Logo วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ผู้หญิง
เวียดนามสู้สงครามโควิด : อาทร จันทวิมล

เวียดนามสู้สงครามโควิด : อาทร จันทวิมล

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.
Tag : เวียดนามสู้สงครามโควิด อาทร จันทวิมล
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประเทศเวียดนามมีประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยศึกสงคราม  โดยในช่วง 200 ปีที่ผ่านมามีการรบพุ่งกับสยาม ฝรั่งเศส อเมริกา และการต่อสู้ภายในระหว่าคนเวียดนามด้วยกันเองจนมีคนเวียดนามเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  และขณะนี้เวียดนามก็กำลังต่อสู้กสงครามครั้งใหม่กับโรคระบาดโควิด ซึ่งสามารถทำได้ดีจนเป็นที่ยกย่องไปทั่วโลกขณะที่สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อโควิดกว่า 29.65 ล้านคนเสียชีวิต กว่า 5 แสนคนประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 26,370คน เสียชีวิต85 คน ประเทศเวียดนามที่มีประชากร 97 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อ 2501 คนเสียชีวิตเพียง 35 คนเท่านั้น (ข้อมูล7 มี.ค.64)

วิธีการต่อสู้กับโควิดของเวียดนามนั้น ทำอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วจนได้รับผลดีเป็นที่ยกย่องทั่วโลกโดยได้ดำเนินการดังนี้


1.การเตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น (Early Preparedness) ประสบการณ์รับมือกับการระบาดของโรคซาร์ส ใน พ.ศ. 2546 และหวัดนกใน พ.ศ.2547 ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามตระหนักถึงภัยร้ายแรงจากโรคระบาด    รัฐบาลเวียดนามวางแผนปฏิบัติการตอบโต้กับการระบาดของโควิดตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ  โดยนายกรัฐมนตรี เหงียน ชวน ฟุค ติดตามความคืบหน้าเรื่องโควิดด้วยตนเอง และตัดสินใจดำเนินการอย่างรวดเร็ว   ไม่รอให้เชื้อแพร่กระจายไปในวงกว้าง  มีการสั่งปิดโรงเรียน ตั้งศูนย์กักตัว ห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ และปิดเมืองดานังเมื่อพบว่ามีการติดเชื้อโควิดมากผิดปกติ

2.การตรวจคัดกรองเพื่อหาผู้ติดเชื้อ (Contract Testing) ในระยะต้นเวียดนามทุ่มเงินซื้อชุดตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 จากเกาหลีใต้กว่า 200,000 ชุด ก่อนที่จะผลิตใช้เองภายในเวลาเพียง 1เดือน โดยมีราคาที่ไม่แพงและให้ผลรวดเร็วใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น การตรวจคัดกรองของเวียดนาม ไม่ได้ตรวจในคนทั่วไปจำนวนมากเหมือนหลายประเทศ แต่ตรวจเฉพาะผู้ที่ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิดเท่านั้น

เมื่อมีข่าวการระบาดของโควิดที่เมืองจีน  เวียดนามได้เพิ่มการวัดอุณหภูมิร่างกายในการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้ามาในประเทศ  จนได้พบผู้ติดเชื้อคนแรกในเวียดนามเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563    เป็นชายจีนเดินทางมาจากอู่ฮั่นแล้วนำเชื้อไปติดลูกชายที่อยู่ในเวียดนามทันทีที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อในชุมชนหรือเมืองใดก็ตาม ทางการเวียดนามไม่รอช้าที่จะออกคำสั่งให้ทุกคนในพื้นที่นั้นกักตัวอยู่บ้าน แล้วให้การรักษาฟรีแก่ผู้ติดเชื้อ

3.การตรวจหาและ แยกผู้ติดเชื้อ (isolation and mass PCR screening ) ใครก็ตามที่ตรวจพบว่ามีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ หรือหายใจลำบาก จะต้องแยกตัวออก เพื่อคัดกรองทันที  หากยืนยันว่าตรวจพบเชื้อคนในสถานที่หรือยานพาหนะที่อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ระบบติดตามตัวผู้ติดเชื้อ ผ่านระบบการสื่อสารสมัยใหม่ที่ทำให้ทางการเวียดนามสามารถติดตามตัวผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสใกล้ชิด คือ แอปพลิเคชัน ที่ชื่อ NCOVI พัฒนาโดย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเวียดนาม  ซึ่งนอกจากจะใช้ติดตามอาการและสุขภาพของผู้ติดเชื้อรายวันแล้ว ยังแจ้งตำแหน่งของผู้ติดเชื้อเพื่อชี้เป้าให้สามารถติดตามตัวผู้ติดเชื้อมารักษาได้อย่างทันท่วงที ทั้งยังให้ความรู้ในเรื่องของเทคนิคการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 ด้วย

4.การปิดชายแดน ปิดเมือง ห้ามคนต่างชาติเข้าเมือง (border closure) ในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกระจายไปทั่วโลก เวียดนามได้ประกาศบังคับใช้มาตรการการกักตัว 14 วัน ทันที สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศทุกคน และออกประกาศยกเลิกเที่ยวบินห้ามนักเดินทางจากต่างประเทศทั้งหมด ในเดือนมีนาคม 2563 ใครก็ตามที่เดินทางถึงเวียดนามและมีอาการของโรคโควิด-19 รวมถึงผู้สัมผัสใกล้ชิดในช่วงเวลาก่อนและหลังติดเชื้อ  จะถูกติดตามจากหน่วยงานทางการแพทย์

5.การรณรงค์ให้ชาวเวียดนามป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเวียดนามใช้สื่อในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำมิวสิควิดีโอที่เมื่อปล่อยออกมาเพียงไม่กี่วันก็มีคนชมเป็นล้านวิว ด้วยเนื้อหา และรูปแบบของการ์ตูนที่จำง่าย ติดหู บอกถึงความสำคัญของการเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก  และไม่เข้าไปที่มีคนมาก  ระดมทุนเพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นโดยมีผู้บริจาคเงินกว่า 2.1 ล้านคน มีการสร้างแอพพลิเคชั่น  “บลูโซน  Bluezone”เพื่อแจ้งเตือนเจ้าของโทรศัพท์มือถือ เมื่อเข้าไปใกล้คนติดเชื้อ     มีการแต่งเพลง เก็น โค วี่ (อิจฉาโควิด) เพื่อปลุกเร้าประชาชนให้ระวังโควิดและรักษาสุขนิสัย  เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด โดยมีผู้เปิดเข้าไปฟังแล้วถึง 70 ล้านครั้ง

การดำเนินการป้องกันโควิดของเวียดนาม เป็นตัวอย่างอันดีที่ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องศึกษาและหาทางนำวิธีการที่เหมาะสมนำไปปฏิบัติ เพื่อรักษาสุขภาพและชีวิตของประชาชนของตนต่อไป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ตุรกีระทึก! อดีต นร.บุกยิงในโรงเรียน เจ็บ 16 ราย ก่อนปลิดชีพตัวเอง

นายกฯโชว์โมเมนต์ประทับใจ อวยพรวันเกิดคุณแม่ ตรงวันผู้สูงอายุพอดี

เบสท์ คำสิงห์ ปล่อยลุคบิกินีสุดฮอตรับสงกรานต์ ออร่าความแซ่บพุ่งแรง

พิพัฒน์-สรรเพชญ ร่วมงานทำบุญเดือน 5 ห่มผ้าพระนอน สืบสานประเพณีสงกรานต์สงขลา

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved