วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
หลังจากใช้เวลากว่า 10 ปี ในที่สุด “พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ที่จัดแสดงผลงานศิลปะและคอลเลคชันหุ่นกระบอกไทย ของ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ประจำปี 2543 พร้อมเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมโดยในเบื้องต้นทุกวันอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์แรกในวันที่ 29 มีนาคม 2569 บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 58 เขตสายไหม กรุงเทพฯ นอกจากส่วนของพิพิธภัณฑ์แล้ว ด้านในยังมีโรงละครหุ่นกระบอกแห่งแรกของประเทศไทยขนาด 300 ที่นั่ง ครบถ้วนด้วยระบบเวที แสง สี เสียงเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเปิดม่านการแสดงหุ่นกระบอกเรื่อง ตะเลงพ่าย ได้ในช่วงต้นปี 2570
.jpg)
อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยและรวบรวมผลงานศิลปะหลากแขนงที่ตนเองได้สร้างสรรค์ไว้ ท่านจึงอุทิศแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ส่วนตัวด้วยงบประมาณราว 130 ล้านบาท สร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมา เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ 3 ชั้น ประกอบด้วยโรงละครหุ่นกระบอกบริเวณชั้น 1 และชั้น 3 เป็นห้องจัดแสดงผลงานจำนวน 2 ห้อง
.jpg)
ในส่วนของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพสเกตซ์และภาพจิตรกรรมเรียงตามไทม์ไลน์ เช่น ภาพสเกตซ์บนกระดาษในวัย 7 ขวบ ภาพสีน้ำมันบนผ้าใบขณะเป็นนักศึกษาที่คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาพชุดสีน้ำรูปตัวละครในวรรณคดีไทย ภาพเหมือนหรือพอร์ทเทรตบุคคลต่างๆ ด้วยบรรยากาศและแสงเงาอันเป็นเอกลักษณ์ และ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 และ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งต่อมาได้นำไปเป็นต้นแบบเพื่อขยายเป็นภาพขนาดใหญ่ประดับพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬารในพระบรมมหาราชวัง โดยเอกลักษณ์ภาพเขียนของอาจารย์จักรพันธุ์นั้นมีส่วนผสมของภาพแบบเรียลลิสติก (Realistic) และ ไอเดียลลิสติก (Idealistic) ด้วยการใช้สีที่สะอาด ลวดลายอ่อนช้อย องค์ประกอบและบรรยากาศมีลักษณะกึ่งฝันกึ่งจริงที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวจนได้รับการขนานนามว่าเป็นรูปแบบ “สกุลช่างจักรพันธุ์”
.jpeg)
ห้องจัดแสดงแรกยังจัดแสดงหุ่นกระบอกเรื่อง สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพ ราว 50 ตัว และฉากที่อาจารย์จักรพันธุ์และทีมงานในนามมูลนิธิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 12 ปี และเป็นการแสดงหุ่นกระบอกอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของอาจารย์ในปี 2532 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ส่วนอีกห้องจัดแสดงหุ่นกระบอกราว 200 ตัวเรื่อง ตะเลงพ่าย เพื่อเล่าเหตุการณ์บ้านเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยาหลังเสียกรุงให้แก่พม่าในปี 2112 เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและเหล่าบรรพชนในอดีต เรื่องตะเลงพ่ายนี้มีการเขียนบทและซ้อมการแสดงมาตั้งแต่ปี 2533 ที่บ้านของอาจารย์ในซอยเอกมัยและเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมการซ้อมทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนจนกระทั่งหยุดชะงักไปภายหลังอาจารย์ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรกในปี 2558 อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานของมูลนิธิเตรียมเปิดม่านการแสดงเรื่อง ตะเลงพ่าย อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในช่วงต้นปี 2570
.jpg)
.jpg)
หุ่นกระบอกที่อาจารย์จักรพันธุ์สร้างสรรค์นั้นมีสัดส่วนสวยงามสมจริงในทางกายวิภาค พร้อมเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่วิจิตรงดงาม อีกทั้งมือของหุ่นสามารถจีบ กำ และจับอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์โดยการร้อยเชือกไขว้สลับคล้ายหุ่นหลวง และกระเดื่องที่ข้อมือหุ่นยังเอื้อให้ข้อมือกระดกได้จึงทำให้ทำท่าทางต่างๆ ได้ดูสมจริง เช่น ฉากในเรื่อง ตะเลงพ่าย ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพด้วยการหลั่งน้ำทักษิโณทก มีการเทน้ำจริงจากภาชนะในมือหุ่น
.jpg)
.jpg)
พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต เปิดรอบให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์แรกในวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 300 บาท นักศึกษา 150 บาท นักเรียน 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม สำหรับหน่วยงานหรือผู้ที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่โทร: 02-392 7754 หรือ https://www.facebook.com/chakrabhand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี