533.jpg
ไต้หวันซ้อมรบใหญ่ จำลองสถานการณ์ถูกจีนโจมตี พร้อมทดสอบ อินเทอร์เน็ตถูกลดความเร็ว รับมือสงครามยุคใหม่

ไต้หวันซ้อมรบใหญ่ จำลองสถานการณ์ถูกจีนโจมตี พร้อมทดสอบ อินเทอร์เน็ตถูกลดความเร็ว รับมือสงครามยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.31 น.

ไทเป – 10 สิงหาคม 2569 – ไต้หวันเดินหน้าการซ้อมรบประจำปี “ฮั่นกวง” (Han Kuang) อย่างเข้มข้น โดยจำลองสถานการณ์กองทัพจีนเปิดการโจมตีทางอากาศต่อ หมู่เกาะเผิงหู (Penghu Islands) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญกลางช่องแคบไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลไต้หวันเตรียมทดสอบมาตรการป้องกันพลเรือนรูปแบบใหม่ ด้วยการจำลองภาวะ อินเทอร์เน็ตมือถือถูกลดความเร็ว เพื่อทดสอบว่าประชาชนจะยังสามารถสื่อสารและเข้าถึงบริการสำคัญได้หรือไม่ หากเกิดสงครามหรือภัยพิบัติครั้งใหญ่

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การซ้อมรบฮั่นกวงในปีนี้กินเวลารวม 10 วัน และการฝึกที่เผิงหูเริ่มขึ้นก่อนรุ่งสาง โดยกองทัพไต้หวันใช้ รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ และปืนต่อสู้อากาศยาน ยิงจริง เพื่อจำลองการป้องกันการโจมตีจากศัตรูที่พยายามเข้ายึดพื้นที่อย่างรวดเร็ว


การฝึกดังกล่าวใช้แนวคิดการป้องกันแบบ “หลายชั้น” (multi-layered defence) ตั้งแต่การสกัดการโจมตีทางอากาศ ไปจนถึงการต่อต้านการยกพลขึ้นบก โดยมีการนำกำลังทหารกองหนุนในพื้นที่เข้าร่วมด้วย เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของไต้หวันที่จะทำให้กำลังสำรองสามารถทำงานร่วมกับกำลังทหารประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสถานการณ์จริง

“เผิงหู” จุดยุทธศาสตร์กลางช่องแคบไต้หวัน

หมู่เกาะเผิงหูตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของช่องแคบไต้หวัน และอยู่ใกล้เกาะไต้หวันมากกว่าหมู่เกาะนอกชายฝั่งบางแห่ง จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งหากเกิดความขัดแย้งทางทหารข้ามช่องแคบ

การที่ไต้หวันเลือกจำลองสถานการณ์การโจมตีเผิงหู จึงสะท้อนแนวคิดว่าหากเกิดสงครามจริง การป้องกันพื้นที่รอบนอกและการสกัดกั้นการโจมตีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะมีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการป้องกันเกาะหลัก

การฝึกฮั่นกวงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนจากการซ้อมตามสถานการณ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไปสู่การจำลองสถานการณ์การรบที่มีความสมจริงมากขึ้น โดยรวมถึงการรับมือการโจมตีแบบ “gray-zone” การระดมกำลังสำรอง การกระจายกำลัง และการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับหน่วยงานพลเรือน

ครั้งแรก! จำลอง “อินเทอร์เน็ตมือถือถูกลดความเร็ว”

อีกประเด็นที่สร้างความสนใจอย่างมากในปีนี้คือ ไต้หวันจะนำ การจำลองภาวะอินเทอร์เน็ตมือถือถูกลดความเร็วหรือถูกจำกัดแบนด์วิดท์ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกป้องกันพลเรือนเป็นครั้งแรก

แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทดสอบว่าประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ จะสามารถสื่อสารกันได้อย่างไร หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือมีข้อจำกัดอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากภัยธรรมชาติ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถานการณ์สงครามกับจีน

อย่างไรก็ตาม การฝึกไม่ได้หมายความว่าไต้หวันจะตัดการสื่อสารของประชาชนทั้งหมด

บริการสำคัญ เช่น การโทรฉุกเฉิน ตู้เอทีเอ็ม และโทรศัพท์พื้นฐาน จะยังคงได้รับการคุ้มครอง ขณะที่ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือและสื่อสังคมออนไลน์

นี่จึงเป็นการขยับจากการซ้อมรบแบบดั้งเดิมที่เน้น “ทหารรบกับทหาร” ไปสู่การทดสอบว่า สังคมทั้งระบบจะอยู่รอดได้อย่างไร หากโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารถูกโจมตีหรือเกิดความเสียหาย

