานอิรักที่นำโดยสหรัฐฯ ในปี 2546
อิรักไม่ใช่ประเทศเดียวในอ่าวเปอร์เซียที่กำลังมองหาทางเลี่ยงช่องแคบด้วยท่อส่งน้ำมันใหม่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเร่งเพิ่มกำลังการส่งออกน้ำมันเป็นสองเท่าโดยการสร้างท่อส่งน้ำมันเลี่ยงช่องแคบสายที่สอง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกำลังพิจารณาขยายท่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดงเพิ่มอีก 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเจ็ดโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างหรืออยู่ในขั้นตอนการวางแผน ซึ่งอาจเพิ่มกำลังการส่งออกน้ำมันเลี่ยงช่องแคบของภูมิภาคเป็นมากกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปี 2028 หรือมากกว่า 60% ของปริมาณการส่งออกก่อนสงคราม
เชฟรอนกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในอิรักและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ หากสามารถส่งน้ำมันไปยังตลาดโลกได้ ข้อตกลงเหล่านี้อาจเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญสำหรับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งนี้

ด้วยเหตุนี้ เชฟรอน จึงกำลังสำรวจเส้นทางท่อส่งน้ำมันทางเลือกอื่นๆ ด้วย การบรรลุข้อตกลงด้านน้ำมันเหล่านี้และการสร้างเส้นทางท่อส่งน้ำมันที่มั่นคงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาวของเชฟรอนอย่างมาก ทำให้เป็นการลงทุนระยะยาวที่ดียิ่งขึ้น
ซึ่งหากโครงการสำเร็จจะช่วยลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก และลดความเสี่ยงที่การส่งออกน้ำมันจะหยุดชะงักจากสงครามหรือการปิดเส้นทางเดินเรือ ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทพลังงานระดับโลกเริ่มเตรียมแผนสำรองระยะยาว เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในภูมิภาคแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี