‘พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ’หัวเรือใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ  กับภารกิจสานต่อผลลัพธ์แห่ง‘การให้’จากประชาชน

‘พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ’หัวเรือใหญ่มูลนิธิรามาธิบดีฯ กับภารกิจสานต่อผลลัพธ์แห่ง‘การให้’จากประชาชน

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag :

ปี 2566 นี้ มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก้าวสู่ปี’54 ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ความสุขจากการให้...ไม่สิ้นสุด” กับภารกิจการระดมทุนเพื่อพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งผลลัพธ์จาก “การให้” ของประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถูกแสดงให้เห็นผ่านการให้บริการทางการแพทย์ และการผลิตบุคลากรการแพทย์ในฐานะโรงเรียนแพทย์ ทั้งจากความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งปัจจุบันคือ โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี แห่งใหม่แทนอาคารเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการก่อตั้งมูลนิธิรามาธิบดีฯ

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พูดคุยถึงสรุปผลการทำงานในปี 2565 และทิศทางต่อไปของปี 2566 เพื่อสานต่อแนวคิด “ความสุขจากการให้...ไม่สิ้นสุด” ของมูลนิธิฯว่า ในปี 2566 นี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ มีโครงการหลักที่จะต้องเร่งระดมทุนใน 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เป็นอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่ที่จะทำหน้าที่ทดแทนอาคารเดิม ผู้ป่วยที่มาใช้บริการสามารถใช้สิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างเต็มศักยภาพเทียบเท่าอาคารเดิม มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ ให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งถือเป็นความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเป็นต้นแบบทางการรักษาให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป


นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าให้โครงการนี้เป็นพื้นที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน เพื่อร่วมพัฒนาต่อยอดในด้านสาธารณสุขของประเทศให้มีศักยภาพในระดับสากล สามารถแข่งขันได้ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ได้ต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571 และแม้จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐบางส่วน แต่โครงการยังคงขาดงบประมาณด้านการก่อสร้างอาคารประมาณ 3,000 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยที่มีมูลค่าสูงประมาณ 6,000 ล้านบาท

ต่อมาคือ โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ เป็นโครงการเก่าแก่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการก่อตั้งมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้ ซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยยากไร้ในทุกประเภท ได้แก่ ผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์ ผู้ป่วยจิตเวช ภิกษุ แม่ชี ผู้ป่วยเร่ร่อน ผู้ป่วยจากภัยพิบัติ ผู้ป่วยต่างด้าว รวมถึงผู้ป่วยระดับกลางที่ใช้สิทธิประกันตน หรือใช้ประกันสุขภาพถ้วนหน้า เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้สิทธิหลายกรณี เช่น สิทธิไม่ครอบคลุมบางโรค ยาหรืออุปกรณ์การแพทย์บางรายการไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ผู้ป่วยต้องชำระเพิ่มเติมเอง นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปดูแลปัญหาด้านจิตใจ ครอบครัว และช่วยค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากรามาธิบดี มีความเชี่ยวชาญและเป็นความหวังของผู้ป่วยทางด้านโรคซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคที่ต้องใช้ค่ารักษาสูงมาก และใช้ระยะเวลาการรักษาเป็นเวลานาน ดังนั้น จึงทำให้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการการสนับสนุนเรื่องเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลนั้นมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในแต่ละปีมูลนิธิได้ใช้งบประมาณการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านบาท เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีรายได้ถึง 40% และการช่วยเหลือส่วนที่เหลือไปยังผู้ป่วยผู้มีรายได้ต่ำ โดยผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นผู้ป่วยเด็กและผู้สูงวัยกว่า 57%

ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวอีกว่า การระดมทุนของมูลนิธิฯ ที่สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์แห่ง “การให้” จากน้ำใจของคนไทย ก็คือ แคมเปญ “ความสุขจากการให้...ไม่สิ้นสุด” โดยรวบรวมเสียงแทนคำขอบคุณของเหล่าผู้ป่วย ภายใต้โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ที่ได้รับการช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาล และเพื่อตอกย้ำว่า “การให้” จาก “ผู้บริจาค” ที่ส่งต่อความสุขไปยังผู้รับหรือ “ผู้ป่วย” ยังทำให้เกิดความสุขอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น ความสุขของผู้บริจาคที่ได้เห็นผู้ป่วยหายดีได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือการมอบทุนทรัพย์ให้กับนักศึกษาผ่านโครงการ “ทุนการศึกษารามาธิบดี” เพื่อมุ่งสร้างบุคลากรทางการแพทย์ให้นำความรู้มาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมไทย หรือแม้กระทั่งความสุขที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตและโครงการต่างๆ ที่มูลนิธิให้การดูแลอยู่อีกมากมาย

“เพราะคนไทยมีน้ำใจและถูกปลูกฝังให้ช่วยเหลือกัน ทุกครั้งที่เกิดความต้องการเร่งด่วน อย่างเหตุการณ์โรคอุบัติใหม่ อุบัติภัยทางธรรมชาติ การก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งใหม่ คนไทยก็จะร่วมช่วยเหลือตามกำลังที่มีนอกเหนือจากการบริจาคเงิน อาจจะเป็นการให้แรงกาย แรงใจ ความสามารถเป็นจิตอาสา บางคนก็ช่วยเหลือโดยการบอกต่อกดไลค์ กดแชร์ สำหรับมูลนิธิรามาธิบดีฯ เราเชื่อว่าการให้จากทุกน้ำใจนั้นมีคุณค่า และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกมาก

ความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้เป็นสิ่งที่คนในสังคมปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งตรงกับหลักการบริหารจัดการของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในทุกโครงการของเรามีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน และนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริหาร ซึ่งท้ายที่สุด ความคืบหน้าและผลลัพธ์ของแต่ละโครงการนั้นสามารถก่อประโยชน์ตรงตาวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้”

อีกทั้ง ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การทำบุญออนไลน์ หรือ Online Donation ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ทำการปรับปรุงการให้บริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บนพื้นฐานของการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ผู้บริจาคสะดวกสบายที่สุด รวมถึงช่องทางการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลทางออนไลน์อีกด้วย

“ในแง่ของการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ มูลนิธิฯ ได้นำเอาความชื่นชอบของคนกลุ่มนี้มาพัฒนาการทำงานมากขึ้น เช่น การจัดทำของที่ระลึกโดยใช้การ์ตูนคาแร็กเตอร์ที่ได้รับความนิยม เช่น ไลน์เฟรนด์ (LINE Friends), เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty), สนูปี้ (Snoopy) ฯลฯ หรือ การใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นศิลปินกลุ่มคนรุ่นใหม่มาช่วยโปรโมทแคมเปญต่างๆ เช่น การเปิดตัวของที่ระลึกการกุศล Power of Giving เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็ได้ตัวแทนจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย เช่น PAINKILLER Atelier, Kloset & Etcetera, DISAYA, Greyhound Original, SMILEYHOUND มาร่วมงานนอกจากนี้ในหน้า Facebook แฟนเพจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังมีการทำคอนเทนต์เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เช่น คอนเทนต์วอลล์เปเปอร์เสริมความสุข...ไม่สิ้นสุด 12 ราศี พร้อมเลขมงคล จากอาจารย์ไวท์ หมอดูโอปป้า เพื่อสร้างความหลากหลายของคอนเทนต์ที่เราสื่อสารออกไป ซึ่งปีนี้มูลนิธิฯ ยังคงร่วมมือกับแบรนด์ลิขสิทธิ์แท้ Peter Rabbit และ My Melody ถือเป็นความพิเศษที่มูลนิธิมีความตั้งใจเพิ่มความหลากหลายผ่านของใช้ในชีวิตประจำวัน ให้ทุกท่านได้เข้าถึงการทำบุญได้มากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของมูลนิธิฯ และร่วมบริจาคผ่านช่องทาง FB มูลนิธิรามาธิบดีฯ / LINE @RamaFoundation / IG @RamaFoundation และเว็บไซต์ www.ramafoundation.or.th

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top