วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นตฺถิ จิตฺเต ปสฺนมฺหิ อปฺปกา นาม ทกฺขิณา เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี (ทักขิณาทาน หมายถึงทานเพื่อผลอันเจริญ ทานที่อุทิศให้กับผู้ล่วงลับ)
ผู้ที่มีจิตคิดแต่ให้โดยแท้จริง ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง และคำสรรเสริญเยินยอ ผู้ให้เช่นนั้นย่อมมีความสุขตลอดเวลา
คุณเคยมีความสุขอันเกิดจากการให้หรือไม่ สำหรับคนที่เป็นผู้ให้มาโดยตลอด ย่อมเข้าใจถึงรสชาติของความสุขจากการให้ได้เป็นอย่างดี และจะพึงพอใจกับการเป็นผู้ให้ตลอดเวลา แม้การให้นั้นจะทำให้ยากยิ่งเพียงใด ก็ยังตั้งใจให้ด้วยความยินดี

มีพุทธชาดกเรื่องหนึ่ง กล่าวไว้ว่า ในพระชาติหนึ่งก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงบรรลุเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เคยเสวยชาติเป็นพระพรหมดาบส วันหนึ่งพระพรหมดาบสขึ้นไปอยู่บนหน้าผาของเขาปัณฑระแล้วมองลงมาเบื้องล่าง ได้เห็นแม่เสือที่เพิ่งตกลูกออกมาได้สองสามวัน แม่เสือตกอยู่ในสภาพหิวจัด เพราะขาดแคลนอาหารมานาน แม่เสือจ้องมองลูกเสือตัวน้อยด้วยสายตาที่ต้องการจะขย้ำลูกน้อยกินเป็นอาหารเพื่อให้รอดพ้นจากความหิวโหย พระพรหมดาบสได้เห็นเกิดความสลดใจ มองเห็นทุกข์ภัยของการเกิดเป็นสัตว์โลก ที่มีแต่การเบียดเบียนกันเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ไม่เว้นแม้แต่แม่กับลูก จึงคิดว่าถ้ายังต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไป ก็หนีไม่พ้นการเบียดเบียนกันและกันเรื่อยไป
พระพรหมดาบสบังเกิดความเห็นใจแม่เสือ และต้องการช่วยชีวิตของลูกเสือเอาไว้ จึงตัดสินใจบำเพ็ญปรมัตถทานบารมี คือสละชีวิตตนเองให้เป็นทานกับแม่เสือ พระพรหมดาบสจึงตั้งอธิษฐานจิตเอาอำนาจปรมัตถทานบารมีเป็นปัจจัยเกื้อหนุนขอให้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณในเบื้องหน้า แล้วจึงตัดสินใจกระโดดจากหน้าผา ทิ้งร่างลงต่อหน้าแม่เสือ แม่เสือจึงหันมากัดกินร่างพระโพธิสัตว์แทน การกระทำครั้งนั้นเรียกว่า พุทธการกธรรม เป็นการกระทำที่ทำได้ยากยิ่ง เพราะสามารถสละสิ่งที่ทำได้ยากเพื่อปรารถนาการตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะหวังเปลื้องทุกข์ให้ตนเองและให้เหล่าสรรพสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ตลอดไป

สาเหตุที่ Mr.Flower นำพุทธชาดกเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะมั่นใจว่าผู้อ่านแนวหน้ามีใจเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตา เพราะทุกครั้งที่มีการนำเสนอข่าวกุศล เช่น การขอบริจาคเพื่อการพระศาสนา การขอบริจาคเพื่อช่วยโรงเรียน ช่วยโรงพยาบาล ช่วยผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงขอบริจาคเพื่อช่วยเหลือสัตว์ อาทิ โค-กระบือ รวมถึงสุนัขและแมวจรจัด ก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างมหัศจรรย์จากผู้อ่านเสมอมา
และผลของการร่วมบริจาคก็ทำให้ท่านผู้มีจิตอันเป็นกุศลได้รับความอิ่มเอมใจ เบิกบานใจ และแช่มชื่นใจเสมอมา เมื่อหวนคิดถึงเรื่องดีๆ ที่ได้กระทำไปแล้ว ก็ทำให้จิตใจเบิกบานตลอดเวลา
ตัวอย่างของความเบิกบานใจอย่างหนึ่งที่บังเกิดกับผู้อ่านแนวหน้าทุกคน ไม่ว่าจะร่วมบริจาคหรือไม่ก็ตามก็คือการได้เห็นลูกโค ลูกกระบือที่เพิ่งเกิดใหม่ โดยลูกสัตว์ที่เพิ่งเกิดเหล่านี้ (ตามที่นำเสนอรูปภาพในคอลัมน์) คือผลผลิตของโค-กระบือที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันไถ่ชีวิตแม่ของเขาเมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 ที่จังหวัดเชียงราย (ทั้งนี้ยังไม่นับรวมการไถ่ชีวิตโค-กระบือที่ผ่านๆ มาแล้วอีก 55 ตัว)

นับจากวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่คณะของเราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตโค กระบือจากโรคฆ่าสัตว์จำนวน 27 ตัว แล้วมอบให้นักเรียนโรงเรียนชาวนา สำนักวิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวันนำไปเลี้ยงดูต่อไปตามสัญญา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ โค กระบือที่พวกเราไถ่ชีวิตออกมาได้ตกลูกมาแล้วรวมสี่ตัว โดยตัวแรกตกลูกหลังจากที่เราไถ่ชีวิตมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ (หากคุณอ่านแนวหน้ามาโดยตลอดคงจำได้ดีว่าเป็นลูกกระบือเผือก)
และล่าสุดเมื่อประมาณ 5 วันที่ผ่านมา โคอีกตัวหนึ่งก็ตกลูกออกมา ทำให้ล่าสุดคณะของเราได้รับข่าวดีเรื่องโค-กระบือเกิดใหม่แล้วรวม 4 ชีวิต เท่ากับว่าที่เราไถ่ชีวิตพวกเขาทั้ง 27 ตัว เมื่อปลายเดือนมกราคมนั้น บัดนี้ได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 4 ตัว
เรื่องน่ายินดีเช่นนี้คงทำให้คุณยิ้มหวานด้วยความปลื้มปีติได้อย่างแน่นอน แม้ในยามนี้หลายคนอาจจะมีความวิตกกังวลกับวิกฤตการณ์อันเกิดจากเชื้อโควิด-19 ก็ตาม แต่เมื่อคุณคิดถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดจากการให้แล้ว ผมเชื่อว่าคุณจะสามารถยิ้มได้อย่างเบิกบานเพราะเมื่อคิดถึงเรื่องดีๆ ครั้งใด หัวใจของเราทุกคนก็จะพองโต
ขอเรียนแจ้งว่าโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์ และโครงการทำหมันสุนัข และแมวจรจัดกับหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังคงดำเนินต่อไป หากคุณสนใจโครงการนี้ กรุณาติดต่อสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี