วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
“77 ปี” เป็นอายุของ “พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” นับจากการก่อตั้งเมื่อปี 2489 ถือเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในกระแสการเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม หากจะบอกว่าขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญ “วิกฤต” ก็คงไม่ผิดนัก ทั้งการได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในสภา จำนวนน้อยเป็นประวัติการณ์ ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 และการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ยืดเยื้อกันมาหลายเดือนเพราะนัดประชุมทีไรก็ล่มตลอด
รายการ “แนวหน้าTalk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ตอนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2566 ซึ่งมี ปรเมษฐ์ ภู่โต มาทำหน้าที่ดำเนินรายการแทน บุญยอด
สุขถิ่นไทย ที่ติดภารกิจ โดยในวันดังกล่าว อดีต สส. กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ รัชดา ธนาดิเรก ได้มาบอกเล่าถึงสถานการณ์ภายในพรรค ว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. 2566 รอบนี้ต้องจบ ซึ่งที่ผ่านมาเหตุที่เลือกกันไม่ได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
แต่ปัจจุบันมีทางแก้ด้วยการเตรียมองค์ประชุมสำรองไว้ หากองค์ประชุมไม่ครบอีกก็จะจับสลากจากคนที่เป็นตัวสำรองให้เข้ามานั่งเป็นองค์ประชุมแทน จะไม่มีปัญหาอีกแน่นอน ส่วน “คุณสมบัติของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่” หากมองการเมืองไทยตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน จนถึงการเลือกตั้งในปีนี้ และมองต่อไปในอนาคต จะแตกต่างจากการเมืองรอบก่อนหน้านั้นมาก ทั้งการสื่อสารกับประชาชนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็เข้ามามากขึ้นทัศนคติของประชาชนต่อการเมือง ความคาดหวังมันมีความเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรค 1.ต้องเป็นศูนย์รวมของคนในพรรคให้ได้ก่อน เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องนำคนในพรรคให้ได้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรครวมถึงคนที่ทำงานให้กับพรรค กับ 2.ต้องฉายภาพวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางไหน การมีพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยถือเป็นความจำเป็น ไม่มีพรรคนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคต้องฉายภาพออกมาให้ประชาชนรับทราบและเชื่อในสิ่งที่พรรคนำเสนอ
ซึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายตามที่หาเสียงไว้ พรรคประชาธิปัตย์พูดจริงทำจริงเมื่อได้ร่วมรัฐบาล เพียงแต่การเป็นพรรคร่วมย่อมไม่อาจผลักดันได้ครบทุกนโยบาย แต่หากเป็นนโยบายหลัก หากจะมีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐบาลก็ต้องดำเนินตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย คนที่ติดตามการเมืองจะทราบดีว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่สักแต่พูดหรือออกนโยบายมาแค่ให้ได้คะแนนเสียง จนบางครั้งประชาชนมองว่าทำไมพรรคต้องคิดมากขนาดนั้นจนนโยบายที่ออกมาก็ไม่โดนใจ
แต่แม้จะไม่โดนใจก็เป็นนโยบายที่ทำได้จริง
“เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ในยามที่เป็นฝ่ายค้านมั่นใจว่าประชาชนเชื่อมั่นในการทำงาน เราตรวจสอบ คานอำนาจ ถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในยามที่เราเป็นรัฐบาล คนที่ทำงานในสภาก็ไม่ใช่ว่าปิดปากเงียบนะ เรื่องไหนที่เราคิดว่ามันไม่ใช่ ต้องปรับปรุงแก้ไข คนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ลุกขึ้นมาที่จะอภิปราย” รัชดา กล่าว
