วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียมคอเปอร์นิคัส เซนทิเนล (Copernicus Sentinel) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) พบว่าเกิดรูโหว่ใหม่ขนาดยักษ์ในชั้นโอโซนของบรรยากาศโลก โดยรูโหว่นี้อยู่เหนือขั้วโลกใต้ มีพื้นที่ถึง 26 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าทวีปอเมริกาเหนือ และคิดเป็นสองเท่าของพื้นที่ทวีปแอนตาร์กติกาเอง เหล่านักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากเหตุภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดที่ประเทศตองกา เมื่อช่วงต้นปี 2022
บรรยากาศชั้นโอโซนอยู่ที่ระดับความสูง 15-30 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ประกอบไปด้วยโมเลกุลของก๊าซที่มีอะตอมของธาตุออกซิเจน 3 ตัว (O3) ซึ่งช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลกจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเล็ต (ยูวี) จากดวงอาทิตย์
ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มีการค้นพบรูโหว่ขนาดยักษ์ในชั้นโอโซนแถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ทำให้ประชาคมโลกร่วมกันทำอนุสัญญาห้ามการใช้สารซีเอฟซี (Chlorofluorocarbons - CFCs) ซึ่งส่งผลให้รูโหว่ในชั้นโอโซนบางแห่งปิดตัวและหลายแห่งมีขนาดเล็กลง แต่มวลอากาศเย็นของฤดูหนาวในแต่ละปี ทำให้เกิดเมฆบางชนิดที่ทำลายก๊าซโอโซนได้จนในปัจจุบันยังคงเกิดรูโหว่ตามฤดูกาลในชั้นโอโซนเหนือขั้วโลกทั้งสองแห่งอยู่
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การเกิดรูโหว่ยักษ์ในชั้นโอโซนตามฤดูกาลเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าวิตก และมันน่าจะปิดลงได้เองภายในเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนแนวโน้มการเยียวยารูโหว่ในชั้นโอโซนทั่วโลกนั้น หากปริมาณของสารซีเอฟซีที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศยังคงต่ำอยู่เช่นนี้ คาดว่ารูโหว่จะปิดตัวลงได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2050
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี