สัมมนา ‘ปลดล็อก ยกระดับ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่ จ.นนทบุรี’

สัมมนา ‘ปลดล็อก ยกระดับ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่ จ.นนทบุรี’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

สำนักงานจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดนนทบุรี, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี, ชมรมธนาคารจังหวัดนนทบุรี, สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจนนทบุรี (กต.ตร.นนทบุรี) ร่วมจัดสัมมนา “ปลดล็อก ยกระดับก้าวสู่เมืองน่าอยู่จังหวัดนนทบุรี” เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนา “จังหวัดนนทบุรี เป็นเมืองน่าอยู่ (Livable City)” เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มุ่งตอบสนองต่อความต้องการ และแก้ไขปัญหาที่สำคัญของจังหวัดเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามศักยภาพและโอกาสของจังหวัดนนทบุรี โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีพร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปลดล็อก ยกระดับ ก้าวสู่เมืองน่าอยู่จังหวัดนนทบุรี” ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์บอลรูมเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ภายในงาน ระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนนทบุรี กล่าวรายงานการจัดงาน จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย รวมพลังคนรุ่นใหม่ในโมเดลนนทบุรี” โดย สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ต่อด้วยบรรยายพิเศษหัวข้อ “โอกาสการพัฒนาธุรกิจของไทยเชื่อมนนทบุรีสู่ตลาดโลก” โดย เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบรรยายพิเศษหัวข้อ “ปลดล็อกสภาพคล่อง เสริมพลังด้านการเงินให้ภาคธุรกิจ” โดย ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASSธนาคารกรุงไทย นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมายมาร่วมเสวนาภายในงาน


ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “ความสำคัญของการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ต้องเริ่มจากการจัดสรร โดยปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก เรามองว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นแกนในการพัฒนาเมืองในภาคของการบริการทั้งหมดเราก็แก้ไขตั้งแต่เรื่องของผังเมืองคือวางโครงสร้างรองรับกับการเติบโตของเมืองส่วนที่ 2 ก็คือการพัฒนามาตรฐานในเรื่องของการจัดสรรบ้าน ซึ่งได้แก้หลายเรื่องตั้งแต่ถนนขนาดเก้าเมตร กล้องวงจรปิด ระบบการระบายน้ำ หรืออะไรต่างๆ เมื่อบ้านมีคุณภาพดีทุกคนก็อยากที่จะมาอยู่อาศัยมากขึ้น คนเป็นผู้เลือกภาคบริการ เพราะฉะนั้นร้านอาหารก็จะโตตามคน ห้างสรรพสินค้า การศึกษา ระบบการสาธารณสุขทุกอย่าง ภาครัฐก็จะดูในเรื่องของความน่าจะเป็นในเรื่องของบริการ เช่น เรื่องของอุบัติภัยลดต่ำลง เนื่องจากเราได้แก้ไขอุบัติภัย 26 จุด ปัญหาน้ำท่วมขังทำทุกวันต่อเนื่อง เช่น การเก็บผักตบทำให้การระบายน้ำต่างๆ สร้างผนังกั้นน้ำเจ้าพระยาทำต่อเนื่องคาดว่าภายใน 7-8 ปี เมืองน่าอยู่เราต้องเริ่มจากการตื่นขึ้นมาบ้านตัวเองน่าอยู่ สิ่งแวดล้อมรอบตัวน่าอยู่ ออกจากถนนน่าอยู่และการสื่อสารคมนาคมน่าอยู่ ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานั้นเราพยายามแก้ไขซึ่งบางอย่างนั้นแก้วันเดียวไม่ได้ แต่นี้คือแนวคิดที่จะขับเคลื่อนมียุทธศาสตร์อะไรบ้างไม่ได้แยกให้ดูร้อยเปอร์เซ็นต์”

สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทยเผยถึงในส่วนของการร่วมมือกับจังหวัดนนทบุรี ในก้าวสู่เมืองน่าอยู่ ว่า “ทางหอการค้าไทยกับจังหวัดนนทบุรีนั้นมีวัฒนธรรมการบริหารที่ดีมากจากรุ่นสู่รุ่น และยังส่งเสริมคนรุ่นใหม่ ที่เราเรียกว่า Young Entrepreneur Chamber of Commerce (YEC) ถ้าเอาคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นใหญ่มาทำงานในลักษณะเป็นบูรณาการขึ้นมามันจะกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้สร้างภาระแต่เป็นพลังที่สุดยอด สำหรับทางหอการค้าไทยของนนทบุรี เพราะฉะนั้น โอกาสอะไรต่างๆ คนรุ่นใหม่จะเก่งกว่า ความรู้ดีมีความสามารถ มีพลัง และก็ยังใช้เทคโนโลยีเป็นอีกด้วย ทางหอการค้าไทยไม่ใช่ส่งเสริมเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจในประเทศแบบทั่วถึงระดับโลกเท่านั้น เรายังมีการประสานงานกับประเทศจีนอย่างใกล้ชิดช่วยเสริมต่อจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปเปิดประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังจากที่เปิดประเทศไปแล้ว 32 ปี หลังจากนั้นเราได้ไปทำ MOU ร่วมมือกับทางสภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย กับ สภาหอการค้าไทย จากนี้ทางซาอุดีอาระเบียก็จะมาลงทุนกับเราและมาเที่ยวประเทศไทยคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน นับเป็นสัญญาณที่ดีมาก ซึ่งกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนนทบุรีอยู่ติดกันอาจจะมีการเชื่อมโยงในเรื่องของการท่องเที่ยว หรือในด้านของการทำอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากราคาที่ดินของนนทบุรียังมีราคาถูกกว่าถ้าเทียบกับประเทศอื่นแล้ว”

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สภาอุตสาหกรรมได้ตั้งยุทธศาสตร์ที่สำคัญ แบ่งเป็น 2 ส่วน ก็คือ 1.เราดูแล 45 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิม ที่เรียกว่า “First industry” ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้เขาอยู่รอด ทำอย่างไรที่จะซื้อเวลาให้เขามากที่สุด เพื่อให้เขาแข็งแกร่งในการที่จะพัฒนาตนเอง ส่วนที่เรามองว่าเป็นอนาคตเรียกว่า “Nextgen industry” คืออุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งเป็นความหวังของเราที่สภาอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.เรื่องของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 5.7 ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการเพิ่มมูลค่า เพื่อจะเป็นการขับเคลื่อน GDP ของไทย เพราะว่าที่ผ่านมาเราเติบโตที่เฉลี่ย 10 ปี ย้อนหลังร้อยละ 3 ฉะนั้น เราก็ไม่หลุดพ้นจากกับดักจากที่เป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำ ถ้าเรายังเติบโตด้วยโมเดลเดิมๆ มีแต่ลดลง เพราะฉะนั้น เราต้องมี New Engine ต้องยอมรับว่าเพื่อนบ้านเราค่าแรงถูกกว่าไทยเยอะ และได้เปรียบเรื่องของคนงาน ซึ่งของไทยขาดคนงานเพราะเราเข้าสังคมผู้สูงอายุ 2.PCG โมเดล ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดย 2P เรามองว่าเป็นแสงสว่าง เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยเป็นจุดแข็ง เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก”

ด้าน ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เผยถึงในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่า “ทางสมาคมธนาคารฯร่วมกับทางภาครัฐและแบงก์ชาติ ได้ช่วยเหลือทางด้านการเงินผู้ประกอบการและครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่วงที่รายได้ขาดหายไปผู้ประกอบการสามารถทำกิจการอยู่ได้และครัวเรือนมีเงินเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งในระยะข้างหน้าเรามองว่าเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง เรื่องของสภาพคล่องเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เศรษฐกิจตรงนี้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ ทางธนาคารก็มองเห็นตรงนี้แล้วก็มีการขยายสินเชื่ออย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้ก็เรียกว่าไม่ได้มีการขาดแคลนในเรื่องของการให้สินเชื่อในช่วงที่ผ่านมา”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top