ไม่ได้มีแค่รถถังและปืนใหญ่

การซ้อมรบฮั่นกวงปีนี้ยังมีการฝึกหลายพื้นที่ทั่วไต้หวัน โดย Reuters รายงานก่อนหน้านี้ว่า กองทัพไต้หวันได้ฝึกการกระจายกำลังและการตอบสนองอย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำเครื่องบินขับไล่ Mirage ที่ผลิตในฝรั่งเศสขึ้นปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว เพื่อทดสอบความสามารถในการรักษากำลังทางอากาศภายใต้สถานการณ์การโจมตี

นอกจากนี้ ไต้หวันยังให้ความสำคัญกับ โดรนและสงครามไร้คนขับ มากขึ้น โดยการฝึกปีนี้มีการนำโดรนโจมตีขนาดกลางที่พัฒนาภายในประเทศมาทดสอบแนวคิดการรบชายฝั่ง ซึ่งสะท้อนบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่โดรนราคาต่ำสามารถสร้างความเสียหายต่ออาวุธและกำลังรบราคาแพงได้

ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหมทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน

การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไต้หวันกำลังเดินหน้าขยายงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ

Reuters รายงานว่า รัฐบาลไต้หวันมีแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมปี 2569 ขึ้นประมาณ 16% ทำให้ยอดงบประมาณทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3% ของ GDP

งบประมาณดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งกองทัพ หน่วยยามฝั่ง การดูแลทหารผ่านศึก และโครงการพิเศษด้านความมั่นคง โดยประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของไต้หวัน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารและการเมืองจากจีน

ในทางตรงกันข้าม จีนยังคงยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และปฏิเสธการแยกตัวของไต้หวัน โดยรัฐบาลปักกิ่งมีท่าทีแข็งกร้าวต่อประธานาธิบดีไล่ ซึ่งจีนมองว่าเป็น “ผู้แบ่งแยกดินแดน”

จาก “การซ้อมรบ” สู่การเตรียมพร้อมทั้งสังคม

สิ่งที่น่าจับตาจากการฝึกฮั่นกวงปีนี้จึงไม่ใช่เพียงจำนวนรถถัง เครื่องบิน หรือปืนใหญ่ที่นำออกมาใช้ แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดของไต้หวันไปสู่ “การป้องกันประเทศแบบทั้งสังคม” (whole-of-society defence)

ในกรณีที่เกิดสงครามจริง การโจมตีอาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยการส่งทหารขึ้นฝั่งทันที แต่อาจเริ่มจากการโจมตีสนามบิน ท่าเรือ ระบบสื่อสาร โครงข่ายไฟฟ้า ระบบอินเทอร์เน็ต และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อทำให้รัฐบาลและประชาชนไม่สามารถประสานงานกันได้

การนำ “อินเทอร์เน็ตมือถือ” เข้ามาอยู่ในสถานการณ์จำลองจึงมีนัยสำคัญอย่างมาก เพราะสะท้อนว่าฝ่ายไต้หวันกำลังเตรียมรับมือกับสงครามที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนามรบ แต่เกิดขึ้นพร้อมกันใน สนามรบทางกายภาพ สนามไซเบอร์ สนามข้อมูลข่าวสาร และชีวิตประจำวันของประชาชน

บทวิเคราะห์ : ไต้หวันกำลังซ้อม “สงครามจริง” หรือส่งสัญญาณถึงจีน?

การฝึกฮั่นกวงไม่ได้หมายความว่าไต้หวันเชื่อว่าจีนกำลังจะเปิดฉากโจมตีในทันที แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ว่า หากเกิดการโจมตี ไต้หวันต้องการให้จีนเห็นว่าการยึดครองเกาะจะไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหารที่ง่ายหรือรวดเร็ว

การเลือกเผิงหูเป็นฉากจำลองมีความหมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ของช่องแคบไต้หวัน และการโจมตีพื้นที่รอบนอกอาจเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ความขัดแย้งที่กองทัพไต้หวันต้องเตรียมรับมือ

ขณะเดียวกัน การจำลองอินเทอร์เน็ตถูกลดความเร็วก็สะท้อนบทเรียนสำคัญจากสงครามยุคใหม่ว่า “ใครควบคุมข้อมูลและการสื่อสารได้ ก็มีความได้เปรียบในสนามรบ”

ดังนั้น ฮั่นกวงปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการซ้อมยิงปืนหรือเคลื่อนกำลังทหาร แต่เป็นการทดสอบคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า

“หากจีนโจมตีไต้หวันจริง กองทัพ ประชาชน ระบบสื่อสาร และรัฐบาล จะยังสามารถทำงานต่อไปได้หรือไม่?”

และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การซ้อมรบของไต้หวันในปีนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากกว่าการฝึกทางทหารตามปกติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top