เลเซอร์หรือผ่าตัด? เลือกแนวทางรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดให้เหมาะสม

เลเซอร์หรือผ่าตัด? เลือกแนวทางรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดให้เหมาะสม

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.
Tag :

ภาวะปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสตรีทุกช่วงวัย โดยเฉพาะหลังคลอดบุตรและในวัยหมดประจำเดือน แม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

นายแพทย์อภิสิทธิ์ สาราลักษณ์ สูตินรีแพทย์ชำนาญการด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ภาวะปัสสาวะเล็ด คือ ภาวะที่ไม่สามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะได้โดยไม่ตั้งใจ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักมาพบแพทย์เมื่ออาการต่าง ๆ เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือขณะออกกำลังกาย บางรายหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและสูญเสียความมั่นใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาวะปัสสาวะเล็ดสามารถประเมินและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


ภาวะปัสสาวะเล็ด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

ภาวะปัสสาวะเล็ดขณะมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น ไอ จาม หัวเราะ หรือยกของหนัก ซึ่งมักสัมพันธ์กับความอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

ภาวะปัสสาวะเล็ดจากการบีบตัวผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดปัสสาวะเฉียบพลันและกลั้นไม่อยู่

ภาวะปัสสาวะเล็ดแบบผสมที่มีลักษณะอาการของทั้งสองชนิดร่วมกัน ดังนั้น การวินิจฉัยชนิดของโรคอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

แนวทางการรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดจำเป็นต้องอาศัยการประเมินและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของอาการ รวมถึงปัจจัยสุขภาพของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การปรับพฤติกรรม การควบคุมน้ำหนัก หรือการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความรุนแรงมากขึ้น อาจพิจารณาหัตถการหรือการผ่าตัดเพื่อเสริมการพยุงท่อปัสสาวะ

ปัจจุบัน การรักษาด้วยเลเซอร์ CO2 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางราย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อบริเวณผนังช่องคลอดด้านหน้า ซึ่งมีบทบาทในการพยุงท่อปัสสาวะ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน และมีระยะพักฟื้นสั้น อย่างไรก็ตาม การรักษาอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงปัญหาเรื้อรัง และฟื้นคืนคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top