วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พิษของโรคระบาดโควิดที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตกว่า 3 ล้านคน และทำให้คนตกงาน ลำบากยากแค้นไม่มีอะไรจะกินอีกหลายร้อยล้านคน แต่มีหญิงแม่ค้าขายน้ำปลาร้าไทยคนหนึ่งกล้าออกมาประกาศทางคลิปออนไลน์ให้คนที่ตกงาน ไม่มีอะไรจะกิน ส่งชื่อที่อยู่มาทางโทรศัพท์ แล้วจะส่ง “กล่องกำลังใจ” ไปให้ถึงบ้านทุกคน โดยมีคนขอความช่วยเหลือมาแล้วกว่า 3 หมื่นคน และยังออกเงินจำนวนมากซื้ออุปกรณ์ให้โรงพยาบาลสนามสู้โควิดที่สุราษฎร์ธานีอีกด้วย แม่ค้าหญิงคนนั้น ชื่อ “พิมรี่พาย”
พิมรี่พาย มีชื่อจริงว่า พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือ จิตรา สนองเกียรติ หรือ อิพิม เป็นคนไทย เกิดเมื่อ พ.ศ.2533 พ่อเป็นชาวชุมพร แม่เป็นชาวนครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพขายข้าวแกงและน้ำพริก ให้ลูกเดินไปเคาะประตูขายน้ำพริกตามบ้าน ครอบครัว,uฐานะไม่ดีนักถึงกับเคยโดนยึดบ้าน พิมรี่พายมีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน เรียนที่วัดเจ้ามูล วัดอัปสรสวรรค์ และจบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศเธอผ่านศัลยกรรมทำสวยมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่จัดฟัน ตัดปีกจมูก ทำปาก ตา คาง ลักยิ้ม หน้าอก ชอบกินเบียร์ กินเหล้า มีรอยสักขนาดใหญ่บนอกและแขนทั้งสองข้าง
พิมรี่พายฝึกขายของมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน โดยนำอาหารขนมที่แม่ทำไปขายให้ครูและเพื่อนๆ ต่อมาก็ไปให้บริการทำเล็บและขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดแถบลาดกระบัง โดยนั่งรถเมล์ไปซื้อเสื้อผ้ามาจากประตูน้ำ ซื้อผ้าจากสำเพ็งไปจ้างช่างที่หมู่บ้านเศรษฐกิจทำการตัดเสื้อมาขาย แล้วบินไปเลือกซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาจากประเทศจีน เคยพบปัญหาตอนเศรษฐกิจตกต่ำ จนหนี้สินล้นพ้นตัว
ต่อมาทำการขายสินค้าออนไลน์จนมีชื่อเสียง รายได้หลายร้อยล้านบาท และทำคลิปเผยแพร่ออนไลน์ผ่านเฟสบุค ไอจี และยูทูป ชื่อ Pimrypie โดยใช้คำพูดแบบตรงไปตรงมาและไม่สุภาพนัก เช่นกู มึง อีดอก อีห่า ตอแหล ไอ้เหี้ย สาระแน อัปรีย์ เสือก แดกเคยถูกปิดเพจเพราะใช้คำด่า หยาบคาย ใช้เสียงกระดิ่งกระตุ้นเรียกความสนใจจากผู้ชม
มีผลงานการร้องเพลง เช่น “อย่านะคะ” “จากกันไปง่ายๆ” “ขอเป็นกำลังใจ” ทำให้มีผู้ติดตามเฟสบุค “Pimrypie-พิมรี่พาย”กว่า 9.5 ล้านคน และมีผู้เข้าชมคลิปของพิมรี่พายถึงเดือนก.พ.64 กว่า 300 ล้านครั้ง มีลูกน้องกว่า 300 คนเวปไซด์วิกิพีเดียนำประวัติของเธอไปลง
พิมรี่พายขายของหลายอย่าง เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม ขนตาปลอม ดินสอเขียนขอบตา รองเท้า เคสโทรศัพท์ น้ำพริก ขนม พริกทอด กาแฟ หน้ากากอนามัย น้ำปลาร้า น้ำพริกตาแดงไปจนถึงขายทัวร์
พิมรี่พาย ชอบช่วยเหลือสังคม มีคติประจำใจว่า คิดดีทำดี รับผิดชอบลูกน้อง รู้จักให้ช่วยเหลือคนเดือดร้อน โดยนำเงินกำไรจากการขายของมาซื้อของบริจาคให้คนยากจนด้อยโอกาส เช่น ช่วยซื้อก๋วยเตี๋ยว 1,000 ชาม จากแม่ค้าตาบอด เพื่อแจกให้ลูกค้า บริจาคเงิน 3 แสนบาท เป็นค่าเทอมให้นักเรียนทั้งโรงเรียนวัดเจ้ามูลที่เธอเคยเรียนอยู่ เหมารถพุ่มพวงไปแจกกับข้าวฟรีที่ชุมชนแออัด บริจาคเงิน 1.9 แสนบาทขุดน้ำบาดาลแก้ภัยแล้งให้ชุมชน ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในโรงเรียน กศน. บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมอบโซล่าร์เซลล์ และโทรทัศน์ มูลค่า 5 แสนบาทเป็นของขวัญวันเด็ก บริจาคคอมพิวเตอร์ 10 เครื่องและวิทยุสื่อสารให้โรงเรียนตะเพินคี่ อ.พุเตย จ สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่บนเขาทุรกันดาร บริจาคอุปกรณ์กรองน้ำดื่มจากน้ำภูเขา ราคา 3 แสนบาทให้ชุมชนมุสลิมแหลมนาว ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนองริมฝั่งทะเลอันดามัน ที่เป็นชุมชนประมงเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ที่ไม่มีถนนเข้าถึงและชาวบ้านเป็นนิ่วกันมากบริจาคเงินซื้อโซล่าร์เซลล์ 100 ดวงติดส่องสว่างในตรอกซอยและที่สาธารณะให้ชุมชนสลัมคลองเตย กลางกรุงเทพมหานคร ที่คนยากจนต้องเดินในความมืดมิดตอนกลางคืนมานาน เพราะเป็นที่ถูกบุกรุกแบบผิดกฎหมาย
24 เมษายน 2564 ขณะที่เกิดการระบาดของโรคโควิดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย พิมรี่พายได้ดำเนินการช่วยคนที่เดือดร้อนจากการกักตัว 14 วัน โดยออกคลิปประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์สั้นๆ 32 วินาที ว่า “ ใครที่กักตัว 14 วัน ใครที่ไม่มีรายได้ ไม่ได้ออกไปทำงานแล้วยังต้องกักตัว ไม่มีตังค์จะซื้อข้าวกินแล้วต้องเลี้ยงครอบครัว ให้พิมพ์ชื่อที่อยู่ เบอร์โทร. ใต้โพสต์นี้ พิมรี่จะส่งกล่องกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ ต้องลำบากจริงๆ นะ มีคนลำบากกว่าเราอีกเยอะ ขอให้หัวใจนักสู้อยู่กับทุกคนค่ะ พิมพ์จะส่งของไปให้ เราจะผ่านไปด้วยกันค่ะ" มีคนเปิดเข้าไปดูคลิปกว่า 2 ล้านครั้ง และมีผู้ขอความช่วยเหลือมาราว 3 หมื่นคนซึ่งพิมรี่พายได้ส่งกล่องกำลังใจ ซึ่งมี ข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมกล่อง น้ำปลาร้า น้ำพริกตาแดง ปลาร้าบอง พริกทอดกรอบให้ทุกคนที่ขอมา โดยยอมเสียค่าส่งเองประมาณ 6-7 แสนบาท
เดือนพฤษภาคม 2564 พิมรี่พายได้ข่าวว่า โรงพยาบาลสนามโควิดที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี ยังขาดอุปกรณ์หลายอย่าง จึงเดินทางไปเยี่ยมแล้วบริจาค เครื่องคอมพิวเตอร์ ชุดพีพีอี กล้องวงจรปิด และสิ่งจำเป็นอื่นๆ
การกระทำของแม่ค้าขายน้ำปลาร้าที่ชื่อ พิมรี่พายในการช่วยเหลือสังคมสู้ภัยโควิด โดยไม่ได้ไปขอเงินบริจาคจากใคร แสดงเห็นชัดถึงความมุ่งมั่น ในการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ที่ลำบากยากแค้น ด้วยน้ำใจไมตรีอันน่ายกย่องสรรเสริญ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างต่อคนไทยอื่นๆต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี