533.jpg
แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc เมืองมรดกโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : Olomouc เมืองมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

City Center

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสาธารณรัฐเช็ก และชื่นชอบการเยือนเมืองมรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของประเทศที่ต้องไปเยือนให้ได้ นอกจาก Litomysl ก็คือ Olomouc เมืองทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากกรุงปรากโดยรถไฟ 2 ชั่วโมง 15 นาที เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับหกของประเทศและเป็นเมืองหลักของแคว้น Moravia ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 นี้ เคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารโรมันริมแม่น้ำ Morava เมืองที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 2 ย้อนหลังไปสมัยสงครามMarcomannic และต่อมาชาวสลาฟได้ย้ายมาอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้ได้กลายเป็นที่พำนักของบิชอปเริ่มตั้งแต่ปี 1063 จึงได้มีการสร้างพระราชวังขึ้นตามแนวทางศิลปะแบบโรมันเนสท์ก่อนได้รับการเลื่อนให้เป็นที่พำนักของ Archbishop ที่ย้ายมาจาก St.Peterเพื่อมาอยู่ ณ โบสถ์ St.Wenceslas ในปี 1141


Altar

นับจากนั้นมา Olomouc ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นและกลายเป็นที่พำนักของรัฐบาล Premyslidแต่เมืองนี้ก็ถูกลดสถานะลงเมื่อพระเจ้า Wenceslasที่สามแพ้สงครามต่อ Wladyslaw ที่ 1และถูกสังหาร เมืองได้รับการสถาปนาและคืนสู่อำนาจการเป็นศูนย์กลางใหม่กลางคริสต์ศตวรรษ ที่ 13ในปี 1454 รัฐบาลได้ขับไล่ชาวยิวออกจากเมืองตามกระแสต่อต้านยิวตามอย่างสเปนและโปรตุเกสในช่วงเวลานั้น เมืองกลับมารุ่งเรืองสู่ยุคทองอีกครั้งและกลายเป็นสถานที่จัดการประชุมระหว่างราชวงศ์โดยผู้ปกครองเมืองนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ประจำแคว้นโบฮีเมีย แต่ก็พ่ายแพ้ต่อชาวสวีดิชอีกครั้งหลังสงคราม 8 ปีในปี 1650 ยังผลให้เมืองเสียหายมากและตกเป็นรองเมือง Brno ในปี 1740 เมืองนี้ตกเป็นของรัสเซียและถูกปกครองโดยพระนางมาเรียเทเรซ่า ระหว่างสงคราม Frederick the Great ในปี 1848 ที่นี่เป็นสถานที่พระจักรพรรดิเฟอร์ดินันด์สละราชย์

Holy Trinity Column

อีก 2 ปีต่อมา ออสเตรียและเยอรมันได้ประชุมกันและตกลงที่จะจัดตั้ง German Confederation และปรัสเซียภายใต้การนำของออสเตรีย นับจากนั้นมาเมืองนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมเยอรมันแม้กระทั่งชื่อจัตุรัสก็ถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเยอรมัน ถึงกระนั้นก็ตามเมืองนี้ยังคงใช้ภาษาเช็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการติดต่อราชการ เมื่อสงครามโลกปะทุขึ้นชาวเมืองทั้งสองสัญชาติจึงเกิดการปะทะกัน ซ้ำร้ายกลุ่มที่เข้าข้างนาซียังทำการเผาโบสถ์ชาวยิวและขับไล่ชาวยิวออกจากเมืองเฉกเช่นเดียวกันกับที่ทหารนาซีกระทำกับทุกเมือง ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะสิ้นสุดลง ทหารเยอรมันได้ทำลายหอนาฬิกาใหญ่ของเมืองลงซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวเช็กพื้นเมืองมาก เมื่อเยอรมันแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง Olomouc ก็ได้รับการปลดปล่อยจากอิทธิพลของเยอรมัน ชาวเยอรมันส่วนหนึ่งก็ถูกขับไล่ออกจากเมืองตอบแทนความโหดเหี้ยมที่พวกเขาเคยทำกับเมืองและชาวยิว ชาวเช็กได้เปลี่ยนชื่อจัตุรัสกลับไปใช้ภาษาเช็กเช่นเดิม นับจากนั้นมา เมืองนี้กลับไม่สามารถฟื้นฟูให้รุ่งเรืองดังเดิมเฉกเช่นเดียวกันกับ Prague, Cesky Krumlov และ Karlovy Vary ได้อีกเลย

Main Altar

สำหรับโบสถ์ St Wenceslas ที่อยู่กลางจัตุรัสประจำเมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1107 ภายใต้แนวคิดของเจ้าชาย Svatopluk และมีชื่อตั้งตาม Duke of Bohemia คนสุดท้ายในโอกาสครบรอบพันปีที่ท่านเสียชีวิตนั้นก็คือโบสถ์ที่ประทับของสงฆ์เจ้าคณะนิกายโรมันคาทอลิกที่ได้รับการสถาปนามาจากกรุงโรม โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตามแนวทางศิลปะแบบโรมันเนสท์และปรับปรุงให้เป็นไปตามแนวทางแบบนีโอโกธิคในคริสต์ศตวรรษที่ 14 นั้นได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่หลังถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1883 ภายใต้การออกแบบโดย Gustav Meretta และ R. Volkel โบสถ์ที่ประกอบด้วยหอคอย 3 หลังโดยหลังที่สองสูงที่สุดของสาธารณรัฐเช็กนี้ ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ล่าสุดในปี 2007 นี่เอง โบสถ์นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเพราะมีหอคอยที่สองที่สูงถึง 100.65 เมตรนี้และเป็นหอคอยสูงที่สุดในประเทศจึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทั้งเมืองได้อย่างจุใจ

Main Market Square
Main Market Square
Stairs
Stairs
St Wenceslas
St Wenceslas
St Wenceslas inside
St Wenceslas inside
Old Town
Old Town

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top