วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว สำหรับโครงการ “ชุมชนดีมีรอยยิ้ม” ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับ เราจึงนำเอาทักษะความรู้ในด้านต่างๆ ดนตรี กีฬา และศิลปะมาเติมเต็มให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนรอบโรงงานอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงชุมชนที่ขาดโอกาสและขาดแคลนบุคลากรในสายอาชีพต่างๆ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนเหล่านี้ได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรู้และทักษะในสิ่งที่ตัวเองถนัด และนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับตนเอง ชุมชน และประเทศชาติต่อไป
โรงเรียนวัดบางกระ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นับเป็นโรงเรียนแรกที่โครงการได้เดินทางไปมอบรอยยิ้มในปีนี้ซึ่งน้องๆ จะได้ฝึกฝนทักษะด้านกีฬาฟุตบอล จาก Chang Mobile Football Clinic และทักษะด้านการขับร้องกับพี่ๆ วิทยากรจากมูลนิธิ อ.สุกรี เจริญสุข แล้ว ทางโรงเรียนยังต้องการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้านดนตรีไทย ซึ่งเป็นรากเหง้าวัฒนธรรมของไทย พร้อมสร้างจิตสำนึกให้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานดนตรีไทยสู่รุ่นน้องๆ ต่อไป “ชุมชนดีมีรอยยิ้ม” จึงอาสาเข้ามาช่วยเติมเต็ม ด้วยการเชิญ ครูปัน-อัญญาภ์ แสงเทียน และ ครูปอ-พีระพล ปลิวมา สองวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยจากมูลนิธิ อ.สุกรี เจริญสุข มาปรับทักษะพื้นฐานให้กับเด็กๆ โดยฝึกจากเพลง ลาวเสี่ยงเทียน ซึ่งเริ่มต้นการเรียนการสอนด้วยการแบ่งน้องๆ ออกเป็น 2 กลุ่มตามประเภทของเครื่องดนตรี คือ วงปี่พาทย์ประกอบไปด้วย ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวง และวงเครื่องสาย ประกอบด้วย ขิม และจะเข้ จากนั้น ครูปันและครูปอก็เริ่มปรับพื้นฐานเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละประเภทให้อยู่ในคีย์เดียวกัน ตามด้วยการสอนใช้โน้ตเสียงสูง เสียงต่ำ การเข้าจังหวะ การแบ่งจังหวะ การกรอทำนอง ความหนักเบาของเสียง รวมไปถึงการสร้างบุคลิกภาพในการเล่นเครื่องดนตรีให้กับน้องๆ อีกด้วย
น้องพันซ์ หนึ่งในสมาชิกวงดนตรีไทยของโรงเรียน เล่าว่า หนูเริ่มเรียนดนตรีไทยมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว เครื่องดนตรีชิ้นแรก คือ ระนาดทุ้ม ชิ้นต่อมาก็คือ ขิม จนมาตอนนี้เล่นระนาดเอกได้ 2 ปี เครื่องดนตรีที่ชอบมากที่สุดคือ ระนาดเอก เพราะหนูรู้สึกว่า มันมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าเครื่องดนตรีชิ้นอื่น วันนี้ครูปันและครูปอสอนทักษะต่างๆ ทำนอง การกรอ การตี จุดอ่อนที่หนูต้องพัฒนาคือ ทำนองค่ะ ยังเข้าทำนองไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ขอบคุณพี่ๆ ที่มาช่วยสอนในวันนี้ เพราะความรู้บางอย่างก็ไม่ได้เรียนในห้องเรียน อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้เรื่อยๆ มาช่วยสอน ช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆ คิดไว้ว่าถ้าในวันข้างหน้าหนูและเพื่อนๆ เก่งแล้วจะไปเล่นตามงานต่างๆ เพื่อหารายได้อีกทางช่วยพ่อแม่ค่ะ และถ้ามีน้องๆ รุ่นต่อไปอยากจะมาเรียนดนตรีไทยหนูก็จะช่วยสอนน้องๆ ได้
.jpg)
ด้าน “ครูปัน” และ “ครูปอ” เล่าให้เราฟังว่า เด็กๆ มีพื้นฐานด้านดนตรีอยู่แล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องการฟัง ความพร้อมเพรียงกัน เราจึงต้องเริ่มปรับจังหวะของเด็กแต่ละกลุ่มก่อนจากนั้นก็มารวมวงเพื่อปรับให้พร้อมกันอีกครั้งในด้านพื้นฐานของเด็กๆ อย่างที่บอกคือ เด็กมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แต่ยังขาดประสบการณ์อยู่ต้องค่อยๆ ปรับกันไป ต้องใช้เวลา อยากฝากเด็กๆ ไว้ว่า ในปัจจุบัน ดนตรีไทยได้รับการอนุรักษ์น้อยลง อยากให้เด็กๆ มองเห็นความสำคัญ เพราะดนตรีไทยถือว่าเป็นมรดกของชาติ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเราคือคนไทย ฉะนั้นเราต้องช่วยกันอนุรักษ์ดนตรีไทยเอาไว้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ที่โรงเรียนวัดบางกระแห่งนี้ ยังต้องการการสนับสนุนในด้านเครื่องดนตรีอยู่อีกมาก เนื่องจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ชำรุดเป็นส่วนมาก บางชนิดถูกใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว การที่มีความพร้อมของเครื่องดนตรี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีแรงจูงใจและกำลังใจที่จะเริ่มเล่นดนตรีได้”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี