ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป’ แหล่งเรียนรู้อารยธรรมสุพรรณภูมิ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป’ แหล่งเรียนรู้อารยธรรมสุพรรณภูมิ

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภายในพิพิธภัณฑ์

การจัดพิพิธภัณฑ์ให้เกิดความสนใจใคร่รู้แม้มีการจัดทำมาช้านาน ก็ยังเชื่อว่าการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น จากการติดตามโครงการวิจัยเรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป จังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เหมาะสมกับสังคมไทยในศตวรรษที่ ๒๑” ของสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น อาทิตย์นี้จึงไปร่วมในความสำเร็จของการถอดบทเรียนว่าด้วยการพัฒนาพิพิธภัณฑ์วัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ต้นแบบในการเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต จนทำให้มองเห็นประโยชน์ทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการนำไปใช้ในลักษณะของการต่อยอดองค์ความรู้ในอนาคตของพิพิธภัณฑ์วัดและท้องถิ่นขนาดเล็ก...โครงการนี้มี ดร.สิโรตม์ ภินันท์รัชตธร เป็นหัวหน้าโครงการและคณะวิจัย โดย ผศ.ดร.เสาวธาร โพธิกลัดผอ.สถาบันไทยคดีศึกษา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้สนับสนุนโครงการ ซึ่งทำให้มีการศึกษาประเด็นทางวิชาการ สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน และเอื้อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุคสมัยและเทคโนโลยีโดยเฉพาะการจัดการโบราณวัตถุ สิ่งของต่างๆ ที่วัดและท้องถิ่นได้เก็บรักษาไว้นั้น ให้สามารถสร้างองค์ความรู้ สะท้อนถึงภูมิปัญญา การเล่าเรื่องและการรักษาคุณค่าให้ยั่งยืนสืบไป  ด้วยเหตุที่วัดพระรูปนั้นมีต้นทุนเดิมของแหล่งโบราณวัตถุของวัดสำคัญอยู่แล้ว จึงทำให้โครงการนี้สำเร็จได้สาระความรู้ ซึ่งมีผลงานศึกษา ๒ เล่มเผยแพร่

เจดีย์ศิลปอู่ทอง


วัดพระรูปแห่งนี้ เป็นวัดขนาดเล็กอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือแม่น้ำท่าจีนถนนขุนช้าง ในท้องที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ตรงกันข้ามกับตัวตลาดสุพรรณบุรีปัจจุบัน มีโบราณสถานที่อยู่ในวัดพระรูปนี้ มีเจดีย์เก่าแก่ทรงแปดเหลี่ยมยอดระฆังกลมซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีรูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมที่นิยมในศิลปะสุพรรณภูมิหรืออู่ทอง ในราวก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ หลังจากการขุดแต่งบูรณะเจดีย์โดยกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ นั้น ได้พบซากอิฐซึ่งเป็นรากฐานองค์เจดีย์เดิมที่มีมาก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ภายหลังนั้นน่าจะสร้างเจดีย์ขึ้นบนฐานเจดีย์เดิมในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙โดยฉาบปูนทับและปั้นลายปูนปั้นใหม่ ก่อนกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระรูปในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘ จึงเป็นวัดสำคัญที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญของวัดอยู่คือ แผ่นไม้จำหลักลายพระพุทธบาท หนึ่งเดียว ศิลปกรรมแบบอู่ทอง ที่งดงามมากไว้ด้วย พระพุทธบาทนี้มีขนาดกว้างประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑ เมตร๘๐ เซนติเมตร ด้านหลังสลักเป็นรูปผจญมารอีกทั้งยังมีซากเจดีย์ที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งและบูรณะในบริเวณวัดอีกหลายองค์ วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ศิลปกรรมอู่ทองและศาลาเก๋งจีน

ดร.เสาวธาร โพธิ์กลัด ผอ.สถาบันไทยคดีศึกษา

ก่อนนั้น พระครูสุนทรสุวรรณกิจ (ดี จตฺตมโล)หรือหลวงพ่อดี อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวสุพรรณบุรี ได้มีดำริและจัดพิพิธภัณฑ์ให้ความสำคัญกับวัดและท้องถิ่น ซึ่งได้ร่วมกับชาวบ้านชุมชนวัดพระรูป สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๓ ครั้งนั้นได้ปรับพื้นที่ชั้นบนเป็นที่จัดแสดงพระพุทธบาทไม้และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ไว้เป็นเบื้องต้น จนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๑วัดโดย พระครูสังฆรักษ์วุฒิพันธุ์ สิริธโร (เพ็งสุวรรณ)เจ้าอาวาสวัดพระรูป ได้ฟื้นฟูการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วัดพระรูปขึ้นจาก คณะกรรมการและชาวชุมชนวัดพระรูป ตลอดจน เครือข่ายชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุพรรณ ที่ต่างต้องการฟื้นฟูและสืบสานงานพิพิธภัณฑ์ที่พระครูสุนทรสุวรรณกิจ (หลวงพ่อดี) ได้ทำไว้ จนได้รับการสนับสนุนงานวิชาการจากคณะนักวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันถอดบทเรียนและจัดพิพิธภัณฑ์วัดพระรูปให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่เหมาะสมสำหรับวัดและท้องถิ่นที่สนใจจะจัดพิพิธภัณฑ์ของตนเองในอนาคต

การเสวนาวิชาการ
การเสวนาวิชาการ
อาคารพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป
อาคารพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป
สมุดไทย
สมุดไทย
ระฆังสมัยอยุธยา พ.ศ.๒๒๔๒
ระฆังสมัยอยุธยา พ.ศ.๒๒๔๒
พระพุทธรูปในพิพิธภัณฑ์
พระพุทธรูปในพิพิธภัณฑ์
พระนอนศิลปะอู่ทอง
พระนอนศิลปะอู่ทอง
พระครูสังฆรักษ์วุฒิพันธ์ สิริธโร
พระครูสังฆรักษ์วุฒิพันธ์ สิริธโร
แผ่นไม้จำหลัก มารผจญ
แผ่นไม้จำหลัก มารผจญ
นำชมโดย ดร.สิโรตม์ ภินันท์รัชตธร เจ้าของโครงการ
นำชมโดย ดร.สิโรตม์ ภินันท์รัชตธร เจ้าของโครงการ
นักวิจัยและเครือข่ายชุมชนวัดพระรูป
นักวิจัยและเครือข่ายชุมชนวัดพระรูป
นักวิจัยของโครงการ
นักวิจัยของโครงการ
ธรรมาสน์ของวัด
ธรรมาสน์ของวัด
เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top