วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
“คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” ก้าวสู่ปีที่ 5 ภายใต้การบริหารงานของ อัยยวัฒน์ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมที่มุ่งมั่นการพัฒนาและสร้างความสำเร็จในด้านต่างๆ ให้คนไทยอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน เป็นที่มาของความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาดีๆ ของคนไทย ผ่านการสร้างสรรค์โครงการในด้านต่างๆ ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกีฬา ด้านดนตรี และด้านชุมชน ให้สังคมไทยเติบโต ทั้งด้านคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจ ตลอดจนศักยภาพของคนไทย ด้วยงบประมาณกว่าพันล้านบาทตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายการเติบโตของสังคม คุณภาพชีวิตที่ดี ของคนไทยที่ยั่งยืน และในปีที่ 5 นี้ ยังคงขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมด้วยกลยุทธ์ “Together Beyond Boundaries” เน้นการรวมพลังพันธมิตร มุ่งสนับสนุนศักยภาพคนไทย ตอบโจทย์การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
โดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “คิง เพาเวอร์ ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดมา เชื่อในการให้โอกาส และเชื่อว่าคนไทยมีศักยภาพ หากเราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ และเปลี่ยนอุปสรรคเป็นความท้าทาย ในปีนี้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย กำลังก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 แล้ว ผมและพนักงานทุกคนขอขอบคุณ หน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนต่างๆ ที่สำคัญลูกค้าของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ได้มีส่วนร่วมเดินทางสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคมกับเรา ทำให้คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย ทั้งนี้อาศัยความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีก และความเป็นผู้นำในธุรกิจท่องเที่ยวที่มีความเข้าใจนักท่องเที่ยว มาส่งต่อความรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยในทุกภาคส่วน และในทุกช่วงเวลาดีๆ ของคนไทย คือความภาคภูมิใจของเรา ที่ได้สร้างสรรค์โครงการดีๆ ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย อาทิ ด้านกีฬา เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ตั้งแต่เหนือสุดจนถึงใต้สุดของประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของลูกฟุตบอลที่ได้รับจากโครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย และสนามหญ้าเทียมในโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ที่ส่งมอบไปแล้วถึง 60 แห่งทั่วประเทศ ได้เป็นที่ฝึกฝนทักษะการเตะฟุตบอลจนเกิดเป็นทีมโรงเรียน และได้เข้าแข่งในระดับอำเภอ พัฒนาสู่ระดับจังหวัดเป็นจำนวนหลายทีม นอกจากนี้ น้องๆ Fox Hunt ที่กลับมาประเทศไทยแล้ว ได้รับคัดเลือกเข้าไปเล่นอยู่ในไทยลีก เป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชั้นนำของประเทศเช่นกัน ด้านชุมชน บริษัทได้ร่วมเข้าไปให้คำแนะนำ และส่งเสริมความรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน และสินค้าฝีมือคนไทยจากชุมชนต่างๆ และเปิดโอกาสให้นำสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ และ ด้านดนตรี เป็นที่น่ายินดีที่วงคนไทยที่เคยผ่านเวทีการประกวด TIWSC หรือการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทย ได้ไปชนะรางวัลระดับโลก รวมถึงปีนี้ เราได้ขยายโอกาสเส้นทางสู่นักดนตรีมืออาชีพกับ THE POWER BAND เวทีประกวดวงดนตรีสากลสมัยนิยมผสมเครื่องเป่า การประกวดสาขาใหม่ภายใต้ TIWSC ซึ่งเป็นเวทีประกวดดนตรีที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคว่ามีมาตรฐานสูงมีกรรมการตัดสินที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นที่จับตามองมากขึ้นทุกๆ ปี”
ความภาคภูมิใจของ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย คือการได้สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ครอบคลุม 3 แกนหลัก ได้แก่ ด้านกีฬา (Sport Power) ด้านดนตรี (Music Power) และด้านชุมชน (Community Power) สามารถกระจายโอกาสและสร้างความสุขสู่ชุมชนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ทุกภูมิภาคกว่า 4,000 โรงเรียน 2,000 ชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่ คิง เพาเวอร์ มุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนคนไทย และชุมชนก้าวสู่ความยั่งยืน และยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลก จากงานประกาศรางวัล “Asia Responsible Enterprise Awards” ด้าน Social Empowerment หรือ การสร้างความเข้มแข็งให้สังคมถึง 2 ปีซ้อนในปี 2019-2020 ตามลำดับ และรางวัลจากเวทีดีเอฟเอ็นไอ-ฟรอนเทียร์ เอเชีย แปซิฟิก อวอร์ด(DFNI-Frontier Asia Pacific Awards) สาขาผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน(CSR or Sustainability Initiative of the Year) ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อน คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทยบนวิสัยทัศน์ของการสนับสนุนศักยภาพคนไทย ในปี 2564 นี้ เรามีแผนในการพัฒนาชุมชน โดยนำกลยุทธ์ “Together Beyond Boundaries” เข้ามาปรับใช้ให้เป็นรูปธรรม เน้นการรวมพลังผนึกกำลังพันธมิตร บุคลากร และความเชี่ยวชาญขององค์กรไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ร่วมกับความสามารถ และศักยภาพของท้องถิ่นเพื่อสร้างวิถีแห่งคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ และสังคมควบคู่กันไป เน้นการผสมผสานการทำกิจกรรม และการสื่อสารแบบHybrid Power ผนึกพลังความร่วมมือของทุกๆ ฝ่ายทั้งฝั่งผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า และพันธมิตร รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนจาก Onground ไปสู่ Online มากขึ้นเพื่อสร้างความผูกพัน และยกระดับขีดความสามารถของคนไทยไปอีกขั้น จนนำไปสู่การพัฒนาสังคมเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัลต่อไป”อัยยวัฒน์ กล่าวเสริม
ในโอกาสนี้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์อย่างใกล้ชิดในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมใน 2 แกนหลัก ได้แก่ ด้านชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและเรียนรู้ภูมิปัญญาการย้อมสีธรรมชาติแห่งหมู่บ้านคีรีวง ต้นกำเนิดของคอลเลคชั่นของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ From Leaves to Lively Thai Dye Collection ซึ่งเป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้ร่วมเป็นคู่คิดและคู่ค้ากับกลุ่มใบไม้บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อชูจุดแข็งและภูมิปัญญาของชาวไทยสู่สายตาชาวโลกโดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภคและตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเองและภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง และ ด้านกีฬาร่วมมอบความสุขให้กับน้องๆ นักเรียน และชาวนครศรีธรรมราชกับพิธีเปิดสนามฟุตบอลหญ้าเทียมระดับมาตรฐานอย่างเป็นทางการ ณ โรงเรียนวัดมังคลาราม อ.พิปูน และร่วมมอบลูกฟุตบอลให้กับตัวแทนของจังหวัด ถือเป็นต้นน้ำของความฝันสู่นักเตะมืออาชีพที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่าง “ทีมก้าวคนละก้าว” VS “ทีมโรงเรียนวัดมังคลาราม และ คิง เพาเวอร์” และแขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนาน สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับผู้มาร่วมชมในวันนั้นได้เป็นอย่างดี
คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ยังคงพัฒนาการทำงานในโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ในมือมาขยายผลต่อในแพลตฟอร์มออนไลน์ในอนาคตต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี