โครงการโขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน กรมชลฯเผยความคืบหน้าต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

โครงการโขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน กรมชลฯเผยความคืบหน้าต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ท่ามกลางผืนดินอีสานที่คุ้นชินกับทั้งภาพความแห้งแล้งและสายน้ำหลากในฤดูฝน จังหวัดขอนแก่นกลายเป็นจุดนัดพบของความหวังครั้งใหม่ เมื่อกรมชลประทาน เปิดความคืบหน้า “โครงการบริหารจัดการน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (หัวงานแนวผันน้ำ)”  ซึ่งกำลังวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สิ่งที่สะท้อนภาพอนาคตได้ชัดเจนที่สุด อาจไม่ใช่เพียงโครงสร้างอุโมงค์ใต้ภูเขา แต่คือเสียงจากชุมชนเล็กๆ ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่มี 38 ครอบครัวอาศัยอยู่ ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 5 ครอบครัวที่ยังทำการเกษตรได้เต็มศักยภาพ เพราะข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำในฤดูแล้ง


 

 

นางพรทิพย์ ขามก้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลนาคำ สะท้อนความคาดหวังว่า หากมีแหล่งน้ำเพียงพอ ชาวบ้านจะสามารถวางแผนการเกษตรได้ตลอดปี ลดปัญหาแรงงานอพยพ และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว เช่นเดียวกับ นายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มองว่า โครงการระยะที่ 1 นี้ คือความหวังของความมั่นคงทางน้ำ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 

 

โครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) นี้ มุ่งแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยซ้ำซาก ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยใช้ “แรงโน้มถ่วงของโลก” ปล่อยให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติ ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าในการสูบน้ำในระยะยาว และลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โดยระบบอุโมงค์จะใช้เฉพาะช่วงที่ต้องลอดผ่านภูเขาหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อรักษาแรงดันน้ำและข้ามสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ

 

 

ระยะที่ 1 นี้ ครอบคลุมการผันน้ำจากปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย ผ่าน จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี ปลายทางที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยโครงการออกแบบให้ผันน้ำได้ 160 ลบม./วินาที คาดการณ์ปริมาณน้ำรวมกว่า 2,664.29 ล้าน ลบม./ปี

 

 

 

ตัวเลขที่สะท้อนความหมายมากกว่าเพียงปริมาณน้ำ คือ “พื้นที่รับประโยชน์” รวมกว่า 1,333,512 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่สูบน้ำใน จ.หนองบัวลำภู 11,680 ไร่ พื้นที่เพาะปลูกรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ในฤดูแล้ง 60,600 ไร่ และพื้นที่ชลประทานจากลำน้ำพอง ต่อเนื่องลำน้ำชีอีกกว่า 1.26 ล้านไร่

 

 

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการนี้จะเปลี่ยนพื้นที่ขาดแคลนน้ำในภาคอีสานให้กลายเป็นเขตเกษตรกรรมสมัยใหม่ สร้างความมั่นคงทางน้ำตลอดทั้งปี และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืน

“โครงการโขง-เลย-ชี-มูล คือความพยายามสร้างความมั่นคงทางน้ำให้ภาคอีสานอย่างยั่งยืน เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเผชิญภัยแล้งซ้ำซาก ให้สามารถวางแผนเกษตรได้ตลอดทั้งปี เมื่อมีน้ำเพียงพอ เกษตรกรจะเพิ่มรอบการเพาะปลูก ยกระดับรายได้ และลดแรงกดดันจากหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

จุดเด่นคือ การใช้แรงโน้มถ่วง (Gravity) ปล่อยให้น้ำไหลเองตามธรรมชาติ จึงช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำ ระบบอุโมงค์จะใช้เฉพาะช่วงที่ต้องลอดผ่านภูเขาหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อรักษาแรงดันน้ำและข้ามสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ลดการเวนคืนที่ดิน บางช่วงมีการออกแบบเป็นคลองเปิดเนื่องจากสภาพภูมิประเทศ และสภาพทางธรณีวิทยา ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง เมื่อเทียบกับการขุดอุโมงค์ทั้งหมด สามารถส่งน้ำปริมาณมากไปยังพื้นที่เกษตรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างหรือเวนคืนพื้นที่ เรามุ่งให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”

 

 

ในมิติพลังงาน นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ รองรับช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และทำให้การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การชลประทาน และการควบคุมระดับน้ำในฤดูฝน

บนแผนที่อีสาน เส้นทางน้ำสายใหม่นี้อาจยังอยู่ในขั้นการออกแบบและวางระบบ แต่สำหรับหลายครอบครัว มันคือภาพอนาคตที่เริ่มชัดขึ้น อนาคตที่คำว่า “น้ำ” ไม่ใช่ความกังวล หากคือรากฐานของชีวิตและโอกาสที่มั่นคงกว่าเดิม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top