วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านกีฬา และความสนพระทัยในกีฬาขี่ม้า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จึงทรงได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนนักกีฬาขี่ม้า ทีมชาติไทย ประเภทศิลปะการบังคับม้า เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
โดยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้ทรงมีพระกรุณาธิคุณ เสด็จร่วมงานแถลงข่าว “เปิดตัวนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 เมียนมาร์” โดยมี มร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย, นันทินี แทนเนอร์ อุปนายกและกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย, พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เลขาธิการสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย และ พล.ต.เกียรติคุณ สุทธิรักษ์ ผจก.ทีมซีเกมส์ พร้อมคณะทำงานชุดซีเกมส์ รับเสด็จ ที่สโมสรไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ จังหวัดชลบุรี
โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์ว่า มีความสนพระทัยในกีฬาขี่ม้าตั้งแต่ 9 ขวบ เพราะเห็นพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงขี่ม้า เลยอยากขี่ม้าตามด้วย แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงเบื่อ จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเล่นกีฬาแบดมินตัน ก่อนที่จะเสด็จไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ จนกระทั่งกลับมารื้อฟื้นกีฬาขี่ม้าอีกครั้งในปี พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา และมีความมุ่งมั่นมาก เพราะไม่อยากขี่เล่นๆ อยากพัฒนาฝีมือ และเวลาอยากรู้อะไร ต้องการรู้ทุกด้าน รู้จริง รู้ลึก จึงกลับไปเรียนขี่ม้าที่ฝรั่งเศสโดยเฉพาะ ซึ่งใช้เวลาเรียบเกือบ 1 ปี และในช่วงระหว่างเรียนขี่ม้าได้เพียง 2 สัปดาห์ ทรงเกิดอุบัติเหตุ พระบาทซ้ายแตก ใช้เวลารักษา อยู่ 3 เดือน หลังจากนั้นก็กลับมาเรียนขี่ม้าต่อเพื่อเตรียมพร้อมเข้าร่วมการแข่งขันขี่ม้า “ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012” ซึ่งพระองค์ทรงคว้าแชมป์ขี่ม้าจูเนียร์ฟรีสไตล์โอเพ่น ประเภทศิลปะการบังคับม้า ด้วยลีลาและท่วงท่าสง่างาม นอกจากนี้ยังทรงเข้าร่วมการแข่งขันประเภททีมกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ร่วมกับทีมของชมรมขี่ม้าทหารม้ารักษาพระองค์ ทรงบังคับม้าตามเส้นทางกำหนดจำนวน 10 เครื่อง 11 จั๊มพ์ และทรงได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2
ทั้งนี้ รับสั่งถึงความชอบกีฬาขี่ม้า ว่า “กีฬาขี่ม้า เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความไว้ใจซึ่งกันและกัน เป็นกีฬาที่สั่งให้ม้าทำ มีสติ มีสมาธิ อยู่กับเกม โดยเฉพาะศิลปะการบังคับม้า เป็นศาสตร์ที่มีศิลปะชัดเจน คือ บังคับม้าให้เต้นระบำตามดนตรีต่างๆ เหมือนแฟชั่น ที่มีการออกแบบท่า เหมือนการทำศิลปะที่ไปกับดนตรี”
.jpg)
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้า ใน กีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ณ ประเทศพม่า
พร้อมกันนี้ มีรับสั่งถึงความแตกต่างระหว่างกีฬาแบดมินตัน และกีฬาขี่ม้า ว่า “มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง แบดมินตันต้องสู้กับตัวเอง แต่ขี่ม้าเป็นกีฬาคู่ครอง เหมือนเพื่อน ต้องเดินคนละครึ่งทาง ต้องเข้าใจกันและกันระหว่างคนขี่กับม้า ต้องเจอกันคนละครึ่งทาง บางทีก็ต้องตึงบ้าง หย่อนบ้าง เฮี้ยบบ้าง เพราะถ้าเราคุมม้าไม่ได้ ม้าก็จะคุมเรา ซึ่งม้าก็เหมือนกับผู้หญิง ผู้ชาย ที่มีอารมณ์ขึ้น อารมณ์ลง”
.jpg)
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ พร้อมนักกีฬาขี่ม้า ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27
ในตอนท้าย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มีรับสั่งถึงการเตรียมความพร้อม และเทคนิคต่างๆ ที่จะเสด็จเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 นี้ ว่า “ไม่มีเทคนิคอะไรสำคัญมาก และการแข่งขันครั้งนี้ต้องใช้ม้าจากประเทศเจ้าภาพ ซึ่งเป็นม้าที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการแข่งขัน จึงต้องฝึกฝนตัวเองให้เต็มที่ แต่ไม่กังวล เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ขึ้นอยู่กับวิธีการบังคับม้า วิธีการเข้าใจม้า การจูงม้าให้ชัดเจน ก็ให้เป็นไปตามเกม ตามเนื้อผ้า และจะไม่คิดถึงเหรียญรางวัล คิดแค่ว่าเป็นเกมเกมหนึ่ง ที่เราต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่า จะไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่อยากกดดันที่ต้องสู้กับตัวเอง แต่จะเตรียมเรื่องสภาพร่างกายให้ดีที่สุด”
.jpg)
ทรงฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี