ความพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้ของกองทัพรัฐบาลอัฟกานิสถาน ขณะที่นักรบตาลิบันบุกยึดเมืองทั่วประเทศได้อย่างไม่ยากเย็นให้คำตอบที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับใครก็ตามที่สงสัยเกี่ยวกับความสำเร็จของนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ในความพยายามมา 20 ปีเพื่อสร้างกองทัพอัฟกานิสถานให้แข็งแกร่งพังไม่เป็นท่า สู้กับนักรบที่สหรัฐฯและพันธมิตรตราหน้าว่าเป็นกลุ่มหัวรุนแรง ที่ก่อเหตุเข่นฆ่าผู้คนเป็นผักปลาไม่ได้ แม้ว่าสหรัฐฯจะทุ่มทุนมหาศาลประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 3 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการฝึกกองทัพอัฟกานิสถานตลอดระยะเวลายาวนานนับสิบปี แต่กลับได้กองทัพ “ใจมด” ที่ด้อยประสิทธิภาพ นักรบตาลิบันใช้เวลาเดือนกว่านิดๆ กำจัดกองทัพอัฟกานิสถานจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
ถือเป็นการลงทุนใช้งบประมาณแสนแพงแต่ผลที่ได้รับสูญเปล่า ติดลบต่ำกว่าศูนย์ด้วยซ้ำบอกได้เลยว่า นี้คือการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ น่าอับอายขายขี้หน้าไหม?
ช่วงเวลาไม่กี่วัน นักรบตาลิบัน ที่พกพาความกล้าหาญกับใจที่ฮึกเหิม ยึดทุกเมืองใหญ่ในอัฟกานิสถาน ไล่จากจังหวัดกันดาฮาร์ในภาคใต้ จนถึงมาซาร์-ไอ-ชารีพในภาคเหนือ, เฮรัตในภาคตะวันตก จนถึงจะลาลาบาดในภาคตะวันออก กระชับพื้นที่ปิดล้อมกรุงคาบูล เมืองหลวง และท้ายที่สุด จบลงด้วยการประกาศชัยชนะ ในการบุกยึดกรุงคาบูลแทบจะไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ สะท้อนว่ากองทัพอัฟกานิสถาน ภายใต้การฝึกฝนอย่างเชี่ยวกรากของกองทัพสหรัฐฯ “ไร้น้ำยา” ผู้นำประเทศไร้ความสามารถ นั่งกินเงินเดือนไปวันๆ โดยอาศัยทหารต่างชาติคุ้มหัวอยู่เท่านั้น เพราะทหารอัฟกานิสถานทุกหน่วยไม่สามารถต้านทานพลังบุกของนักรบตาลิบันได้บางหน่วยต้องทิ้งฐานที่มั่นและบางหน่วยต้องรีบวิ่งแจ้นไปทำข้อตกลงกับตาลิบันเพื่อให้หยุดยิง และวางอาวุธยอมจำนน เพราะถ้ายังขืนฮึดสู้ต่อ คงไม่มีชีวิตอยู่ดูโลกอีกแน่นอนผู้ว่าการของหลายจังหวัดขอร้องให้กองกำลังรักษาความมั่นคงยอมจำนน หรือหลบหนีไปด้วยซ้ำ บางทีก็เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดมากขึ้นเพราะพวกเขาเชื่อว่า จะรบยังไงก็ไม่มีทางเอาชนะนักรบตาลิบันได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลมานานแล้วว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นที่ฝังตัวอยู่ทุกหย่อมหญ้า มีหลักฐานการคอร์รัปชั่นในหลายส่วนของกองทัพและบรรดาผู้นำทางการเมืองของอัฟกานิสถาน ทหารและเจ้าหน้าที่บางส่วนได้รับเงินเดือนช้ามากหรือกว่าจะได้ก็ใช้เวลานาน และแม้แต่การขาดแคลนการส่งกำลังบำรุง โดยเฉพาะทหารในแนวหน้า บางส่วนถูกปล่อยทิ้งนานหลายเดือน หรือแม้แต่หลายปี ในฐานที่มั่นที่ห่างไกล จึงไม่เหลือบ่ากว่าแรงของนักรบตาลิบันในการกำจัดทหารเหล่านี้ ไม่แปลกตลอดระยะเวลาหลายปี จะมีทหารอัฟกันหลายร้อยนายถูกสังหารในแต่ละเดือน
ผู้บัญชาการนักรบตาลิบันคนหนึ่งในจังหวัดกาซนี ภาคกลางของประเทศ กล่าวว่าความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายของกองทัพรัฐบาล เริ่มต้นขึ้นทันทีที่กองทัพสหรัฐฯถอนกำลัง เพราะพวกเขาไม่ได้ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ใดๆ แค่เป็นการปอกลอกอเมริกาเท่านั้น เงินมาก็สู้ต่อ เงินหมดก็หมดใจไร้เรี่ยวแรง ไม่ได้มีเลือดรักชาติเป็นทุนเดิม เหตุผลเดียวสำหรับการยึดเมืองได้อย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมายคือความมุ่งมั่นของตาลิบันและการถอนทหารสหรัฐฯ ออกไป ตอกย้ำความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในการสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งในภาพของทหารที่มีความเป็นมืออาชีพสูง ที่มีแรงบันดาลใจ, ได้รับการฝึกมาอย่างดี, มีอาวุธยุทโธปกรณ์ไฮเทค และได้รับการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงที่ต่อเนื่องและราบรื่น
.jpg)
บนหน้ากระดาษ กองกำลังรักษาความมั่นคงของอัฟกานิสถาน มีจำนวนมากประมาณ 3 แสนนาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เคยสูงขนานนี้ กองกำลังปฏิบัติการพิเศษที่มีอยู่จำนวนเล็กน้อย ซึ่งถูกสับเปลี่ยนโยกย้ายจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง เพราะหลายเมืองตกอยู่ในการยึดครองของตาลิบันมากขึ้น การหนีทัพของทหารก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเหตุเพราะพวกเขาก็ไม่ได้มีใจให้กับประเทศชาติเช่นกัน แม้ว่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริงของการเมืองอัฟกานิสถานแบบเดิม คือให้น้ำหนักไปที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว, ระดับท้องถิ่นหรือชาติพันธุ์ มากกว่าที่จะภักดีต่อรัฐ พวกเขาก็ยังเปิดกว้างพร้อมรับการทุจริตคอร์รัปชั่น และการกระทำความผิด และท้ายที่สุดก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพในการรบ
ยังมีคำถามที่เปิดกว้างเกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริงในการสร้างกองทัพแบบชาติตะวันตกในอัฟกานิสถาน หนึ่งประเทศยากจนที่สุดในโลก ที่มีอัตราการรู้หนังสือเพียงร้อยละ 40 และวัฒนธรรมทางสังคมและการเมืองที่ห่างไกลจากความรู้สึกถึงความเป็นชาติอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่นในกองทัพสหรัฐฯ บรรดาครูฝึกของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งทำงานร่วมกับกองทัพอัฟกานิสถาน พยายามอย่างหนักในการสอนบทเรียนพื้นฐานของกองทัพว่า การจัดส่ง, การซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ และการรับประกันว่า หน่วยต่างๆจะได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมนั้น ล้วนแต่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จในสมรภูมิรบแต่ความล้มเหลวซ้ำซากในการส่งกำลังบำรุง,อาวุธยุทโธปกรณ์ และการสนับสนุนด้านกำลังพลให้กับทหารหน่วยต่างๆ หมายความว่า แม้พวกเขาต้องการจะสู้มากขนาดไหน พวกเขาก็คงหมดความสามารถในการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้น
ริชาร์ด อาร์มิเทจ อดีตนักการทูตสหรัฐฯที่จัดกองเรือของกองทัพเรือเวียดนามใต้เพื่อขนผู้ลี้ภัยประมาณ 30,000 คน ออกจากไซง่อน ก่อนที่ไซง่อนแตกในเดือนเมษายน 1975 ได้เฝ้าดูสถานการณ์ภัยคุกคามจากภัยพิบัติที่คล้ายกันที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งส่งทหารสหรัฐฯบุกอัฟกานิสถานในปี 2001 เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากทางการทูตในอัฟกานิสถาน เขากล่าวว่า การล่มสลายของกองทัพอัฟกานิสถาน แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวงของความพยายามของนานาชาติตลอด 20 ปี
ตาลิบันประกาศว่า สงครามในอัฟกานิสถานปิดฉากลงแล้วหลังตาลีบันยึดทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาบูล ส่วนประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ก็ทิ้งประชาชนหนีเอาตัวรอดออกนอกประเทศไปแล้วในวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ก่อนตาลิบันบุกยึดเมืองเพียงเสี้ยวนาที โดยเขากล่าวแก้เกี้ยวว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด ขณะที่ชาวอัฟกานิสถานหลายร้อยคนทะลักเข้าสนามบินกรุงคาบูล เพื่อรอหนีออกนอกประเทศ
สงครามการต่อสู้ในอัฟกานิสถาน อาจจบจริง แต่สิ่งที่ตามมาในอนาคต อยากเกินคาดเดา ที่แน่ๆ อนาคตของลูกหลานชาวอัฟกานิสถาน ภายใต้การปกครองของตาลิบันที่จะใช้กฎหมายอิสลามที่เคร่งครัด บริหารประเทศ จะเป็นอย่างไร?
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี