วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
โลกใบนี้ แม้จะมีคนเดินทางรอบโลกได้เพียงลัดนิ้วมือ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสรรพสิ่งและเรื่องราวต่างๆ จะกระจ่างแจ้ง เหมือนกับที่มนุษย์มองเห็นเปลือกโลกจากอวกาศ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจและยังไม่กระจ่างแจ้งกับต้นกำเนิด หรือ ประวัติความเป็นมาของสรรพสิ่ง“นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก” ซึ่งเป็นหนังสือ “หัวนอก” ที่จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษจึงยังมีความหมายกับคนที่อยากรู้อยากเห็นสรรพสิ่งต่างๆ ว่า มีประวัติความเป็นมาอย่างไร และยังมีสรรพสิ่งใดอื่นๆ ที่ยังไม่เคยมีผู้พบเห็นเลย
ด้วยเหตุนี้เอง นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จึงได้มีผู้นำลิขสิทธิ์อันเป็นเรื่องราวของสรรพสิ่งบนโลกไปจัดพิมพ์เป็นภาษาของตนเองเพื่อให้คนของเขาได้เปิดหูเปิดตารับรู้เรื่องราวๆ บนโลกใบนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ เขาอยากให้คนในประเทศของเขาส่วนใหญ่ได้มีความรู้ความเข้าใจสรรพสิ่งบนโลกใบนี้เช่นเดียวกับประเทศมหาอำนาจนั่นเอง
ในประเทศไทย สำนักพิมพ์อมรินทร์พริ้นติ้ง ได้นำลิขสิทธิ์ในหนังสือเล่มนี้มาจัดพิมพ์เป็นฉบับภาษาไทย ใช้ชื่อว่า “เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย” จำหน่ายเล่มละ 120 บาท โดยมีเรื่องราวสำคัญๆ ต่างๆ ของต้นฉบับเดิมมานำเสนอ แถมบางครั้งอาจจะมีเรื่องอันน่ารู้น่าสนใจของประเทศไทยเพิ่มเติมเข้าไปด้วย
นิตยสารเล่มนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนังสือ ที่มีระบบการพิมพ์ชัดเจน ภาพทุกภาพสดสวยและคมชัดเหมาะที่จะเก็บใส่กรอบหรือจัดทำเป็นอัลบั้มเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้รับรู้ต่อไปในอนาคต
ด้วยเหตุนี้เอง แม้วิกฤติการอ่านสิ่งพิมพ์ในประเทศจะตกลงมาอย่างน่าวิตก จนทำให้ นิตยสารหลายเล่มต้องยอมปิดตัว แต่ “เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย” ยังคงอยู่ด้วยคุณสมบัติที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครนั่นเอง
นิตยสารเล่มนี้ อ่านแล้วควรสะสม ไม่ควรที่จะอ่านจบแล้วทิ้ง แล้วคอยอ่านเล่มใหม่ต่อไป ซึ่งผมเชื่อว่าผู้จัดทำคงคิดเช่นเดียวกับผม เขาจึงจัดพิมพ์ด้วยกระดาษที่เหนียว และมีขนาดกะทัดรัด หน้าปกสวยเหมาะที่ใช้เป็นสิ่งประดับได้
ล่าสุด นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ฉบับมีนาคม 2561 ได้มีการย้อนรอยประวัติศาสตร์ของชีวิตตั้งแต่ แมลงถึงสัตว์เลื้อยคลาน ที่แตกแขนงชีวิตบนโลกวิวัฒน์อย่างที่เห็นในทุกวันนี้, เผยให้ทราบถึงชีวิตพัฒนาจากจุลชีพแสนเรียบง่ายกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่และสลับสับซ้อนอย่างที่เห็นทุกวันนี้ได้อย่างไร, ภัยแล้งและการใช้ประโยชน์เกินขีดจำกัด ที่กำลังทำให้ทะเลสาบขนาดใหญ่หลายแห่งของโลกแห้งขอด
ใครที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนลองซื้อมาอ่านดูสักเล่ม แล้วคุณจะต้องยอมรับว่า “เขาคือหนังสือเด่น” ที่น่าสนใจจริงๆ
.jpg)
เข้าใจว่าชาไม่ใช่เพียงเครื่องดื่ม
เข้าใจวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นผ่านพิธีการชงชา
หนังสือ “มากกว่าชา” พาคุณผู้อ่านเข้าสู่โลกแห่งพิธีชงชาญี่ปุ่นที่สำหรับคนทั่วไปเป็นเพียงเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ผ่านข้อมูลประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ศาสนา และปรัชญา ผ่านภาษาที่ราบรื่น ชวนติดตามให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน เรื่องราวเรียบเรียงไว้ดี ภาษามีความเหมาะสมแนบเนียน สำนวนค่อนข้างละมุนละไมเข้ากับบรรยากาศการเล่าเรื่องพิธีชงชาญี่ปุ่น และวิถีชีวิตที่ดำเนินไปตามความคิด ทัศนคติ และพุทธศาสนาแบบเซ็นที่มีปรากฏอยู่กลมกลืน ซึ่งพออ่านหนังสือเล่มนี้จบ เชื่อว่าผู้อ่านจะเข้าใจประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นอีกพอสมควร จำหน่ายราคาเล่มละ 185 บาท
.jpg)
นิยายเยาวชนสะท้อนปัญหาครอบครัว
นำเสนอแนวคิดว่าเด็กๆก็แก้ปัญหาชีวิตได้
นวนิยายสำหรับเยาวชน รางวัลชนะเลิศรางวัลแว่นแก้ว ครั้งที่ 13 เด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็น เป็นเรื่องราวของเด็กตาบอดสีคนหนึ่งที่รักการวาดรูป ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนและกลั่นแกล้งจนไม่กล้าวาดรูปอีก แม่เสียชีวิต พ่อจมอยู่กับความทุกข์ แต่พอขึ้นชั้นป.4 ได้พบกับครูศิลปะใจดีและให้กำลังใจ เขาจึงกลับมาวาดรูปอีกครั้ง และส่งเข้าประกวด เพื่อสนองความชอบตัวเองและจะมุ่งหวังคืนรอยยิ้มให้พ่อในเรื่องจะสะท้อนปัญหาครอบครัวไทยในหลายรูปแบบ นำเสนอแนวคิดบางครั้งผู้ใหญ่ก็แก้ปัญหาให้เด็กไม่ได้ เด็กสามารถแก้ปัญหาตัวเองและให้ผู้ใหญ่ได้ หนังสือเล่มนี้จำหน่ายเล่มละ 185 บาท
.jpg)
เรียนรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรมจีน
เจาะลึกลงไปอีกขั้น และเป็นมากกว่าเรื่องเล่า
“มองตะเกียบเห็นป่าไผ่ เล่ม 2” เป็นผลงานต่อเนื่องของ นิธิพันธ์ วิประวิทย์ (สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน) เป็นการรวบรวมบทความที่เขียนลงคอลันน์ “มองตะเกียบเห็นป่าไผ่” เป็นเรื่องที่เล่าเจาะลึกอดีตผ่านเรื่องราวบุคคล รากแห่งวัฒนธรรม ผ่านภูมิปัญญาผู้คน และผ่านอารยธรรมที่รุ่งเรืองมาหลายพันปี และย้อนมาปัจจุบัน โดยจัดเป็นสามส่วนคือ บุคคล วัฒนธรรม และภูมิปัญญา แถมท้ายด้วยแผนภูมิภาพ เส้นทางประวัติศาสตร์จีน ให้เข้าใจช่วงระยะเวลาของแต่ละราชวงศ์ ก่อนจะมาเป็นจีนปัจจุบัน ข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกและเปรียบได้อย่างน่าสนใจ ราคาเล่มละ 295 บาท
.jpg)
ที่ดินตาบอดไม่ใช่ที่ดินไม่มีมูลค่าอีกต่อไป
มีเทคนิคการลงทุนดีดีที่ทำให้มีราคาอย่างคาดไม่ถึง
“เพราะไม่มีที่ไปจึงกำไร 100%” เป็นหนังสือเล่มแรกของโค้ชติ้ว ธนิช พินธุรักษ์ ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้และลงมือทำมาหลายสิบปี เขาเป็นคนค้นพบและสามารถทำให้ที่ดินที่ถูกทอดทิ้งนั้นกลับมามีค่ามีราคาได้ หนังสือเล่มนี้แปลกทั้งชื่อและแนวคิด การเล่าเรื่องก็สนุกแทรกประสบการณ์และความรู้ เป็นหนังสือเล่มแรกเลยก็ว่าได้ที่จะเปลี่ยนความคิด และมุมมองต่อที่ดินตาบอดว่าไม่มีค่ามากลายเป็นทองคำ ถือได้ว่าเป็นคู่มือเล่มที่ตาบอดสำหรับผู้ต้องการเรียนรู้การขายที่ดินตาบอดให้ได้กำไรงาม หมวดบริหารธุรกิจ ราคา 220 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี