วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การตรวจสุขภาพภายในช่องปากและฟันทุกๆ 6 เดือน
เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับทุกคนที่ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ แต่สำหรับ
ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือโรคประจำตัวแล้วทันตแพทย์ต้องซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับโรคและยาที่ได้รับเพื่อให้การดูแลเป็นพิเศษ
ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านผู้สูงอายุ จาก คลินิกทันตกรรม
สตาร์เด็นท์ ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว และข้อจำกัดของผู้ป่วยที่ต้องมีความระมัดระวังเรื่องการดูแลสุขภาพฟันและช่องปากเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคในกลุ่ม
ผู้มีภาวะสมองเสื่อม เช่น Alzheimer’s disease, Parkinson
disease, etc. โรคไต (Chronic kidney disease) เบาหวาน
(Diabetes) ความดันโลหิตสูง (High blood pressure)
โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis
(including treatments)) ผู้ป่วยได้รับรังสีรักษา (Radiation
therapies) กลุ่มอาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดภูมิต่อต้านเนื้อเยื่อตนเอง(Sjögren Disease) ภาวะปากแห้ง (Xerostomia) ผู้สูงอายุ (Elderly)
ผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น ผู้พิการ ผู้มีปัญหาในการเคลื่อนไหวของร่างกาย และ Human Immunodeficiency Virus or HIV เป็นต้น
เหตุผลที่ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากกลุ่มโรคบางโรคทำให้ผู้ป่วยมีข้อจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย มีผลต่อประสิทธิภาพในการแปรงฟันและการดูแลสุขภาพในช่องปากด้อยลง อีกทั้ง ภาวะของโรค ณ ช่วงเวลาต่างๆ อาจเป็นข้อจำกัดในการทำงานทันตกรรมด้วย ซึ่งทันตแพทย์ต้องให้ความระมัดระวังในการรักษาเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญ รวมถึงภาวะของโรคที่รุนแรงหรือเรื้อรัง อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วย และมีผลทางอ้อมต่อการให้ความสำคัญในการดูแลช่องปาก ทำให้ไม่สนใจดูแลตัวเอง มีโอกาสการติดเชื้อสูงขึ้นหรือทำให้กระบวนการลุกลามของโรคภายในช่องปากเร็วขึ้นกว่าปกติ
เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัย ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว และผู้ที่ทานอาหารเสริมต่างๆ ควรให้ข้อมูลรายละเอียดแก่ทันตแพทย์ก่อนการรักษาทางทันตกรรม และเป็นข้อมูลที่ถูกต้องไม่ปิดบัง ทั้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ประจำ การแพ้ต่างๆ (ยา อาหาร สารต่างๆ) และอาหารเสริม เป็นต้น และ ภายหลังการเข้าพบทันตแพทย์แล้ว อาจจะมีการสอบถามเพิ่มเติมในบางกรณี
สำหรับบุคคลทั่วไป ทันตแพทย์ยังได้ให้ข้อสังเกตสัญญาณเตือนสำหรับปัญหาสุขภาพในช่องปากแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ เช่น เสียวฟันมาก อาจเกิดจากฟันผุที่ลึกใกล้ทะลุโพรงประสาทฟัน ฟันสึก ฟันร้าว ฟันแตกจากการเคี้ยวอาหารที่แข็งเกินไป แปรงฟันแรงเกินไปหรือนอนกัดฟัน, เหงือกบวมหลายตำแหน่ง แบบเป็นๆหายๆ หรือมีฟันโยกร่วมด้วย, เลือดออกเวลาแปรงฟัน, มีกลิ่นปากตลอดเวลาหรือหลังรับประทานอาหาร, ไหมขัดฟันรุ่ย ขาด หรือมีกลิ่นเหม็นเวลาทำความสะอาดซอกฟัน, ปวดข้อต่อขากรรไกร หรือมีเสียงดังข้างหูเวลาอ้าปากหุบปาก, นอนกัดฟัน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางทันตกรรมโดยส่วนใหญ่ไม่มีแสดงอาการเตือนที่ชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าควรเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมเมื่อใด การตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือนโดยทันตแพทย์ จึงเป็นคำแนะนำที่สำคัญ เพื่อค้นหารอยโรคและทำการรักษาตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นซึ่งรักษาง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาโรคที่ลุกลามแล้ว นอกจากนี้ผู้ป่วยยังจะได้รับการแนะนำวิธีปฏิบัติและดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้องเพื่อเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี