ชาร์ป เผยผลวิจัย ร่วม ม.นางาซากิ ชี้ ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ ลดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอากาศได้ถึง 91.3%

ชาร์ป เผยผลวิจัย ร่วม ม.นางาซากิ ชี้ ‘พลาสม่าคลัสเตอร์’ ลดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอากาศได้ถึง 91.3%

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น จับมือศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลวิจัย“ประสิทธิผลในการลดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ลอยอยู่ในอากาศ (SARS-CoV-2)” ซึ่งพบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอากาศได้มากถึงร้อยละ91.3 โดยการวิจัยนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ค้นพบว่าพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนสามารถช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสที่แพร่ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิผล


โรเบิร์ต อู๋ 

โรเบิร์ต อู๋ กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน มีประชากรมากกว่า 25 ล้านรายทั่วโลกติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และกว่า 840,000 รายเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อดังกล่าว การแพร่ระบาดนี้จึงถือเป็นภัยคุกคามสำคัญที่คนทั่วโลกเผชิญ ดังนั้น การให้ความร่วมมือในการป้องกันการระบาดจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ และพร้อมให้ความสนับสนุนทุกช่องทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว”ซึ่งการวิจัยล่าสุดเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น และ มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่ทั่วโลกให้การยอมรับในด้านงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดต่อโดยมีบุคลากรชั้นนำจากหลากหลายหน่วยงานอยู่เบื้องหลังการทำงาน ได้แก่ ศาสตราจารย์จิโร่ ยาซูดะ จากศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ศาสตราจารย์อาซูกะ นันโบะ สมาชิกคณะกรรมการสมาคมไวรัสวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น จากมหาวิทยาลัยนางาซากิ และ ศาสตราจารย์ฮิโระโนริ โยชิยามะ สมาชิกคณะกรรมการสมาคมไวรัสวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิมาเนะงานวิจัยนี้จึงถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ใช้ความเข้มข้นของพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนโดยเฉลี่ยที่ 10 ล้านประจุต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ทำการทดลองในพื้นที่ที่มีปริมาตรประมาณ 3 ลิตร ทดสอบโดยการปล่อยละอองไวรัสเข้าไปในเครื่องมือทดสอบที่ติดตั้งเครื่องปล่อยอนุภาพพลาสม่าคลัสเตอร์ความเข้มข้นสูงอยู่ภายใน หลังจากนั้นเมื่อพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนทำปฏิกิริยากับละอองไวรัสเป็นเวลา 30 วินาที จึงดูดละอองไวรัสมาทำการตรวจนับจำนวนพลัคที่เหลืออยู่ (Plaque Assay)*เปรียบเทียบกับกรณีที่ทดสอบโดยไม่ใช้พลาสม่าคลัสเตอร์ ซึ่งผลการทดสอบพบว่า เมื่อมีพลาสม่าคลัสเตอร์ ค่าไตเตอร์ไวรัสที่มีการติดเชื้อ (จำนวนการเกิดพลัค) ลดลง 91.3 %

ดร.จิโร่ ยาซูดะ 

ดร.จิโร่ ยาซูดะ จากศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าสารฆ่าเชื้อโรคอย่างแอลกอฮอล์และสบู่นั้นมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนของไวรัสบนวัตถุแต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการติดเชื้อที่แพร่ผ่านละอองของเหลวและละอองฝอยขนาดเล็กในอากาศแล้ว ตอนนี้แทบจะยังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพนอกเหนือไปจากหน้ากากอนามัยเลย จากผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ในการลดจำนวนเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ลอยอยู่ในอากาศ (SAR S-CoV-2) ฉบับนี้ คาดหวังว่าเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์จะมีประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในพื้นที่ที่มีการใช้งานจริง ซึ่งรวมถึงสำนักงาน บ้าน สถานพยาบาล และในยานพาหนะ”

เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster) เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของ ชาร์ป ทำงานโดยการปล่อยประจุไอออน (Ion)ทั้ง ประจุไอออนบวก (H+) และประจุไอออนลบ (O2-) เพื่อทำลายผนังของเซลล์เชื้อรา (Mold) ไวรัส (Virus) แบคทีเรีย (Bacteria) สารก่อภูมิแพ้ (Allergy) และกลิ่นไม่พึงประสงค์ซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองประสิทธิผลการทำงานจากหลากหลายสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก ทั้งนี้ ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น ยังมีแผนการทดสอบประสิทธิผลของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์อย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top