มูลนิธิไฟเซอร์ฯ รับประกาศนียบัตร 2025 ‘AMCHAM Corporate Impact Awards’

มูลนิธิไฟเซอร์ฯ รับประกาศนียบัตร 2025 ‘AMCHAM Corporate Impact Awards’

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

13 ปีแห่งความภูมิใจ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย รับประกาศนียบัตร 2025 AMCHAM Corporate Impact Awards จากสมาคมหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย หรือ AMCHAM ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยอยู่ในระดับ Platinum (ระดับสูงสุด) ร่วมกับ 37 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมดมากกว่า 650 บริษัทของ AMCHAM Thailand

สำหรับมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ก่อตั้งโดยบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2544 โดยมีพันธกิจหลักคือการส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมสุขภาพดีมีสมดุล ผ่านการให้โอกาสแก่ผู้ที่ต้องการโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศสภาพ รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นอันยาวนานในการมอบความรู้ด้านสุขภาพ และโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลการดูแลสุขภาพในชุมชน ผ่านโครงการศูนย์ปฐมพยาบาลชุมชน Pfizer First-aid Center ที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 โดยก่อสร้างครบ 10 ศูนย์ ใน 9 จังหวัด ทั่วประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2567 ในพื้นที่จังหวัด อุทัยธานี เพชรบุรี ระนอง พังงา สตูล จันทบุรี บุรีรัมย์ เชียงใหม่ และ ราชบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการสาธารณสุขเบื้องต้นแก่บุคลากรในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ พร้อมแบ่งเบาภาระด้านสาธารณสุขของหน่วยงานรัฐ และลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ อีกทั้งยังเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสุขภาพ


ศูนย์ปฐมพยาบาลชุมชนแห่งแรกกำเนิดขึ้นที่โรงเรียนกลุ่มนักข่าวหญิง 2 (บ้านบ่อหวี) อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประชากรมีฐานะยากจน ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง มีปัญหาในการเข้าถึงระบบการศึกษาและขาดความรู้ด้านสุขอนามัย และยังไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการทางการแพทย์และสาธารณสุขของรัฐ จึงจำเป็นต้องใช้โรงเรียนในชุมชนเป็นที่พึ่งพิงในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น หากอาการร้ายแรง ทางโรงเรียนก็จะประสานส่งตัวไปรักษาในสถานพยาบาลของรัฐซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนกว่า 30 กิโลเมตร โดยศูนย์ปฐมพยาบาลชุมชน ออกแบบเป็นอาคารขนาด 140 ตารางเมตร พร้อมด้วยเตียงคนไข้จำนวน 4 เตียง ห้องน้ำ ยาสามัญประจำบ้าน และเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้บริการแก่นักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน กลุ่มบุคลากรภายในโรงเรียนและคนในชุมชน และเป็นหน่วยประสานงานส่งต่อผู้ป่วยให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีเมื่อพบอาการเจ็บป่วยที่เกินขีดความสามารถ นอกจากนี้ ศูนย์ปฐมพยาบาลแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการดูแลสุขอนามัย และให้ความรู้ทางด้านสุขภาพในโอกาสต่าง ๆ จากการรายงานของบุคคลผู้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งผลตอบรับที่ดีจากโรงเรียนและบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่บ้านบ่อหวี เป็นแรงผลักดันให้มูลนิธิฯ ใช้ศูนย์ฯ แห่งแรกเป็นต้นแบบขยายการดำเนินงานออกไปอีก 9 แห่ง ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศไทย ครอบคลุมหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย รวมถึงชาวคริสต์และชาวไทยมุสลิม

น.ส.ศศิภา จิระสุขทวีกุล ผู้จัดการด้านกิจกรรมเพื่อสังคม มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จสูงสุดที่มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยอยากเห็นก็คือความยั่งยืนของศูนย์ปฐมพยาบาลทุกแห่ง ก่อนที่โครงการจะเริ่มต้นในแต่ละพื้นที่ เราได้มีการตกลงร่วมกันกับหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองท้องถิ่น ว่าพื้นที่จะคอยดูแลสนับสนุนให้ศูนย์ฯ สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ถูกทิ้งร้าง เพื่อความยั่งยืนและความต่อเนื่องในการบริการประชาชน

นอกจากโครงการศูนย์ปฐมพยาบาลดังกล่าวแล้ว มูลนิธิไฟเซอร์ฯ นำโดย พนักงานบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งมีทั้งแพทย์ เภสัชกร และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ จัดกิจกรรมอบรมด้านสุขภาพสำหรับเด็กๆ เช่น การอบรมการอ่านฉลากยาและโรคประจำถิ่น การอบรมการช่วยชีวิต (CPR) การติดตั้งเครื่องออกกำลังกาย การก่อสร้างแปลงเกษตร ปรับปรุงโรงเพาะเลี้ยงเห็ด ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ ติดตั้งระบบน้ำสะอาด ส่งเสริมการฝึกอาชีพ และการปรับปรุงอาคารเรียนให้มีความปลอดภัยและใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น โดยลงพื้นที่ไปแล้วใน 6 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ราชบุรี สตูล อุทัยธานี เชียงใหม่ และเพชรบุรี

ทั้งนี้ มูลนิธิไฟเซอร์ฯ ครบรอบ 24 ปี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันยาวนานที่ได้ช่วยเหลือสังคมไทย ผ่านโครงการส่งเสริมการศึกษา โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต โครงการส่งเสริมสุขภาพ และโครงการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยพิบัติที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟป่า หรือสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน มูลนิธิฯยังคงมีปณิธานมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสุขภาพของชาวไทยต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top