ส่วนคำถามที่ว่า “เหตุใดรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ขับเคลื่อนงานกระทรวงต่างๆ อยู่ด้วย ประชาชนถึงไม่ค่อยรับรู้” เรื่องนี้ รัชดา มองว่า 1.คนสนใจการเมืองน้อย เอาเข้าจริงๆ คนที่เป็นคอการเมืองมีเพียงกลุ่มเล็กๆ และยังแบ่งออกเป็นหลากซีกหลายฟาก ในขณะที่ประชาชนส่วนที่เหลือก็จะสนใจเรื่องอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เราคิดว่ารู้ คนส่วนมากไม่ได้รับรู้
2.คนไม่ค่อยจำรัฐมนตรี ส่วนใหญ่จะจำนายกรัฐมนตรีมากกว่า รวมถึงจำเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แม้รัฐมนตรีกระทรวงอื่นจะทำงานมากแต่จะรับรู้กันเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกร ธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม ฯลฯ แต่การเลือกตั้งคือการพูดถึงคนทุกกลุ่ม จึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกจดจำ อนึ่ง การเมืองเป็นเรื่องของความรู้สึก ทั้งๆ ที่จริงควรเป็นเรื่องของเหตุผล ดังนั้นคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจึงต้องมีแรงดึงดูดคน คือไม่ใช่เก่งอย่างเดียวแต่ต้องมีเสน่ห์ด้วย แต่ก็ต้องแยกแยะด้วย บางครั้งคนมีเสน่ห์เป็นที่นิยมชมชอบก็ไม่ได้แปลว่าจะบริหารเก่งเสมอไป
กับคำถามเรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทำให้เกิดปัญหาไม่มีใครฟังใครหรือไม่” รัชดา กล่าวว่า “จริงๆ แล้วทุกเรื่องล้วนได้ข้อสรุป เพียงแต่ต้องใช้เวลานานกว่า เพราะการที่พรรคจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่ใช่หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเพียงไม่กี่คนจะทำได้ แต่เป็นเรื่องของทั้งพรรค” โดย สส. ของพรรคทุกคนต้องมาประชุมกัน ถกเถียงกันด้วยเหตุผล บางเรื่องใช้เวลาถกเถียงกันนาน 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อได้ข้อสรุป นั่นคือมติของพรรคที่เราก็ยอมรับแม้ตัวเราอาจไม่เห็นด้วย แต่นี่คือพรรคประชาธิปัตย์ มันก็มีช่องทางในการบริหารจัดการได้
“ไม่ใช่ว่าดูมีชื่อเสียง มีเสน่ห์ พูดเก่ง แล้วจะบริหารประเทศเก่งเสมอไป มันไม่ใช่ แต่บางคนเก่งอย่างเดียวแต่ไม่มีเสน่ห์ก็ขายไม่ออกอีก พรรคเรามีคนหลายรูปแบบมาก เพียงแต่ท่านๆ เหล่านั้น เขาอยากจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคในเวลานี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะการบริหารพรรคการเมืองมันยากมาก ยิ่งพรรคการเมืองแบบประชาธิปัตย์ ประชาชนอาจจะตั้งคำถามว่า คำว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วมันตีความออกมามันแปลว่าอะไร คือถ้ามีเจ้าของ เป็นเจ้านายสั่งใครก็ได้ แต่พอไม่มีเจ้าของทุกคนคือหุ้นส่วน จะไปสั่งหันซ้าย-หันขวา มันลำบากมาก” รัชดา กล่าว
อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ “การทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาได้รับความนิยมจากประชาชนอีกครั้ง” ด้วยว่า เมื่อมีหัวหน้าพรรคคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินการ 1.การทำงานในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่พรรคมี สส. เท่านั้น แต่โจทย์ใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มี สส. พรรคจะขับเคลื่อนเรียกความมั่นใจของสมาชิกด้วยกิจกรรมหรือแนวทางใด 2.การทำงานในสภา ต้องขับเคลื่อนกฎหมายที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรค
และ 3.การทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม ในการกำหนดนโยบายของพรรคเพื่อนำมาใช้หาเสียงเลือกตั้งก็ต้องมีการไปรับฟังความคิดเห็นไม่ว่าจากภาคเอกชนหรือภาคประชาชน นอกจากนั้น “เมื่อความเป็นเมืองเพิ่มมากขึ้น..ตัวบุคคลก็มีผลน้อยกว่ากระแสของพรรค” เห็นได้จากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และตัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ แม้คนจะเห็นผู้สมัครจากพรรคหนึ่งทำงานในพื้นที่ตลอด แต่พลังของหัวหน้าพรรคและนโยบายความเป็นพรรคมีอิทธิพลมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ทุกพรรคก็ต้องปรับไม่ใช่เฉพาะประชาธิปัตย์เท่านั้น
ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสของพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งกระแสแบบนี้ไม่ได้มีแต่ในประเทศไทย เช่น ล่าสุดกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเล (Javier Milei) คว้าเก้าอี้ผู้นำแดนฟ้า-ขาวไปได้ ทั้งที่หาเสียงด้วยนโยบายแบบ “สุดโต่ง” เช่น ยกเลิกธนาคารกลางของประเทศ เลิกใช้เงินเปโซซึ่งเป็นสกุลเงินของอาร์เจนตินาแล้วไปใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาแทน เปิดเสรีการครอบครองอาวุธปืนเพื่อให้ประชาชนป้องกันตนเองจากปัญหาอาชญากรรม ต่อต้านการทำแท้ง ฯลฯ

รัชดา มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ว่า ผู้ชนะการเลือกตั้ง ปธน.อาร์เจนตินา คนล่าสุด มีพื้นเพเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งมักออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองผ่านสื่อมวลชนอยู่บ่อยครั้งในขณะที่ประสบการณ์ทางการเมืองจริงๆ ถือว่ามีน้อย ถึงกระนั้นก็ยังคว้าชัยชนะ ได้คะแนนเสียงถึงร้อยละ 56 ของผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้ชาวอาร์เจนตินารู้ว่าสิ่งที่ผู้สมัครท่านนี้นำเสนอน่ากลัวและเป็นอันตรายก็ตาม
“ประชาชนเขาบอกว่า ก็รู้ว่ามันสุดโต่ง แต่ว่ามันไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ เขาเบื่อ! คนใหม่ดีกว่าคนเดิมหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฉันเบื่อคนเดิม อย่างในลาตินอเมริกา มันเห็นได้ชัดเลยไม่ว่าจะเป็นเปรู โคลอมเบีย คือขอให้ได้หน้าใหม่ไว้ก่อนเพราะฉันเบื่อ แล้วพอเข้ามาก็เป็นปัญหาว่าคนที่เข้ามาบริหารประเทศนั้นไม่ได้มีประสบการณ์แล้วนำพาประเทศไม่รอด ก็ต้องถูกขับออกไปบ้าง อะไรต่างๆ ก็มีปัญหาอื่นตามมา” รัชดา กล่าว
จากเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงการทำหน้าที่ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยรัชดา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่ชอบแหย่สื่อมวลชนเช่น ทำเสียงฮึดฮัดใส่บ้าง ทำเป็นเดินงอนไม่สนใจบ้าง แต่เมื่อจะให้ข้อมูลก็พร้อมจะยืนให้สื่อถาม เว้นแต่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็จะเดินออกไป
ทั้งนี้ นายกฯ แต่ละท่าน หรือผู้นำของแต่ละประเทศ จะมีท่าทีต่อสื่อมวลชนไม่เหมือนกัน อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จะดูเหมือนลุง นักข่าวเองเมื่อเจอก็มักจะเรียกว่า “ลุงตู่” หมายถึงด้านหนึ่งมีบทบาทระหว่างนายกฯ กับผู้สื่อข่าว แต่อีกด้านก็รู้สึกเหมือนเป็นผู้ใหญ่-ผู้อาวุโสคนหนึ่ง ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นาน อาจยังดูมีระยะห่างอยู่
ส่วนชีวิตปัจจุบันหลังพ้นจากตำแหน่งตามวาระ รัชดา กล่าวว่า ชีวิตวันนี้สบายๆ ไม่ได้มีโจทย์ว่าจะต้องมีตำแหน่งหรือไปขอตำแหน่งอะไรจากใคร คิดว่าอยากทำชีวิตให้มีความสุขและทำตัวให้เป็นประโยชน์ เช่นไปสอนหนังสือบ้าง ไปช่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง ส่วนงานการเมือง เบื้องต้นคงไม่ขอกลับไปเป็นกรรมการบริหารพรรคอีก แต่จะลงเลือกตั้ง สส. อีกหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องอนาคตอีกนาน
โดยการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ผู้สมัครที่เริ่มต้นเร็วจะได้เปรียบ ได้รู้จักพื้นที่ถนน-ตรอก-ซอก-ซอย จุดไหนมีปัญหาอะไร แต่งานการเมืองระดับชาติ คนจะเป็นนักการเมืองไม่ใช่ทำงานเฉพาะการฉีดยากำจัดยุงหรือซ่อมแซมถนนเท่านั้น แต่ต้องมีประเด็นที่ตนเองสนใจอย่างชัดเจน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ และดูว่าพื้นที่ใดมีปัญหาในเรื่องนั้นเพื่อนำไปผลักดันเป็นนโยบาย สำหรับผู้ที่รู้ว่าตนเองอยากเป็นนักการเมือง ก็ค่อยๆ ทำการบ้านเรื่องเหล่านี้ไป ก็จะเป็นประโยชน์
“ตอนนี้สนใจเรื่องความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงที่ไม่ใช่เรื่องการทหาร ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เรื่องของการขับเคลื่อนเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องความเสมอภาค เรื่องส่งเสริม-เสริมพลังให้กับผู้หญิงในทางเศรษฐกิจ มันจะแตกแยกออกเป็นมิติอื่นๆ ได้อีก แต่หลักๆ วันนี้ที่รู้สึกอินมากก็คือการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องเลย” รัชดา ระบุ
สำหรับการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นความต่อเนื่องมาจากการได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ มีเวลาทำงานอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง ในการติดตามนโยบายของรัฐบาล โดย รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของตนจะทำงานด้านเครือข่ายสตรีและการส่งเสริมอาชีพ เช่น สนับสนุนให้ จ.ปัตตานี เป็นเมืองปูทะเลโลก เป็นฟาร์มเลี้ยงปู โดยมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้เพาะพันธุ์ปู หรือการส่งเสริมเมืองอาหารฮาลาลโลก ส่งเสริมการเลี้ยงโคและแพะของประชาชนในพื้นที่
รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีกับความมั่นคง เพราะผู้หญิงมีทั้งความเป็นแม่ เป็นครู เป็นคนประกอบอาชีพ จึงต้องดึงศักยภาพให้ผู้หญิงดำเนินบทบาทได้อย่างเต็มที่ แล้วสันติภาพจะเกิดขึ้นตามมา ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าจะมีคณะทำงานผู้แทนพิเศษแบบนี้หรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย แต่ตนก็ยังลงพื้นที่อยู่เรื่อยๆ ในนามส่วนตัว เพราะตนเป็นนักการเมืองมีเครือข่ายคนที่อยากทำสิ่งดีๆ แต่พอบอกว่าเป็นพื้นที่ชายแดนใต้ก็ไม่รู้จะไปอย่างไร รวมถึงยังมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความน่ากลัวอยู่
“เดี๋ยวต้นเดือนธันวาฯ จะเอาแว่นไปแจกให้คนยากจนที่นั่น เราก็เอาเครือข่ายที่เขาตัดแว่น เราระดมทุนแล้วก็ไปแจกแว่น เพราะเรารู้จักคนในพื้นที่ หรืออีกกิจกรรมหนึ่งพานักศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ที่พูดภาษาอารบิกเก่งๆ มาฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพราะเขามีคนไข้ที่มาจากตะวันออกกลางเยอะ อันนี้เราเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงได้ ฉะนั้นก็จะทำไปเรื่อยๆ เท่าที่เราจะช่วยได้” รัชดา กล่าวในตอนท้าย
หมายเหตุ : สามารถติดตามรายการ “แนวหน้า Talk” ดำเนินรายการโดย บุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ผ่านทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงหัวค่ำโดยประมาณ!!!
"ดังนั้นคนที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรค 1.ต้องเป็นศูนย์รวมของคนในพรรคให้ได้ก่อน เมื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องนำคนในพรรคให้ได้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรครวมถึงคนที่ทำงานให้กับพรรค กับ 2.ต้องฉายภาพวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อนการเมืองในทิศทางไหน การมีพรรคประชาธิปัตย์ในการเมืองไทยถือเป็นความจำเป็น ไม่มีพรรคนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคต้องฉายภาพออกมาให้ประชาชนรับทราบและเชื่อในสิ่งที่พรรคนำเสนอ"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี