วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดโปงคดีจารกรรมคริปโตเคอเรนซีครั้งใหญ่ที่สุด ยึดได้บิทคอยน์มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 118,400 ล้านบาท) เชื่อมโยงเหตุเจาะระบบกระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซีเมื่อปี 2016 พร้อมจับกุมสามีภรรยาคู่หนึ่งในข้อหาฟอกเงิน
อิลยา ลิกเตนสไตน์ วัย 34 ปี ซึ่งถือสัญชาติทั้งรัสเซียและอเมริกัน และฮีทเตอร์ มอร์แกนภรรยาวัย 31 ปี ถูกจับกุมในย่านแมนฮัตตันของนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร จากข้อหาใช้วิธีการที่สลับซับซ้อนในการถ่ายโอนเงินคริปโตเคอเรนซีที่ขโมยมาโดยผิดกฎหมาย ฟอกเงินและปิดบังซ่อนเร้นธุรกรรมทางการเงินรวมถึงสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกงสหรัฐฯ ทั้งคู่ถูกอัยการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้ว โดยอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี
ลิซ่า โมนาโค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงว่า การจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงไปถึงการล้วงข้อมูลทางการเงินของบริษัท “บิทฟิเน็ก”(Bitfinex) ซึ่งเป็นกระดานซื้อขายคริปโตเคอเรนซีรายใหญ่เมื่อปี 2016 หลังทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่า คบคิดกันฟอกบิทคอยน์ที่ถูกขโมยมา 119,754 หน่วย ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่าประมาณ71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,350 ล้านบาท) แต่มูลค่าในวันนี้สูงกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 148,500 ล้านบาท) ด้วยการนำไปซื้อของผิดกฎหมายมีตั้งแต่ทองคำ, NFT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทดแทนได้ ไปจนถึงบัตรกำนัลของห้างสรรพสินค้า โดยในการสอบสวนครั้งนี้สามารถยึดเงินคริปโตฯ ที่ถูกขโมยไปเป็นมูลค่ากว่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 118,000 ล้านบาท) ถือเป็นการยึดเงินคริปโตเคอเรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ
บริษัทผู้ให้บริการวิเคราะห์ด้านคริปโตเคอเรนซีคาดว่า การคลี่คลายคดีนี้อาจขยายผลมาจากการทลายตลาดดิจิทัลผิดกฎหมายแห่งหนึ่งในปี 2017 ตลาดนี้ฟอกบิทคอยน์ถูกขโมยบางส่วนด้วยการนำไปประมูลของในอัลฟาเบย์ (AlphaBay) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ประมูลผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่แกะรอยธุรกรรมในเว็บจนพบบัญชีของลิกเตนสไตน์นำมาซึ่งการจับกุมเขาและภรรยาในที่สุด มีรายงานด้วยว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ทำตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์เพราะตัวมอร์แกนเป็นนักร้องสไตล์แร็พซึ่งเนื้อหาของเพลงมักเกี่ยวกับการลงทุนและขายสินค้า เป็นนักหาเงินและชอบเสี่ยง
ปัจจุบัน มีการใช้สกุลเงินบิทคอยน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงินคริปโตเคอเรนซีที่ได้รับความนิยมที่สุดนับล้านๆ ดอลลาร์ ในแต่ละวัน ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้ ATM หรือนำไปซื้อทองคำ, NFT หรือมอบให้ในรูปแบบของบัตรกำนัลสำหรับจับจ่ายใช้สอยส่วนบุคคล ท่ามกลางการจับตามองจากหน่วยงานด้านกฎหมายของรัฐบาลว่าอาจเป็นช่องทางในการฟอกเงินเรียกค่าไถ่ และก่ออาชญากรรมได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี