วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
การสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม  ปัจจัยเสี่ยงโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

การสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : การสูบบุหรี่ มลภาวะสิ่งแวดล้อม โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด
  •  

สตัฟฟาน แฮร์สเตริม เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

เดินหน้ารณรงค์สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการเพื่อสังคม Healthy Lung Thailand นี้โดยความร่วมมือระหว่าง บ.แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย)ร่วมกับเขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมี สตัฟฟาน แฮร์สเตริมเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทยเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข


นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า “โรคหืด หรือที่คนไทยมักเรียกว่าโรคหอบหืด (Asthma) และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ(COPD-Chronic Obstructive Pulmonary Disease) ต่างเป็นโรคทางระบบการหายใจเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อ พบได้บ่อยในปัจจุบันและประชาชนจำนวนมากยังขาดความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของโรคดังกล่าว รวมไปถึงยังเป็นโรคที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จึงถือได้ว่าเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับประเทศ”

“ในประเทศไทยมีความชุกของโรคหอบ หืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศ และอัตราการสูบบุหรี่ที่เพิ่มมากขึ้น จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2558 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหอบหืดนอนรักษาในโรงพยาบาล 115,577 ราย เป็นผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง249,742 ราย ซึ่งในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหอบหืดประมาณร้อยละ 7 ของประชากร และพบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอีกจำนวน 1.5 ล้านราย คาดว่าผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปประมาณร้อยละ 5 ป่วยเป็นโรคนี้  นอกจากนี้จากสถิติพบมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจำนวน 17,347 ราย ในปีพ.ศ.2560 และมากกว่าร้อยละ 30 มาจากกรุงเทพฯ และจังหวัดในเขตภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน จ.น่าน และ จ.พะเยา โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในประเทศไทยคือการสูบบุหรี่และมลภาวะสิ่งแวดล้อม”

“โรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอีกหนึ่งโรคที่ต้องให้ความสำคัญในการเข้าถึงการดูแลและการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเป็นมาตรฐานในสถานบริการสาธารณสุขระดับชุมชนให้สามารถเข้ารับบริการการดูแลรักษาได้สะดวก โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Asthma & COPD) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดบริการความเป็นเลิศด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Service Excellence NCDs) มุ่งเน้นการดูแลรักษาแบบองค์รวมในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ” 

นางอิงก์ กุสุมา

ด้าน นางอิงก์ กุสุมา ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย) จํากัด กล่าวถึงโครงการในวันนี้ว่า “แอสตร้าเซนเนก้า เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตภัณฑ์ยา มีเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพที่ดี พร้อมกับสนับสนุนการพัฒนาและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนทั่วโลกโดยโครงการ Healthy Lung Thailand ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีระยะเวลาในการดำเนินงานไปจนถึงสิ้นปี 2562 ภายใต้กรอบแนวความคิด 3 ประการ คือ 1.ความร่วมมือกับหน่วยงานในภาคส่วนต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และให้ความสำคัญในโรค 2.การเสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการ3.การสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้แก่ผู้ให้บริการสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ในภาครัฐรวมถึงชุมชนท้องถิ่นเพื่อขยายการเข้าถึงการรักษาที่มีระบบบริการที่ได้มาตรฐานอีกทั้งเพื่อลดการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิต”

“โดยโครงการในครั้งนี้บริษัทได้รับความร่วมมือจากเขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข ในการผลักดันให้เกิดService Excellence โดยการเพิ่มศักยภาพการตรวจวินิจฉัย การรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังภายใต้กิจกรรมให้ความรู้และฝึกอบรมด้านวิชาการในการเพิ่มองค์ความรู้ในการรักษา โดยการดำเนินโครงการจะร่วมกับโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนล้านนา 1 ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.แม่ฮ่องสอน โซนล้านนา 2 ประกอบด้วย จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.น่าน และโซนล้านนา 3 ประกอบด้วย จ.พะเยา จ.เชียงราย นอกจากนี้ เรามีเป้าหมายที่จะจัดอบรมวิชาการด้านความรู้เรื่องการจัดการโรคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 9,000 คน ในสถานพยาบาลปฐมภูมิและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวน 3,000 คน ในโรงเรียนแพทย์ สถานพยาบาลทุติยภูมิและตติยภูมิทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ.2562”

นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร

นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีศูนย์บริการสาธารณสุขเข้าร่วม โครงการHealthy Lung โดยมีศูนย์บริการสาธารณสุขจำนวน 5 แห่งเข้าร่วมเป็นศูนย์นำร่องประกอบด้วยศูนย์บริการสาธารณสุขที่ดูแลประชาชนในเขตพระนคร วังทองหลาง ห้วยขวาง คันนายาว และทวีวัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ โดยพบว่ามีผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ได้รับการพ่นยาขยายหลอดลม รวมทั้งสิ้นกว่า 200 ราย ซึ่งทุกรายมีความพึงพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแบบเดิมทำให้ได้ผลการดูแลรักษาที่ดีขึ้น”

 นายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์

ด้าน นายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า “สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ดูแลสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โรงพยาบาลกลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, โรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสาน,โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม, โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ เขตหนองแขม, โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก, โรงพยาบาลลาดกระบังเขตลาดกระบัง, โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค และโรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ เล็งเห็นประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการ Healthy Lung Thailand โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านโรคหอบหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในสังกัด ซึ่งคาดว่าการเข้าร่วมทำให้เกิดประสิทธิภาพและรับมือสถานการณ์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี”

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เลิกเถียงเพื่อเอาชนะ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน กาง 5 ยุทธศาสตร์ ทางรอดอนาคตไทย

วัส ติงสมิตร กางฎีกาใหม่! รับค่าชดเชยแล้ว ก็ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้

ดีเซล B20 เริ่มขายแล้ว! ทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

อิสราเอล ประกาศปิดน่านฟ้า ถึง16 เม.ย. สถานทูตไทยแนะชะลอซื้อตั๋วเครื่องบิน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved