คุยกัน7วันหน : ‘ฆ่าข่มขืน’  ปัญหาใหญ่สังคมอินเดียที่รอวันแก้

คุยกัน7วันหน : ‘ฆ่าข่มขืน’ ปัญหาใหญ่สังคมอินเดียที่รอวันแก้

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากกรณีสัตวแพทย์หญิงของอินเดียถูกรุมโทรมข่มขืนและสังหารเพื่อปิดปาก ทำให้ชาวอินเดียจำนวนมากไม่พอใจ และนำไปสู่การประท้วงในหลายเมือง เรียกร้องให้มีการใช้โทษประหารชีวิตกับผู้ที่ก่อเหตุข่มขืนคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีแรก แต่ที่ผ่านมาอินเดียเผชิญคดีฆ่าข่มขืนอย่างโหดร้ายมาแล้วหลายครั้ง และยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

สำนักงานสถิติอาชญากรรมของอินเดียรายงานว่า มีรายงานการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในอินเดียวันละประมาณ 100 ครั้ง โดยในปี 2017 มีรายงานคดีข่มขืนมากกว่า37,000 ครั้งทั่วประเทศ ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะเหยื่อหลายรายไม่กล้าแจ้งความและเปิดเผยตัวตน


คดีสะเทือนขวัญล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองไฮเดอราบัด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของประเทศ เมื่อสัตวแพทย์หญิงคนหนึ่งถูกรุมข่มขืน คนร้ายสังหารเธอแล้วนำร่างไปเผา เหตุการณ์นี่เกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์ก่อนที่จะครบรอบการรำลึกถึงเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2012 เมื่อนักศึกษาหญิงวัย 23 ปีถูกกลุ่มทรชนข่มขืนบนรถโดยสารที่กำลังวิ่งอยู่ และโยนร่างที่เปลือยของเธอทิ้งลงข้างทาง จนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก จุดชนวนให้ผู้คนเริ่มถกกันเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิงในอินเดีย

ชาย 4 คนที่ก่อเหตุในปี 2012 ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ปัจจุบันยังคงรอการประหารอยู่ ในขณะที่ผู้ก่อเหตุอีกรายยังเป็นเยาวชน จึงไม่ได้รับโทษประหารชีวิต ส่วนคดีฆ่าข่มขืนสัตวแพทย์ล่าสุด ผู้ต้องสงสัย 4 คนถูกตำรวจยิงเสียชีวิตขณะนำตัวไปที่เกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยตำรวจอ้างว่าผู้ต้องสงสัยแย่งปืนและพยายามหลบหนี จึงต้องวิสามัญฆาตกรรม ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวเหยื่อข่มขืนและผู้คนชาวอินเดียส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์ของผู้หญิงในอินเดีย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก กรณีการข่มขืนล่าสุดนี้เป็นเพียงการสะท้อนให้เหตุอาชญากรรมรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็กในอินเดียอยู่ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน ก็มีเหตุเด็กหญิงอายุเพียงหกขวบถูกข่มขืนและฆ่าแขวนคอใกล้ๆ กับเมืองชัยปุระด้วย

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีมองว่า ทางการอินเดียมักมองว่าปัญหาการคุกคามทางเพศในอินเดียที่ผ่านมาเป็นเรื่องของสังคมและวัฒนธรรม มากกว่าเป็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย โดยนางรันชนา กุมาร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสังคมในกรุงเดลีระบุว่าสังคมมีแนวคิดว่าผู้ชายสามารถทำความรุนแรงกับผู้หญิงได้ พวกเขารู้สึกว่ามีอำนาจเหนือกว่า แต่ถ้าหากว่ากฎหมายนั้นศักดิ์สิทธิ์และมีการบังคับใช้ กฎหมายก็จะสามารถช่วยยับยั้งการกระทำเหล่านี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมานักการเมืองอินเดียก็พูดจาน่ารังเกียจ พวกเขาจึงมีส่วนช่วยสร้างวัฒนธรรมการข่มขืนในประเทศในขณะที่กฎหมายก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุรุมโทรมเมื่อปี 2012 รัฐสภาของอินเดียได้แก้กฎหมายเกี่ยวกับการข่มขืนหลายครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุด มีการปรับแก้กฎหมายเมื่อปีที่แล้วเมื่อมีเหตุข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิงอายุเพียงแปดขวบ โดยมีการขยายโทษการจำคุกให้นานขึ้น และเพิ่มโทษเป็นประหารชีวิตสำหรับกรณีที่เหยื่อข่มขืนมีอายุต่ำกว่า 12 ปี

อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ยังไม่เคยมีการประหารชีวิตผู้ต้องหาคดีข่มขืนแม้แต่รายเดียวตั้งแต่มีการปรับแก้กฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้ ในปี 2017 มีคดีข่มขืนถึง 117,451 คดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ในขณะที่มีเพียง 28,750 คดีเท่านั้นที่เข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนแล้ว

ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีของอินเดียรายหนึ่งได้เริ่มการอดอาหารประท้วงในกรุงนิวเดลี เพื่อเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตนักโทษคดีข่มขืนทุกราย โดยเธอบอกว่าจะไม่ยอมกินอาหารอะไรจนกว่าจะมีผ่านกฎหมายใหม่ด้วย

@koopnot01

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top