วันนี้ 29 กรกฎาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ หัวเราะในเวลาที่ครอบครัวกำลังสูญเสีย โดยวิเคราะห์ถึงกรณีที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งออกมาแถลงข่าวถึงการเสียชีวิตของเด็ก แต่มีภาพบุคลากรแสดงท่าทางคล้ายยิ้มหรือหัวเราะขณะพูดถึงประเด็นการดำเนินคดีกับญาติผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า "หัวเราะในเวลาที่ครอบครัวกำลังสูญเสีย #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ โรงพยาบาลชี้แจงว่า ภาพที่ดูคล้ายยิ้มหรือหัวเราะเกิดขึ้นระหว่างฟังคำถามว่า โรงพยาบาลจะดำเนินคดีกับญาติผู้เสียชีวิตหรือไม่ เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติต่อคำถามที่ไม่คาดคิด และไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนหรือไม่เคารพครอบครัว คำอธิบายนี้อาจเป็นความจริงในแง่เจตนา บางคนอาจยิ้มหรือหัวเราะเมื่อประหม่า ตกใจ หรือทำตัวไม่ถูก แต่ผู้ที่นั่งแถลงในนามโรงพยาบาลไม่ได้อยู่ในวงสนทนาส่วนตัว เขากำลังทำหน้าที่เป็น ตัวแทนของสถาบันที่ครอบครัวฝากชีวิตลูกไว้
ในสถานการณ์เช่นนี้จึงต้องแยกระหว่างสองเรื่องให้ชัดเจน เขาอาจไม่ได้หัวเราะเพราะเห็นความตายเป็นเรื่องตลก แต่การหัวเราะในขณะพูดถึงเด็กที่เสียชีวิตก็ยังไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ยิ่งคำถามที่ทำให้หัวเราะเป็นเรื่องว่า โรงพยาบาลจะฟ้องพ่อแม่เด็กหรือไม่ ภาพที่ออกมายิ่งรุนแรง เพราะทำให้เกิดความรู้สึกว่า สถาบันขนาดใหญ่กำลังหัวเราะต่อหน้าครอบครัวที่เพิ่งเสียลูกและกำลังพยายามค้นหาความจริง ประชาชนจึงไม่ได้จำเป็นต้องกล่าวหาว่าแพทย์ “ดีใจกับการตายของเด็ก” จึงจะวิจารณ์ได้ สิ่งที่ประชาชนกำลังวิจารณ์คือ การขาดวิจารณญาณและความละเอียดอ่อนต่อความทุกข์ของผู้อื่นคำชี้แจงเรื่องเสียงหัวเราะก็ยังพลาดอีกชั้น การบอกว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ และไม่มีเจตนาไม่เคารพ ยังคงวางศูนย์กลางของคำชี้แจงไว้ที่ ความรู้สึกและเจตนาของบุคลากร ไม่ใช่ความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิตคำชี้แจงที่เหมาะสมกว่าควรเริ่มว่า
.jpg)
โรงพยาบาลขออภัยอย่างจริงใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและประชาชน ภาพและกิริยาที่ปรากฏไม่เหมาะสมกับความร้ายแรงของเหตุการณ์ แม้ไม่ได้มีเจตนาล้อเลียน แต่โรงพยาบาลยอมรับว่าการแสดงออกดังกล่าวกระทบต่อความรู้สึกของครอบครัว และจะปรับปรุงกระบวนการสื่อสารในภาวะวิกฤตทันที แนวทางการสื่อสารหลังเหตุไม่พึงประสงค์ทางการแพทย์ให้ความสำคัญกับความจริงใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ และการเลือกผู้ที่มีความสามารถเหมาะสมเป็นผู้สื่อสาร ส่วนหลักการสื่อสารในภาวะวิกฤตก็เน้นการแสดงความเข้าใจต่อความทุกข์และการให้เกียรติผู้ได้รับผลกระทบ"
หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ หลายคนต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"โรงพยาบาลชี้แจงว่า “คล้ายยิ้มหรือหัวเราะ“ ถามคนทั่วไปดูว่ามันคล้าย หรือไม่"
"ในสถานการณ์ของการสูญเสียคนใกล้ชิดในครอบครัว เป็นช่วงเวลาเปราะบางที่สุด ผู้ทำหน้าที่สื่อสาร/รับผิดชอบควรต้องระมัดระวังคำพูดและกิริยาอาการ การขอโทษย่อมต้องมาพร้อมความจริงใจ"
"แถลงข่าวยังงัย ให้มีเรื่องทุกครั้ง"
vการหัวเราะในขณะที่คนกำลังสูญเสียคือการดูถูกเหยียดหยาม"
"ดูแล้วไม่มีคำจะพูดสรุปคือจิตไม่ปกติถึงทำแบบนี้ได้"
"คุณวุฒิ,วัยวุฒิมี แต่ที่พร่องคือวุฒิภาวะ วุฒิภาวะ คือ ความเจริญเติบโตเต็มที่ของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ซึ่งทำให้บุคคลมีความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้อย่างเหมาะสมกับความเป็นผู้ใหญ่ โดยไม่ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว"
"คนเขาพํดแล้วรู้สึกหน้ายิ้ม มันอาจจะเป็นลักษณะปกนิบองผูพูด แม้แต่เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องก็เอามาริดให้เป็นเรื่องได้"
"แพทย์เมืองไทย Egoสูงมาก หลงตัวเองจนลืมนึกถึงจิตใจผู้ป่วย เพิ่งเจอมาเหมือนกัน"
.jpg)
.jpg)

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี