533.jpg
ซาอุฯจับมือสหรัฐฯเปิดศึกเอาคืน ถล่มยับฐานกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านในอิรัก ดับ 10 ราย

ซาอุฯจับมือสหรัฐฯเปิดศึกเอาคืน ถล่มยับฐานกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านในอิรัก ดับ 10 ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.34 น.

30 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 17.45 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกเพื่อโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างฉับพลัน โดยทางซาอุดีอาระเบียสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียร่วมกับสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อฐานทัพสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย 


กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐ และซาอุดีอาระเบีย ได้ร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในพื้นที่ภาคตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการโจมตีที่ได้รับคำสั่งจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC)

เป้าหมายของการโจมตี คือ ฐานลำเลียงอาวุธ และศูนย์สนับสนุนด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านและเครือข่ายตัวแทนยุติการโจมตี มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการทางทหารอย่างรุนแรง 

ถึงแม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้เปิดเผยชื่อกลุ่มเป้าหมาย แต่กองกำลังระดมพลประชาชนอิรัก (PMF) ซึ่งเป็นเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธที่รวมหลายกลุ่มซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยืนยันว่ามีนักรบของตนเสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน พร้อมประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น "การยกระดับความรุนแรงที่อันตราย" และเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรัก

กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ก่อนการโจมตีร่วมกับสหรัฐฯ กองทัพสามารถยิงสกัดอากาศยานไร้คนขับหลายลำที่มุ่งเป้าโจมตีโรงงานและคลังน้ำมันในภาคตะวันออกของประเทศ เปิดเผยว่า โดรนดังกล่าวถูกส่งมาจากกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก

โดยนักวิเคราะห์ มองว่า การที่ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางทหารกับสหรัฐฯโดยตรงนั้น ถือเป็นการร่วมมือสำคัญที่อาจทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top