533.jpg
สะเทือนทั้งภูมิภาค อิหร่าน ขู่ทุบโครงสร้างพลังงานแถบอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐกล้าเปิดฉากถล่ม

สะเทือนทั้งภูมิภาค อิหร่าน ขู่ทุบโครงสร้างพลังงานแถบอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐกล้าเปิดฉากถล่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

6 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวจำนวนทั้ง 5 แหล่ง ระบุว่า อิหร่านได้เตือนกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียว่า หากสหรัฐฯ โจมตีดินแดนของอิหร่านอีกครั้ง จะเป็นการตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญทั่วทั้งภูมิภาค รัฐบาลเตหะรานพยายามเพิ่มการดำเนินการทางทหารด้วยการข่มขู่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง

คำเตือนดังกล่าวถูกส่งผ่านการติดต่อทางการทูตระดับสูงหลายครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าจะโจมตีเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน รวมทั้งแหล่งข่าวจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย และนักการทูตอาวุโสประจำภูมิภาค ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และกาตาร์ รวมถึงผู้บัญชาการกองทัพของปากีสถาน โดยทั้งหมดให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

นักการทูตอาวุโส ได้ระบุว่า นายอับบาส อารักชี เรียกร้องให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียใช้อิทธิพลของตนกับ 'ทรัมป์' เพื่อโน้มน้าวให้เขายุติการโจมตีครั้งใหม่ โดยเตือนว่าการโจมตีอิหร่านใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ต่อทรัพย์สินและโรงงานพลังงานของสหรัฐฯ ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซีย เราพร้อมที่จะตอบโต้ แต่การหาทางออกทางการทูตเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการบ รวมถึงเป็นการยกระดับความรุนแรง และการทำลายล้างที่กว้างขึ้นทั่วภูมิภาค

แหล่งข่าวจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายหนึ่ง กล่าวว่า คำเตือนของอิหร่านนั้นชัดเจนมาก หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน พวกเขาจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงงานพลังงานในอ่าวเปอร์เซียและเป้าหมายอื่นๆ ในภูมิภาค

อิหร่านกำลังพยายามใช้ภัยคุกคามจากการทำลายล้างในภูมิภาคที่กว้างขึ้นเป็นเครื่องมือต่อรองกับการโจมตีเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ทำให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ และพึ่งพาการส่งออกพลังงานตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากระหว่างสหรัฐและอิหร่าน 

ต่อมาเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้พูดคุยกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้เขาชะลอการปฏิบัติการทางทหาร กลับไปสู่การเจรจา รักษาข้อตกลงหยุดยิง และแสวงหาทางออกทางการทูต ตามที่นักการทูตอาวุโสและแหล่งข่าวจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียกล่าว

ซึ่งคำเตือนดังกล่าวมีจุดประสงค์สำหรับทุกประเทศในอ่าวเปอร์เซีย แต่ถูกส่งผ่านทางซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เป็นหลัก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อิหร่านได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงซาอุดีอาระเบียซึ่งเคยเป็นคู่แข่งในภูมิภาค

กาตาร์ โอมาน และซาอุดีอาระเบีย ต่างเรียกร้องให้สหรัฐฯ กลับมาเจรจากับ อิหร่าน และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหม่ ท่ามกลางคำเตือนของอิหร่านที่ว่า การโจมตีรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจ "เปลี่ยนภูมิภาคให้กลายเป็นลูกไฟ" ซึ่งซาอุดีอาระเบียเชื่อว่าการขยายความขัดแย้งต่อไปจะนำมาซึ่งความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้ทรัมป์ลองใช้การทูตในการช่วยบรรเทาความขัดแย้งที่จะเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ประเทศอ่าวเปอร์เซียเรียกร้องให้ สหรัฐฯเร่งดำเนินการทางการทูต โดย ซาอุดีอาระเบีย ก็ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าตนจะปกป้องชาติตนเองหากถูกคุกคาม แหล่งข่าวจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียรายที่สองกล่าวว่า ประเทศซาอุดีอาระเบีย เตือนว่าการโจมตีใดๆ ต่อดินแดนของตนจะได้รับการตอบโต้ทางทหาร

คำเตือนของเตหะรานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การโจมตีครั้งใหม่ใดๆ จากสหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงงานพลังงาน โรงกลั่น โครงข่ายไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เครือข่ายการขนส่ง และแหล่งน้ำมันทั่วอ่าวเปอร์เซีย "ศัตรูยังคงคุกคามโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน หากอิหร่านได้รับความเสียหาย ก็จะตอบโต้ด้วยความเสียหายที่รุนแรงกว่ามาก"

ประเทศที่มีชายฝั่งติดกับอ่าวเปอร์เซียมีทั้งหมด 8 ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน อิหร่าน อิรัก คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญด้านพลังงานและน้ำมันของโลก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top